จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับประเด็นปัญหาวิกฤตปลาทูไทยใกล้สูญพันธุ์ จากการจับ
ลูกปลาทูขนาดเล็กไปจำหน่าย โดยขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงนำ พ.ร.ก.การประมง 2558 มาตรา 57 ที่มีข้อกำหนด "ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง"
มาบังคับใช้
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า พ.ร.ก.การประมง 2558 มาตรา 57
มีข้อกำหนด "ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง" มิได้มีข้อยกเว้นไว้กับจำนวนสัตว์น้ำที่นำขึ้นเรือประมงแต่ประการใด และหากได้มีการกำหนดขนาดสัตว์น้ำที่ห้ามนำขึ้นเรือแล้ว ก็มิได้มีข้อยกเว้นกับเรือประมงพื้นบ้านหรือเรือประมงพาณิชย์ ทั้งนี้ มาตรา 57 จึงเป็นกฎหมายที่ส่งผลกระทบกับชาวประมงเป็นอย่างยิ่ง มีความเสี่ยงที่ชาวประมงจะกระทำผิดได้โดยง่าย และอาจทำให้ชาวประมงกระทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ
ดังนั้น จะต้องนำมาตรา 71 (2) ซึ่งมีข้อกำหนดที่ต้องปฎิบัติเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ถูกจับโดยบังเอิญมาพิจารณาร่วมด้วย เพราะหากพิจารณาตาม 71 (2) การที่สัตว์น้ำถูกจับได้ โดยมิใช่การมุ่งหมายจะจับสัตว์น้ำชนิดนั้นๆ โดยตรง
ย่อมมีปริมาณไม่มากนัก จะสามารถช่วยบรรเทาความเสี่ยงที่ชาวประมงจะกระทำผิดตามมาตรา 57 ได้ และเมื่อช่วงปลายปี 2559 ได้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากำหนดขนาดสัตว์น้ำตามมาตรา 57 อันประกอบไปด้วยนักวิชาการของกรมประมง และอาจารย์จากมหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพยากร ร่วมกันพิจารณาเรื่องของชนิดสัตว์น้ำ เครื่องมือประมง ปริมาณการจับที่นำมาใช้ประโยชน์ โดยคณะกรรมการได้พิจารณาให้ "ปลาทู" ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและอยู่ในสภาวะเสื่อมโทรม ควรเป็นสัตว์น้ำชนิดแรกที่นำมากำหนดขนาด และออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามมาตรา 57 ประกอบกับผลวิจัยของกรมประมงระบุว่า ปลาทู ขนาด 14 เซนติเมตร เป็นปลาทูขนาดแรกสืบพันธุ์ ที่เริ่มวางไข่ครั้งแรก ดังนั้น เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูอย่างเหมาะสม จึงไม่ควรจับปลาทูในช่วงที่ยังไม่สามารถวางไข่ได้ แต่หากกำหนดขนาดปลาทูที่เล็กที่สุดของวัยแรกสืบพันธุ์ที่ 14 เซนติเมตร ตามมาตรา 57 อาจทำให้ทั้งเรือประมงพาณิชย์และเรือประมงพื้นบ้าน มีความเสี่ยงที่จะกระทำความผิดได้โดยง่ายเหมือนกัน เพราะทั้งเครื่องมือพื้นบ้านและพาณิชย์ต่างก็สามารถจับปลาทูขนาดต่ำกว่า 14 เซนติเมตรได้เช่นกัน
ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบกับชาวประมงในภาพรวม กรมประมงจึงได้มีการเชิญประชุมหารือตั้งแต่ปี 2559 – 2560 รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยเป็นการประชุมด้านวิชาการ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับขนาดของปลาทู 2 ครั้ง ประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับประมงพื้นบ้าน 2 ครั้ง และประมงประมงพาริชย์ 1 ครั้ง และประชุมโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขกฎหมายอันส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพการทำประมง ที่แต่งตั้งโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือร่วมกันระหว่างประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ อีกจำนวน 1 ครั้ง ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันทั้งในส่วนของกรมประมง ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ได้ โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านได้ยอมรับในขนาดของปลาทูที่ห้ามทำการประมง ที่ขนาดต่ำกว่า 14 เซนติเมตร ในขณะที่ทางประมงพาณิชย์เบื้องต้นขอให้มีการศึกษาเพิ่มเติม โดยแจ้งว่าจะไปดำเนินการประชุมหารือร่วมกับสมาคมประมง ทั้ง 22 จังหวัดชายทะเลเพื่อหาข้อยุติก่อน
อธิบดีกล่าวในตอนท้ายว่า การดำเนินการตามมาตรา 57 จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบและชัดเจนมีความเห็นร่วมกันทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดกับการประกอบอาชีพประมง ดังนั้น ชาวประมงทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อยุติ
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน