ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส (Muhammad Yunus) เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการรวมตัวของชุมชนธุรกิจเพื่อสังคมจากนานาประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจที่ชุมชนธุรกิจเพื่อสังคมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อมั่นว่าธุรกิจเพื่อสังคมจะนำความเปลี่ยนแปลงสู่สังคมโลก โดยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค ที่กรุงปารีสในปี2024 นับเป็นครั้งแรกที่ธุรกิจเพื่อสังคมจะเข้าไปสร้างปรากฏการณ์ใหม่ผ่านพลังของกีฬา พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมโลก ด้วยการร่วมกันสร้างความเจริญใหม่ หรือ New Civilization ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จด้วยสินทรัพย์ หรือ เงินตรา เหมือนในอดีต แต่ความสำเร็จนั้น คือการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม และมวลมนุษยชาติ ซึ่งจะสร้างคุณค่าและเป็นความสุขที่แท้จริง
"ประเทศไทยจะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของธุรกิจเพื่อสังคม และเป็นศูนย์กลางอันดับต้นๆของการขับเคลื่อนเรื่อง Social Business ซึ่งการจัดงานที่ประเทศไทยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำของไทย ทั้ง C-asean และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ผู้บริหารมีความกระตือรือร้นที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่"ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุสกล่าว
ในการนี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้รับเกียรติขึ้นกล่าว Closing Ceremony ว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย ที่มีธุรกิจชั้นนำในประเทศไทยกว่า 40 แห่ง ตระหนักถึงความท้าทายในการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยเครือซีพีได้ร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย เพื่อผลักดันให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้การประสบความสำเร็จในธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องเป็นองค์กรที่ดีมีจริยธรรมและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ ที่สร้างประโยชน์ให้สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุสได้พิสูจน์มาแล้ว และเครือซีพีมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ควบคู่กับการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน
"ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการเยียวยาปัญหาของสังคมโลกร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป"นายศุภชัยกล่าว
วันเดียวกันนี้ นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ : "ความท้าทายของธุรกิจเพื่อสังคม" กล่าวว่า ธุรกิจเพื่อสังคมเป็นโมเดลเพื่อหาทางออกในการช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นแก้ปัญหาที่เป็น pain point ของสังคมยึดแนวทางการรับรู้และความเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้เพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาในระดับสังคมอย่างยั่งยืน เช่น เครือฯได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟแทนการปลูกข้าวโพดให้คนในชุมชนทางภาคเหนือ เป็นต้น การทำธุรกิจเพื่อสังคมจะต้องเป็นได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม
ทั้งนี้ภายในงานเสวนาได้มีวิทยากรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความท้าทายในการทำธุรกิจเพื่อสังคม ได้แก่ Parveen Mahmud (Grameen Telecom Trust), Luciano Gurgel (YSB Brazil),Eric Lesueur(VEOLIA) และ Sohel Ahmed (Grameen Shakti) ซึ่งทำให้แนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคมและสร้างแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ยั่งยืน
นอกจากนี้ในงานวันแรก(28มิถุนายน 2562)ได้จัดให้มีการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆกับ Yunus Thailand ซึ่งดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นตัวแทนเครือฯร่วมแสดงจุดยืนในการขับเคลื่อนเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมในอนาคต ผ่านแพลตฟอร์ม Corporate Action Tank
สำหรับบรรยากาศบนเวทีการประชุมระดับโลก Social Business Day 2019 ได้จัดให้มีการประชุมกลุ่มย่อย (Breakout Session) 9 กลุ่ม การประชุมกลุ่มประเทศ (Country Forum) 7 กลุ่ม การประชุมกลุ่มเยาวชน (Youth Workshop) 6 กลุ่ม และการประชุมคู่ขนานสำหรับภาคการศึกษา (Academia Conference) ในประเด็นเกี่ยวกับ การศึกษา เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาวะ การเงิน สิ่งแวดล้อม พลังงานสีเขียว ศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ธุรกิจเพื่อสังคมกับการกีฬา กิจการขนาดใหญ่กับธุรกิจเพื่อสังคม เทคโนโลยีกับธุรกิจเพื่อสังคม ภาวะผู้นำเยาวชนกับธุรกิจเพื่อสังคม สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์กับธุรกิจเพื่อสังคม ฯลฯ
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT)ประชุมหารือด้านความร่วมมือกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ช่วยแก้ปัญหา PM2.5 จากรถดีเซล
AIT ผนึก MIT เปิดเวทีชี้ทิศทางนโนบายสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนในเอเชีย
บางจากฯ นำร่อง "Carbon Capture" ในโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทย จับมือบีไอจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อยอดความร่วมมือ กับ AIT และ Mitico แปร CO2 จากของเสียเป็นทรัพยากร
ไอแบงก์ต้อนรับแบงก์ชาติจากประเทศบังกลาเทศ ศึกษาดูงาน การเงินอิสลามในประเทศไทย
อมตะ ซิตี้ ฮาลอง ผนึกพันธมิตรพัฒนาคนคุณภาพ หนุนภาคเศรษฐกิจฟู้เถาะ
AIT ส่งทีมวิศวกรเข้าร่วมสำรวจโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเรียน
การเคหะแห่งชาติลงนาม MOU ร่วมกับ AIT ผลักดัน "ที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน"
AIT จับมือ กรมประมง วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน