1. ออกกำลังกายตอนท้องว่างเบิร์นไขมันได้ดีกว่า การออกกำลังกายขณะท้องว่าง อาจจะไม่เหมือนกับตอนที่ทานอะไรมาแล้ว คือเราจะไม่ค่อยมีแรงมากนักจากการอดอาหารเป็นเวลานาน การเผาผลาญไขมันจะเกิดเมื่อออกกำลังกายแบบปานกลาง 20-30 นาทีขึ้นไป แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่ระดับความหนัก 60-65% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที จะช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ดี แต่ถ้ากินอะไรมามากพอ การออกกำลังกายโดยกล้ามเนื้อมัดใหญ่แบบเบาสลับหนัก ที่เรียกว่า High intensity interval training จะช่วยให้อัตราการเผาผลาญหลังออกกำลังกายคงอยู่ได้นานกว่า
2. วิ่งแล้วขาใหญ่ การออกกำลังอะไรก็ตามที่ไม่ได้ใช้แรงกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งที่ใช้แรงกล้ามเนื้อทีละนิดแต่นานๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันที่ติดอยู่กับบริเวณกล้ามเนื้อน่อง ซึ่งไม่ได้ทำให้น่องโตขึ้นครับ
3. ผู้หญิงเล่นเวทแล้วจะล่ำ จริงๆ แล้วอัตราการสร้างกล้ามเนื้อของผู้หญิงจะน้อยกว่าผู้ชาย เพราะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนน้อยกว่ามาก ซึ่งการที่ผู้หญิงจะล่ำบึ้กขึ้นมาได้นั้นจะต้องใช้เวลานานและฝึกหนักมากครับ ตรงกันข้ามการเล่นเวทจะช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายเบิร์นได้ดีขึ้น
4. เหงื่อออกแล้วจะผอม คนที่คิดว่าออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ แค่พอให้เหงื่อออกก็ได้เบิร์นแล้ว แต่จริงๆ แล้ว เหงื่อที่ออกมาตอนที่เราออกกำลังกายมันคือ น้ำที่ร่างกายต้องขับออกมาเพื่อระบายความร้อน แต่ถ้าอยากจะเบิร์นไขมันจริงๆ ต้องออกกำลังกายอย่างน้อย40-60 นาที ขึ้นไป
5. ไม่เจ็บก็ไม่ได้ผล การที่เราออกกำลังกายแล้วเจ็บ ตึงกล้ามเนื้อบ้างถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเจ็บมากผิดปกติ เจ็บจนไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด การออกกำลังกายควรทำแต่พอดีเท่าที่ร่างกายรับได้ ร่างกายเราจะได้ไม่บาดเจ็บและทำให้ออกกำลังกายไม่ได้อีก
6. การเล่นโยคะช่วยให้หายปวดหลัง โยคะไม่สามารถรักษาอาการปวดหลังได้ เว้นแต่อาการปวดนั้นมาจากกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อแบบโยคะก็อาจสามารถช่วยได้ แต่ถ้าหากคุณปวดหลังจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การเล่นโยคะจะทำให้ร่างกายของคุณยิ่งแย่ ควรไปพบแพทย์จะดีกว่าครับ
7. ออกกำลังกายทุกวันยิ่งได้ผลดี ร่างกายของเราอาจจะรับภาระหนักเกินไปถ้าต้องออกกำลังกายทุกวัน สิ่งสำคัญในการออกกำลังกายคือ ห้ามหักโหมร่างกายควรต้องหยุดพักบ้างอย่างน้อย 1 - 2 วัน และขณะออกกำลังกายก็ควรเปลี่ยนท่าเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลายๆ ส่วน
แม้ว่าการอออกกำลังกายจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การออกกกำลังกายไม่ถูกวิธีหรือหนักเกินไป ก็ส่งผลต่อร่างกายในทางตรงกันข้ามได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นควรออกกำลังกายแต่พอดีและถูกต้องนะครับ
HUAWEI WATCH GT 6 Series สมาร์ทวอทช์คู่ใจสายวิ่ง-ปั่นจักรยาน โดดเด่นด้วยฟีเจอร์วัดกำลังปั่น Cycling Virtual Power พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยีระบุตำแหน่งสุดแม่นยำ
เตือนคนรักสุขภาพ! ออกกำลังกายกลางแจ้งระวังฝุ่น PM2.5 และโอโซน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว
เกาะฉงหมิงจัดการแข่งขันจักรยานหญิงระดับนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ "ระบบนิเวศ + กีฬา"
GARMIN เปิดตัว 2 อุปกรณ์ใหม่เอาใจสายปั่น Edge 550 / 850 และ Rally 110 / 210 ตัวช่วยติดตามและยกระดับสมรรถนะการปั่นให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย
เปิดฉาก "สัปดาห์การขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศกรุงเทพฯ 2568" อย่างเป็นทางการ
SPI ร่วมกับ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ สนับสนุนงาน "ปั่นด้วยรักและภักดี" ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน
จากปี 2546 มุ่งสู่ปี 2568 ของ 'ทัวร์ เดอ ไทยแลนด์ ชาริตี้ ไรด์'
พรีเมียร์ โพรดักส์ ร่วมสร้างสรรค์สังคมอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรม ปั่น ปัน รัก(ษ์) 2024
นักไตรกีฬา: เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกซ้อมวิ่งและปั่นจักรยานด้วย HUAWEI WATCH GT 5 Series