เศรษฐกิจฐานรากหรือเศรษฐกิจชุมชน มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก โดยสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนไทยกว่า 20.9 ล้านคน และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมคิดเป็นร้อยละ 45 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างไรก็ตาม ภาพสะท้อนของความเหลื่อมล้ำยังคงปรากฏชัด เมื่อข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2568 ระบุว่า รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนภาคเกษตร ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน ยังต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของครัวเรือนทั่วประเทศถึง 3 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดกรอบวิจัย "การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) และ มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนผ่านกระบวนการทำงานแบบ "เสริมพลังและเชื่อมประโยชน์ร่วมกัน" ระหว่างผู้ประกอบการ นักวิจัย และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจชุมชนและต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน
ความสำเร็จของการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 7 ปี ได้รับการนำเสนอในงาน LEs EXPO - Local Enterprises Exposition 2026 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด The 3Ea ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน พร้อมถ่ายทอดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของกรอบวิจัยนี้ คือการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีอาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าไปทำงานเคียงข้างผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของธุรกิจให้เติบโตบนฐานทรัพยากรท้องถิ่น
ปัจจุบัน โครงการมีเครือข่ายนักวิจัยจาก 159 ทีม ใน 51 มหาวิทยาลัย ลงพื้นที่สนับสนุนธุรกิจชุมชนกว่า 20,000 ธุรกิจ ซึ่งถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันอุดมศึกษาเข้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
"ธุรกิจชุมชนมีจุดเด่นที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เนื่องจากมีการใช้ทรัพยากรพื้นถิ่นในสัดส่วนสูง ทำให้เกิดการจ้างงานภายในพื้นที่เกิดการหมุนเวียนรายได้กลับสู่ชุมชน และช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศอย่างทั่วถึง"
ด้าน ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตของ GDP เพียงอย่างเดียว ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนควบคู่ไปด้วย เพราะเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแรงจะเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญให้กับประเทศ และสามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา บพท. ได้ค้นพบ "คานงัด" สำคัญในการยกระดับธุรกิจชุมชน ซึ่งประกอบ ด้วย "5 เข้าถึง" ได้แก่ 1. การเข้าถึงทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบชลประทาน วัตถุดิบ และทรัพยากรการผลิต 2. การเข้าถึงตลาดที่มีความต้องการสินค้าจริง 3. การเข้าถึงแหล่งทุนและเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม 4. การเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม 5. การเข้าถึงองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ บพท. มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน และเครือข่ายมหาวิทยาลัย ได้นำหลักการดังกล่าวมาขับเคลื่อนผ่านกระบวนการทางสังคม โดยใช้โมเดล "คน-ของ-ตลาด" เพื่อให้ผู้ประกอบการเรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจและสามารถใช้เครื่องมือทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ มูลนิธิสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน ในฐานะผู้อำนวยการกรอบการวิจัย Local Enterprises กล่าวว่า ผลลัพธ์ของโครงการไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในหลายมิติ ในเชิงเศรษฐกิจ ธุรกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างรายได้รวม 9,448 ล้านบาทต่อปี ก่อให้เกิดเม็ดเงินจากการจ้างงาน 3,024 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมการจ้างงานในพื้นที่ 72,516 คน อีกทั้งยังมีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมากกว่า 500,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,402 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจแล้ว การศึกษายังพบว่าธุรกิจชุมชนมีคุณค่าที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ผ่าน
ความเป็นท้องถิ่นนิยม หรือ Localism 5 เรื่อง(5L) ได้แก่ 1) Local Resource ใช้วัตถุดิบในพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 2) Local Employment สร้างการจ้างงานเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15 คนต่อธุรกิจ 3) Local Wisdom อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศ 4) Local Community Business สร้างผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ที่มีความเข้มแข็ง และ 5) Local Network เชื่อมโยงธุรกิจชุมชนให้เกิดเครือข่าย ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับโลกได้
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไปว่า การพัฒนา Local Enterprise จะต้องก้าวไปไกลกว่าการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยต้องทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน ตลาด และแหล่งทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน กระจายรายได้ และทำให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจที่ชุมชนเป็นเจ้าของ ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา กรอบวิจัย Local Enterprises ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นเป็นฐาน เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยกับศักยภาพของชุมชน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ทำให้ธุรกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น ธุรกิจชุมชนจึงไม่ได้เป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ในระดับท้องถิ่น หากแต่เป็น "รากฐาน" ของเศรษฐกิจไทยที่ช่วยสร้างความมั่นคง กระจายโอกาส และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ประเทศ พร้อมเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจระดับชาติและระดับโลกในอนาคต
เมื่อ Pickleball และ Tennis กลายเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมือง
วางแผนซื้อบ้านอย่างมั่นใจสไตล์คนโสดยุค Solo Economy
ETDA ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้า 'EDC Trainer 2026' ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค 10 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน
ETDA เตรียมปูพรม 15 จังหวัดทั่วประเทศ ลุยสร้างเครือข่าย EDC Trainer ระดับภูมิภาค เพิ่มอีกกว่า 2,000 คน พร้อมส่งต่อความรู้สู่ชุมชนไม่น้อยกว่า 6 หมื่นคน ในปี 2569
จากสังคมสูงวัยสู่ Longevity Economy เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรเมื่อชีวิตยืนยาว
ชวนตอบแบบสำรวจช่วยชาติ! ไปรษณีย์ไทยส่งพี่ไปรฯ ลุยสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ หนุนภารกิจสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมนำข้อมูลสู่การจัดทำนโยบายรัฐ
สคล. ผนึกกำลังชุมชน รณรงค์ลด ละ เลิกเหล้า ต่อเนื่อง พุ่งเป้า "ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่" มุ่งสร้างสังคมสุขภาวะ
สคส. จับมือ สนง.สถิติ เก็บข้อมูลประชากรครั้งใหญ่รอบ 10 ปี ย้ำชัด มั่นใจ-ปลอดภัย-พร้อมพัฒนาประเทศ