กลุ่มบริษัท NPPG ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ สำหรับบรรจุสินค้าอุปโภคและบริโภค รวมถึงลงทุนและประกอบธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องและเป็นการสนับสนุนธุรกิจหลัก เช่น ธุรกิจอาหารแปรรูปแช่แข็งและอาหารพร้อมทาน ธุรกิจร้านอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม และธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2561 จากงบกำไร(ขาดทุน)รวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 38.97 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 53.03 ล้านบาท จะเห็นว่ามีผลขาดทุนลดลงถึง 14 ล้านบาท และหากพิจารณาผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2561 ที่รายงานขาดทุนสุทธิ 121.57 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 138.43 ล้านบาท ก็จะเห็นว่ามีผลขาดทุนลดลงถึง 17 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมงวด 9 เดือนปี 2561 จำนวน 856.2 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลง 21.1 ล้านบาท หรือ 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากพิจารณาตามที่มาของรายได้จะพบว่ามีรายได้จากงานบรรจุภัณฑ์พลาสติกอ่อนตัว จำนวน 386.2 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้น 42.5 ล้านบาท หรือ 12.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการที่บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีมาตรฐานและตรงกับความต้องการของลูกค้าจนทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของงานขวด PET มีรายได้ 64.2 ล้านบาท ลดลง 27.0 ล้านบาท หรือ 29.6% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบหลักมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องมีการปรับแผนการผลิตลดลงเพื่อรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันกับตลาดให้ได้
รายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่ราว 150 ล้านบาท ประกอบด้วยร้านอาหาร A&W ที่มีรายได้ราว 142 ล้านบาท ลดลง 3.9% จากภาวการณ์แข่งขันในธุรกิจ QSR ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายบริษัทฯ เร่งแผนการขยายสาขาเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น, ร้านอาหารมิยาบิมีรายได้ราว 4 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากการให้สิทธิการแฟรนไชส์ร้านมิยาบิกับบุคคลภายนอกจำนวน 3 สาขา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2560 ถึง 31 พ.ค. 2561
ขณะที่ธุรกิจอาหารแปรรูป มีรายได้กว่า 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.4 ล้านบาท หรือ 13.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมาจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งจากประเภทอาหารทะเลแช่แข็งที่สินค้ากว่าครึ่งหนึ่งถูกส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปและบริษัทฯ ยังมีรายได้จากการผลิตอาหารสำเร็จรูปด้วยกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 นั้น บริษัทฯ จะรับรู้ผลการดำเนินของร้านอาหาร Kitchen Plus ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 63 สาขาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ซึ่งจากประมาณการณ์กระแสเงินสดในการเข้าซื้อกิจการร้านอาหาร Kitchen Plus และบ้านครัวไทย (แบรนด์ย่อย) นั้น บริษัทฯ จะรับรู้รายได้เพิ่มราว 14 ล้านบาท (56 ล้านบาทต่อปี) และบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรงบลงทุนปรับปรุงสาขาที่มีอยู่เดิมและสร้างสาขาต้นแบบเพื่อพัฒนาระบบแฟรนไชส์ของร้านอีกด้วย
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าภาพรวมของแต่ละธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากรายได้ของแต่ละธุรกิจที่แม้จะลดลงแต่ก็ลดลงจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจหรือแม้แต่การอุดช่องโหว่จากการไม่คุ้มทุน อีกทั้งบริษัทฯยังมีการบริหารจัดการและการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อเตรียมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
แอสเฟียร์ อินโนเวชั่นส์ (AS) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 คงเสถียรภาพผลการดำเนินงาน เตรียมอัปเดตเกมหลัก-เปิดเกมใหม่
ซีพี แอ็กซ์ตร้า เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำรายได้รวม 136,050 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,793 ล้านบาท ยอดขายออนไลน์โตแกร่ง 27.6%
Krungthai CIO ชี้กำไรบริษัทจดทะเบียน และหุ้น AI หนุนการลงทุนครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์ "Barbell" คัดหุ้นคุณภาพรับมือตลาดผันผวน
Krungthai CIO มองหุ้น AI พักฐานระยะสั้น ใช้จังหวะสะสมหุ้น Margin of Safety สูง พร้อมลงทุนส่วนเพิ่มในกลุ่มปลอดภัย
TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
'VRANDA' ดีเดย์โอนกรรมสิทธิ์ 'Veranda Villas & Suites Phuket' ก.ค.นี้ หนุนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตแกร่ง
ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13%
RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี