วสท. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว รองรับภัยพิบัติและเศรษฐกิจยั่งยืน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดย คณะอนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม ร่วมกับ สกสว.และกรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้า "กฎกระทรวง และมาตรฐาน มยผ.1301/1302-61 การออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ฉบับใหม่" จากเดิมมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว มยผ.1302-52 ได้ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ.2552 และมยผ.1301-54 ภายหลังการประกาศใช้ปรากฏว่า มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายครั้ง ดังเช่นแผ่นดินไหวที่แม่ลาว เชียงราย มีความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทีมนักวิจัย วสท. ได้ปรับปรุง มาเป็นมาตรฐานฉบับใหม่ล่าสุด คือ มาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว มยผ.1301/1302-61 สร้างเสริมนวัตกรรมการออกแบบอาคารในประเทศไทยให้มีความแข็งแรงสามารถรองรับภัยพิบัติแผ่นดินไหว ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 
          ดร. ทยากร จันทรางศุ วิศวกรชำนาญการ กรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุว่าประเด็นสำคัญที่มีการแก้ไขกฎกระทรวง และ มยผ.ฉบับใหม่ ว่าด้วยการเพิ่มเติมบทนิยาม "บริเวณเฝ้าระวัง" หมายถึงบริเวณหรือพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าแผ่นดินไหวจะส่งผลกระทบในระดับปานกลางและระดับสูงในด้านโครงสร้างอาคาร จังหวัดใดที่ควรควบคุม พื้นที่ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยที่ควรควบคุมทันทีหลังจากประสบภัย และการบังคับใช้หลังประกาศเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เป็นต้น โดยข้อพิจารณาในการออกแบบโครงสร้างเน้นเรื่องการจัดรูปทรงและผังอาคารให้มีเสถียรภาพในการต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ตลอดจนการกำหนดรายละเอียดชิ้นส่วนและรอยต่อระหว่างชิ้นส่วน รวมทั้งจัดให้โครงสร้างทั้งระบบอย่างน้อยมีความเหนียวเทียบเท่ากับความเหนียวจำกัดตามมาตรฐานประกอบการออกแบบอาคารเพื่อต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือมาตรฐานว่าด้วยการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่ได้รับการรับรอง
          รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม ประธานคณะอนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า โครงการปรับปรุงมาตรฐานใหม่ มยผ. 1301/1302-61นี้ ด้วยทุนวิจัยสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีสาระสำคัญตามมาตรฐานใหม่ คือ ปรับค่าระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในรูปของความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมทั่วประเทศ, ค่าความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่พิจารณาแอ่งดินลึก, ข้อกำหนดในการใช้โครงสร้างแบบความเหนียวจำกัด, ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผนังอิฐก่อ, การออกแบบฐานราก, การให้รายละเอียดเหล็กเสริม, วิธีการออกแบบโครงสร้างด้วยวิธีสเปกตรัมผลตอบสนองและการปรับปรุงด้านอื่นๆ โดยได้ปรับแก้ไขค่าระดับความรุนแรงแผ่นดินไหวในรูปแบบของความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัมในพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีความถูกต้องแม่นยำและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น แสดงอยู่ในรูปของ "ความเร่งตอบสนองเชิงสเปกตรัม" ซึ่งเป็นค่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวต่อโครงสร้างในแต่ละพื้นที่และมีค่าแปรเปลี่ยนไปตามคุณลักษณะของอาคาร ซึ่งช่วยให้วิศวกรและผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถนำค่าตัวเลขเหล่านี้ไปใช้ออกแบบอาคารให้มีความแข็งแรงและต้องมี "ความเหนียว" โดยสามารถโยกไหวตัวเกินพิกัดยืดหยุ่นของโครงสร้าง และสลายพลังงานของการสั่นไหวในระดับที่เหมาะสม และอาคารไม่พังถล่มลงมา ในภัยพิบัติแผ่นดินไหว คนส่วนใหญ่บาดเจ็บเสียชีวิตจากการถูกหลังคาและผนังทับ มาตรฐาน มยผ.ใหม่นี้มีการเพิ่มเติม เช่น ผลจากผนังอิฐก่อ ที่เป็นบทเรียนจากแผ่นดินไหวที่ จังหวัดเชียงรายเมื่อ 5 พฤษภาคม 2557 มีการเพิ่มเติม ข้อแนะนำการออกแบบกำแพงโครงสร้างคอนกรีต และการออกแบบองค์อาคารที่ไม่ใช่โครงสร้างหลักต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เป็นต้น 
          ศ. ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย คณะอนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม วสท.กล่าวว่า แต่ละอาคารมี ค่าต้านทานแผ่นดินไหวต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน ประเภท ความสำคัญของอาคารที่มีต่อสาธารณชน และการบรรเทาภัยหลังเกิดเหตุ นอกจากนี้มาตรฐาน มยผ. 1301/1302-61 ยังสามารถใช้ค่าระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศในการออกแบบโครงสร้างต้านทานแผ่นดินไหวในรูปแบบสิ่งปลูกสร้างและสาธารณูปโภคอื่นๆด้วย เช่น การออกแบบโครงสร้างสะพาน เขื่อน โครงสร้างชลประทาน ถังน้ำ เสาส่งสัญญาณไฟฟ้า เสาส่งสัญญาณวิทยุ ป้ายโฆษณา โครงสร้างที่อยู่ใต้ดิน เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และโครงสร้างอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นลักษณะอาคาร นับเป็นการพัฒนาอาคารและการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคให้สอดคล้องรองรับปัญหาสภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดบ่อยขึ้น
          ผศ.ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ คณะอนุกรรมการผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม วสท. กล่าวว่า คงจำกันได้ว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 มีศูนย์กลางที่เมืองพุกามในพม่า ปี 2016 คนกรุงเทพฯ บนตึกซึ่งอยู่ห่างกว่า 1,000 กิโลเมตร รู้สึกได้ถึงแรงสั่นไหว โคมไฟแกว่ง เนื่องจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีลักษณะพิเศษคือ แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นใต้กรุงเทพ แต่ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่อยู่ไกลออกไป อาจจะมาจากพม่า หรือทะเล กรุงเทพฯตั้งอยู่ในแอ่งลึก 800 เมตร สภาพชั้นบนเป็นดินอ่อนซึ่งสามารถจะขยายแรงแผ่นดินไหวที่ได้รับมากยิ่งขึ้น ระยะเวลาการสั่นก็จะยาวขึ้น ตัวอย่าง ในการวิจัยผลกระทบจากแผ่นดินไหวนั้นเรานำเอาคลื่นแผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นจริงมาทดสอบจำลองกับพื้นที่กรุงเทพ พบว่าอาคารเตี้ยจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 6.7 ถึง 7.5 จากกาญจนบุรี ส่วนอาคารสูงจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขนาด 8.5+ จากแนวมุดตัวแผ่นเปลือกโลก ( Subduction Zone) ในพม่า เป็นต้น
          วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ได้สรุปผลดีและประโยชน์ของมาตรฐาน มยผ.1301/1302-61 ฉบับใหม่นี้ คือใช้ได้กับอาคารทุกประเภทได้ทั่วประเทศ โดยวิศวกร ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้เกี่ยวข้อง นำไปใช้ในการคำนวณและออกแบบก่อสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวของประเทศไทย ให้มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรมสากล ทั้งนี้เจ้าของอาคารและผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังสามารถใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการออกแบบ ว่าถูกต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานสากลหรือไม่ ทั้งนี้ วสท. จะมุ่งเผยแพร่และจัดอบรมองค์ความรู้นี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พัฒนาเมืองที่คงทนยืดหยุ่น ควบคู่กับเพิ่มคุณค่างานวิศวกรรมที่ยั่งยืนและความน่าเชื่อถือให้กับวิศวกรไทย สามารถทำงานที่ท้าทายในระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน
วสท. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว รองรับภัยพิบัติและเศรษฐกิจยั่งยืน
 
วสท. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว รองรับภัยพิบัติและเศรษฐกิจยั่งยืน
 
วสท. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว รองรับภัยพิบัติและเศรษฐกิจยั่งยืน
วสท. เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารต้านแรงแผ่นดินไหว รองรับภัยพิบัติและเศรษฐกิจยั่งยืน
 
 
 
 
 

ข่าววิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย+กรมโยธาธิการและผังเมืองวันนี้

วสท. ผนึก เอ็น.ซี.ซี. เปิดเกมรุกเศรษฐกิจยุค AI ดัน IENXPO 2026 เชื่อมอุตสาหกรรม-การลงทุน สู่ Net Zero

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จับมือ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เดินหน้ายกระดับ International Engineering Expo 2026 (IENXPO 2026) เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุค AI พลังงานสะอาด และเป้าหมาย Net Zero โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 800

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมก... ผู้บริหารบางจากฯ ร่วมแบ่งปันมุมมอง จากตลาดคาร์บอนสู่เวทีวิศวกรรม — เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสาร...

กทม. เร่งแก้ปัญหาโครงสร้างเชิงระบบ ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง เพิ่มความปลอดภัยประชาชน

นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวถึงการประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาโครงสร้างเชิงระบบ ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างถนน สะพาน และอาคารในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อ...