Carro สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เติบโตก้าวกระโดด เตรียมอัดฉีดงบกว่า 100 ล้านเหรียญ ชิงที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมสังเวียนรบขยายตลาดเต็มรูปแบบ คาดปี 63 ทะลุเป้ากว่า 40,000 คัน

08 Nov 2019
Carro หรือ คาร์โร สตาร์ทอัพด้านตลาดรถยนต์ แพลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติสิงคโปร์ ที่เข้ามาเขย่าวงการตลาดซื้อ – ขายรถยนต์มือสองออนไลน์ในประเทศไทย ประกาศปีนี้จัดเต็มท้าชิงที่ 1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยล่าสุดเราได้รับเงินทุนจาก Series B+ กลุ่มผู้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก SoftBank Ventures Asia และ EDB Investments (EDBI) โดยความร่วมมือของ Dietrich Foundation และ NCORE Ventures รวมไปจนถึงนักลงทุนที่มีอยู่ก่อนแล้ว ประกอบไปด้วย In- signia Ventures, B Capital Group, Singtel Innov8 และ Alpha JWC ในปี 2562 ซึ่งหากพูดการระดมทุนทั้งหมดรวมทั้งสิ้นกว่า กว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายตลาดเพิ่มบริการเต็มรูปแบบครบวงจร ตอกย้ำจุดเด่น ขายรถ จบไวภายใน 24 ชม. และได้เงินชัวร์ พร้อมผุดแผนปี 63 ก้าวเป็นพาร์ทเนอร์หลักของดีลเลอร์รถยนต์ทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือในด้านสินเชื่อซื้อ – ขายรถยนต์ให้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถจบการขายรถยนต์ที่ Carro ได้ราคาสูงและขายได้ไวกว่าเดิม
Carro สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เติบโตก้าวกระโดด เตรียมอัดฉีดงบกว่า 100 ล้านเหรียญ ชิงที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมสังเวียนรบขยายตลาดเต็มรูปแบบ คาดปี 63 ทะลุเป้ากว่า 40,000 คัน

นายมานิต โกการ์ ผู้อำนวยการ บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยทิศทางธุรกิจภาพรวมที่ผ่านมา ว่า Carro Thailand เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เราเติบโตขึ้นจากปี 62 กว่า 4 เท่าตัว ซึ่งสาขาที่ประเทศไทยนั้นนับว่าเติบโตสูงหากเปรียบเทียบกับคู่แข่ง จึงทำให้เรามีพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 100 ชีวิต และยังขยายสำนักงานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทุกภูมิภาคของไทย เพื่อทำให้การทำงานของเรามีระบบที่รวดเร็วและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Carro ทั่วโลกมีสาขาอยู่ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ (HQ) อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย Carro จัดว่าเป็นตลาดค้าส่งยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพสูงมาก เมื่อเทียบกับธุรกิจสตาร์ทอัพเจ้าอื่น Carro ถือว่า เปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็กวาดเงินลงทุนไปหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐแล้ว และสำหรับครึ่งปีหลังนี้ เรายังคงมุ่งเน้นและพัฒนาการให้บริการการซื้อและขายรถมือสองในรูปแบบออนไลน์ที่ดีที่สุด พร้อมวางแผนและพัฒนาระบบการขายในด้านของลูกค้าบ้าน หรือ รถบ้านทั่วไป (C2B) และเรายังคงมุ่งมั่นให้ราคาที่ดีที่สุด เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าที่เชื่อใจ และมั่นใจมาขายรถกับ Carro รวมไปถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่น สำหรับตอบสนองลูกค้าดีลเลอร์ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการซื้อขายกับดีลเลอร์ทั่วประเทศ และดีลเลอร์ยังมั่นใจได้เลยว่ารถในระบบของ Carro นั้นมีคุณภาพ ราคาดี พร้อมจบ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการซื้อของดีลเลอร์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนานี้ คือสอดคล้องไปกับแนวคิด จึงทำให้เรามองเห็นความต้องการของดีลเลอร์ที่ต้องการเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Carro ว่าเขาต้องการจัดการหรือแก้ไขอะไรบ้าง และปัจจุบัน Carro ประเทศไทย ได้มีการขยาย เพิ่มเติมในส่วนของสำนักงานประจำสาขาต่างจังหวัด โดยปัจจุบันเรามีสำนักงานครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคทั้งหมด 12 สาขา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สกลนคร, ขอนแก่น, อุบลราชธานี , อุดรธานี , นครราชสีมา, พิษณุโลก, เชียงใหม่, สุราษฏร์ธานี, ภูเก็ต, หาดใหญ่ และชลบุรี โดยเรามีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในด้านรถยนต์ที่พร้อมให้บริการรองรับลูกค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาคและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงต่างๆ ทั้งในการประเมิณราคาเบื้องต้น และประสานงานอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนในการขายรถให้กับลูกค้าทุกท่าน

นอกจากนี้ เรายังเร่งกลยุทธ์ในด้าน Branding มากยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้เราเน้นการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าในกรุงเทพเป็นหลัก และช่วงกลางปี 62 เราเริ่มกระจายไปยังกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น โดยสัดส่วนการใช้เม็ดเงินลงทุนด้านการตลาดออนไลน์ประมาน 80% ซึ่งนับว่าได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด มีคนรู้จักมากขึ้น จึงทำให้เราสามารถขยายตลาดได้ไว และสามารถแบ่งส่วนการตลาดเข้ามาเป็นอันดับ top 3 ของวงการซื้อขายรถยนต์มือสองในประเทศไทย ซึ่งปี 62 นี้ เราคาดว่าจะสามารถจบยอดรถที่เข้ามาใช้บริการได้มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และคาดว่าปี 63 เราจะโตขึ้นอีกราวๆ 2 เท่าตัว

ด้าน นางสาวฐปณีย์ จ๋วงพานิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมในส่วนแผนการตลาดว่า "สำหรับแผนของปี63 เรามีจุดมุ่งหมายที่จะขยายธุรกิจโดยการพัฒนาและเพิ่มการบริการเพิ่มเติม เช่น การบริการรับซื้อซากรถที่เราเริ่มขึ้นมาแล้วในปีนี้ และได้รับผลตอบรับดีกว่าเป้าที่เราคาดไว้ หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือด้านสินเชื่อให้กับดีลเลอร์เพื่อทำให้การซื้อและขายรถยนต์มือสองคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้ Carro เป็นศูนย์กลางของการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองให้สะดวกง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้เรายังมีเป้าหมายที่จะก้าวมาเป็นพาร์ทเนอร์หลักของดีลเลอร์รถยนต์ทั่วประเทศ ถึงแม้ในปัจจุบันเรามีดีลเลอร์อยู่ในมือกว่า 1,000 เจ้าทั่วประเทศ อีกทั้งเรายังมุ่งมั่นสร้าง Brand ให้แข็งแรงเพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นที่1 ในตัวเลือกแรกของลูกค้าทั่วไป ที่หากนึกถึงบริการเกี่ยวกับรถยนต์ ก็จะนึกถึง Carro เป็นที่แรก ที่สำคัญเรามีตลาดรองรับการซื้อซากรถของลูกค้าได้อย่างแน่นอน และนอกเหนือจากบริการใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นแล้ว อีกจุดเด่นหลักๆของเรา คือการเน้นให้การบริการที่รวดเร็ว พร้อมจบการขายภายใน 24 ชั่วโมง และเราโปร่งใสทุกขั้นตอน พร้อมให้ลูกค้าได้รับเงินสดทันที ซึ่ง Carro เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการรวดเร็วที่สุดในตลาด เพราะเราเป็นบริษัท Tech company ซึ่งหมายความว่า ระบบการบริการและระบบหลังบ้านเรามีความเสถียร และสามารถรองรับการบริการทั้งในด้านลูกค้าบ้านทั่วไป และ ลูกค้าดีลเลอร์ได้อย่างเต็มที่ จึงทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน และเป้าที่เราวางไว้ว่าเราจะเติบโตขึ้นจากปีนี้ ก็ไม่ไกลเกินคาด

นางสาวฐปณีย์ กล่าวต่อ ว่า "ในส่วนงบประมาณด้านการตลาดของประเทศไทย ที่ผ่านมาเราลงทุนการตลาดออนไลน์เป็นอย่างมาก ซึ่งคิดสัดส่วนการลงทุนทางด้านออนไลน์คือ 80% ของการตลาดทั้งหมด และที่สำคัญเรามีกลยุทธ์การตลาดใต้น้ำ คือ เน้นความมั่นใจ เชื่อใจ และไว้ใจในระยะยาว โดยเราเน้นการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วไป หรือบุคคลที่ต้องการขายรถบ้านมากกว่า 70% และยังคงมีการสื่อสารไปยังกลุ่มองค์กร ดีลเลอร์ประมาณ 30% โดยช่องทางการสื่อสารของเราจะมุ่งทั้งทางด้านสื่อ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อีกทั้งยังต้องการขยายไปยังกลุ่มพันธมิตรของเราเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วย และเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ"

นายมานิต โกการ์ กล่าวเสริมตอนท้ายว่า "เป้าหมายของ Carro ในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า เราคาดหวังที่จะเติบโตไปเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจรถยนต์มือสองในรูปแบบครบวงจรและเป็นตัวช่วยที่แรกที่ คนไทยนึกถึงด้านรถยนต์มือสอง รวมถึงขยายพื้นที่สำนักงานให้คลอบคลุมมากยิ่งขึ้น และพร้อมขึ้นเป็น Top of mind ของคนไทย ไม่ว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปขนาดไหน เราก็พร้อมที่จะรองรับไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างรอบด้าน และเรายังเชื่อมั่นว่าการขายรถยนต์มือสองในรูปแบบออนไลน์อย่าง Carro จะตอบสนองความไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่ และสามารถเปลี่ยนความรู้สึกคนไทยได้ว่า การขายรถไม่ได้ยากและเสี่ยงอย่างที่คุณเคยรู้จัก เพราะ Carro จะทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าทุกขั้นตอนโปร่งใส่ และทำให้รถของคุณขายได้ราคาดีทีสุดอย่างที่คุณต้องการ"

ข้อมูลเพิ่มเติม

คาร์โร (https://th.carro.co) เริ่มต้นจากธุรกิจสตาร์ทอัพในสิงคโปร์ เมื่อปี 2559 และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีสาขาทั้งใน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ขายรถบ้านเป็นอย่างสูง และในปี 2561 ที่ผ่านมา Carro สามารถทำธุรกรรมรถยนต์ ได้ทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเดือนพฤษภาคม 61 ที่ผ่านมา คาร์โร ได้รับเงินลงทุนสนับสนุนจาก Series B (กลุ่มผู้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ) ถึง 60 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินงานและขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน เพิ่มขีดความสามารถในการขยายการให้บริการธุรกิจรถมือสอง ให้ครอบคลุมทั้งใน ASEAN ด้วยการเข้าซื้อกิจการ Jualo.com ในประเทศอินโดนีเซีย รวมไปถึงใน MyTukar บริษัท Startup ด้านรถมือสองจากประเทศมาเลเซีย ด้วยเงินลงทุนมากถึง 30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (หรือประมาณ 125.4 ล้านริงกิตมาเลเซีย) และได้รับประกาศจากตลาดค้าส่งยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าบริษัทได้ระดมทุนเพิ่มจาก Series B+ อีก 30 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 นี้ Carroได้รับเงินสนับสนุนกว่า 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐbitly : http://bit.ly/320OZCK

Carro สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เติบโตก้าวกระโดด เตรียมอัดฉีดงบกว่า 100 ล้านเหรียญ ชิงที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมสังเวียนรบขยายตลาดเต็มรูปแบบ คาดปี 63 ทะลุเป้ากว่า 40,000 คัน Carro สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เติบโตก้าวกระโดด เตรียมอัดฉีดงบกว่า 100 ล้านเหรียญ ชิงที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมสังเวียนรบขยายตลาดเต็มรูปแบบ คาดปี 63 ทะลุเป้ากว่า 40,000 คัน Carro สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เติบโตก้าวกระโดด เตรียมอัดฉีดงบกว่า 100 ล้านเหรียญ ชิงที่1 ผู้นำด้านตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ เตรียมสังเวียนรบขยายตลาดเต็มรูปแบบ คาดปี 63 ทะลุเป้ากว่า 40,000 คัน