(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.09 น. ของวันที่ 14/12/61)
แนวโน้มวันที่ 17 ธันวาคม 2561
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งเป็นมาตรวัดเศรษฐกิจที่สำคัญ ขยายตัว 5.4% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนต.ค.ที่มีการขยายตัว 5.9% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นน้อยที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอลง รวมไปถึงการรายงานยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของจีนขยายตัวเพียง 8.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 8.6% ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของจีนเติบโตในระดับอ่อนแอที่สุดในรอบ 15 ปี สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเศรษฐกิจจีน ขณะที่ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ที่วัดโดยพื้นที่ เติบโตเพียง 1.4% เมื่อเทียบแบบปีต่อปีในเดือนม.ค.-พ.ย. ซึ่งชะลอตัวจากการปรับขึ้น 2.2% ในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. ข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนสร้างแรงกดดันต่อจีนในการยุติความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐกล่าวต่อสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก ทีวีว่า จีนจำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าที่ให้สัญญาไว้เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า แนวโน้มสงครามการค้าที่ยืดเยื้อได้สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อการเจรจาเรื่องข้อตกลงการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ(Brexit)ยังไร้ทิศทาง เมื่อผู้นำเยอรมนีและผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ได้ปิดทางเจรจาข้อตกลง Brexit ต่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยสภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนีหรือ Bundestag ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยที่จะเปิดให้มีการเจรจาเรื่องข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่ผู้นำของ EU ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกจะไม่มีการเจรจาต่อรองครั้งใหม่ต่อข้อตกลง Brexit แนวโน้มดังกล่าวกดเงินปอนด์ร่วงลงจนดันดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ในระยะสั้นวายแอลจีแนะนำว่า นักลงทุนสามารถหาจังหวะซื้อเล่นสั้นเมื่อราคาย่อตัวลงไปและไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรหากราคาทองคำได้ดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,250-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,250-1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,233 (19,100บาท) 1,221 (18,900บาท) 1,212 (18,750บาท)
แนวต้าน 1,256 (19,500บาท) 1,266 (19,650บาท) 1,278 (19,850บาท)
หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านทองคำแท่ง โทร.02-687-9888
เปิดความเปราะบางครัวเรือนไทยจากผลสำรวจครัวเรือนทั่วประเทศล่าสุด : รายได้หด ลดรายจ่าย พึ่งพาเงินช่วยเหลือและหนี้ยังสูงแม้จะลดลงบ้าง กดดันการบริโภคระยะข้างหน้า
เมื่อ Pickleball และ Tennis กลายเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมือง
วางแผนซื้อบ้านอย่างมั่นใจสไตล์คนโสดยุค Solo Economy
ETDA ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้า 'EDC Trainer 2026' ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค 10 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน
ETDA เตรียมปูพรม 15 จังหวัดทั่วประเทศ ลุยสร้างเครือข่าย EDC Trainer ระดับภูมิภาค เพิ่มอีกกว่า 2,000 คน พร้อมส่งต่อความรู้สู่ชุมชนไม่น้อยกว่า 6 หมื่นคน ในปี 2569
จากสังคมสูงวัยสู่ Longevity Economy เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรเมื่อชีวิตยืนยาว
ชวนตอบแบบสำรวจช่วยชาติ! ไปรษณีย์ไทยส่งพี่ไปรฯ ลุยสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ หนุนภารกิจสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมนำข้อมูลสู่การจัดทำนโยบายรัฐ
สคล. ผนึกกำลังชุมชน รณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า ต่อเนื่อง พุ่งเป้า "ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่" มุ่งสร้างสังคมสุขภาวะ