"เรามองว่าความเสี่ยงที่เข้ามากดดันบรรยากาศการลงทุนและเพิ่มความผันผวนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะมีผลในระยะสั้นเท่านั้นในขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนในช่วงนี้ที่ยังเผชิญกับความผันผวน ซึ่งนักลงทุนควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง โดยเลือกลงทุนในหุ้นคุณภาพที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง รวมถึงพิจารณาเพิ่มการลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เนื่องจากเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและทนต่อความผันผวนได้ดี" นายประภาสกล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า
ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทฯ จะมีกองทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ กองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK หุ้นทุนปันผล ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเอ็มเอไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี รวมถึงมีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลตามหลักเกณฑ์คัดเลือกของบริษัท โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และที่เหลือจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หน่วยลงทุนของกองทุนรวมหรือหน่วยลงทุนของกองอสังหาริมทรัพย์และหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
จากการเปิดเผยของ Morningstarthailand ผลการดำเนินงานตั้งแต่ 28 ธ.ค. 2561– 17 พ.ค. 2562 ในกลุ่มEquity Large-Cap กองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK หุ้นทุนปันผลมีผลการดำเนินงาน 10.81% สูงกว่าดัชนีชี้วัด SET 50 TRI 6.74% ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.morningstarthailand.com
สำหรับพอร์ตการลงทุนปัจจุบันของกองทุนเปิดทาลิส DIVIDEND STOCK หุ้นทุนปันผล มีสัดส่วนการลงทุนอยู่ในหุ้นประมาณ 90% และลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REIT ประมาณ 8% ทั้งนี้กองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ไม่ต่ำกว่า 3% โดยต้องเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย และควบคุมค่าความเสี่ยง (BETA) ของกองทุนให้ต่ำกว่า 1.0
ทั้งนี้ บลจ.ทาลิส คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 1 ที่กำลังจะประกาศออกมาเร็วๆนี้ ที่ 2.8% และ ทั้งปีของปี 2562 ก็คาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ 3.3% ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่เติบโตถึง 4.1% รวมถึงตัวเลขกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 4-7% อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าในครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงที่ดัชนีกลับมาฟื้นตัวได้ เนื่องจากรัฐบาลน่าจะมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่ดัชนีจะกลับขึ้นไปในระดับ1,700-1,800 จุดได้
ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวมตราสารแห่งทุนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-015-0222 / www.talisam.co.th
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ
บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
บลจ.ทิสโก้ โชว์ฟอร์มเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้า บริหารกองทุนหุ้นไทยสุดฝีมือ - ประกาศจ่ายจ่ายปันผล 6 กองรวด
บลจ.อีสท์สปริง คว้ารางวัลกองทุนรวมอสังหาฯและโครงพื้นฐานยอดเยี่ยมแห่งปี จากเวที Money & Banking Awards 2026
จับตากระแสการลงทุนหุ้นจีน นักลงทุนไทยซื้อกองทุน 'KKP CNGROWTH' ทะลุ 3.3 พันล้านบาท รับเทรนด์ New Economy
บลจ. เฟิร์ส พลัส (ประเทศไทย) มองเศรษฐกิจจีนเข้าสู่รอบการฟื้นตัวใหม่ ชู FP CNGLOV ลงทุนหุ้นจีนคุณภาพ พร้อมโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจโลก