1. สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจไทย
สำหรับสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากกรณีความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน แต่เศรษฐกิจไทยยังคงสามารถขยายตัวได้จากการบริโภคภาคเอกชนที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นอกจากนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ฐานะการเงินระหว่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับที่มั่นคง สะท้อนจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้เชื่อได้ว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถรองรับจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
คณะผู้แทนฯ เห็นว่าการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนของไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี เนื่องมาจากมีความชัดเจนทางการเมืองและการลงทุนภาครัฐที่เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั้งนี้ ประเทศไทยควร
เฝ้าระวังความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศที่อาจเกิดได้อีกที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
ที่สำคัญต่างๆ ชะลอตัวลง
2.การดำเนินนโยบายการคลัง
คณะผู้แทนฯ ได้แสดงความชื่นชมต่อการดำเนินนโยบายการคลังของไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ
การปฏิรูปการคลัง เช่น การออกกฎหมายพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 เพื่อกำหนดกรอบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศไทยเป็นต้น และในการพัฒนากฎหมายต่าง ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสของภาครัฐและป้องกันการทุจริต
ในขณะเดียวกัน คณะผู้แทนฯ สนับสนุนการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว โดยแนะนำให้ประเทศไทยควรมีการเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)และสนับสนุนการดำเนินนโยบายสวัสดิการสังคมแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย(Targeted Social Welfare Policy) โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์จำนวนกว่า 14.6 ล้านคน รวมทั้งควรดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยสนับสนุนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนด้านการศึกษา การสาธารณสุข และการให้โอกาสทางเศรษฐกิจที่เสมอภาคแก่ประชาชนเป็นสำคัญทั้งนี้ คณะผู้แทนฯ เชื่อว่าการดำเนินนโยบายต่างๆนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวต่อคณะผู้แทนฯ ว่าการดำเนินนโยบายการคลังของไทยในระยะต่อจากนี้ไปจะสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการ EEC รวมทั้งการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งระบบรถไฟถนน ท่าเรือ และสนามบินต่าง ๆซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยได้ปรับปรุงกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเน้นการปรับโครงสร้างภาษีในภาพรวมและพัฒนาระบบภาษีให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้นและจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจSMEs และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงงานแห่งอนาคตที่มีทักษะขั้นสูงเพื่อรองรับความต้องการแรงงานในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ต่อไป
วว. /ปตท. คว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2568 "ความร่วมมือด้านกระบวนการจัดการของรัฐวิสาหกิจ"
ปตท. คว้า สูงสุด 9 รางวัล "รัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมและดีเด่น" ปี 2568 สะท้อนศักยภาพการเติบโตขององค์กรในทุกมิติ
คณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์มีมติแต่งตั้ง "ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์" ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ CEO รพ.บำรุงราษฎร์ รับรางวัล "The Leadership Awards 2025" ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมการแพทย์
ออร์บิกซ์ คว้าใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) เสริมศักยภาพสู่การเป็นแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก
ธนาคารกรุงเทพ ยกทัพโปรโมชันสุดคุ้ม ร่วมงานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 8 เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์การเงินยุคดิจิทัล ทั้งการวางแผนภาษี และการลงทุนอย่างยั่งยืน
LINE MAN Wongnai หนุน Reskill-Upskill คนละครึ่งพลัส ชูโซลูชันดิจิทัลครบที่สุดในตลาด ช่วยร้านเล็กลดต้นทุน-เพิ่มรายได้
ไมโครซอฟท์ ย้ำพันธสัญญา นำพลังแห่ง AI และนวัตกรรมล้ำหน้า เร่งขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศไทย
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวระบบ FastPass นำร่อง 7 หน่วยงาน ลดเวลา 20-50% เร่งแก้ปัญหาไฟฟ้า-ที่ดิน-วีซ่า ตอบโจทย์ Quick Big Win