คณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในโอกาสการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2562 (2019 IMF Article IV Consultation)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

           คณะผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) นำโดย Mr.Lamin Y.M. Leigh ตำแหน่ง IMF Mission Chief for Thailand ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อรายงานผลการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2562 ตามนัยแห่งข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF Article IV Consultation) โดยสรุปผลการประเมินที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
          1. สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจไทย 
          สำหรับสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน แม้จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากกรณีความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ - จีน แต่เศรษฐกิจไทยยังคงสามารถขยายตัวได้จากการบริโภคภาคเอกชนที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นอกจากนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจมหภาคยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ฐานะการเงินระหว่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับที่มั่นคง สะท้อนจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้เชื่อได้ว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถรองรับจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
คณะผู้แทนฯ เห็นว่าการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนของไทยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดี เนื่องมาจากมีความชัดเจนทางการเมืองและการลงทุนภาครัฐที่เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั้งนี้ ประเทศไทยควร
เฝ้าระวังความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศที่อาจเกิดได้อีกที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
ที่สำคัญต่างๆ ชะลอตัวลง
          2.การดำเนินนโยบายการคลัง
          คณะผู้แทนฯ ได้แสดงความชื่นชมต่อการดำเนินนโยบายการคลังของไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ
การปฏิรูปการคลัง เช่น การออกกฎหมายพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 เพื่อกำหนดกรอบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศไทยเป็นต้น และในการพัฒนากฎหมายต่าง ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสของภาครัฐและป้องกันการทุจริต
          ในขณะเดียวกัน คณะผู้แทนฯ สนับสนุนการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว โดยแนะนำให้ประเทศไทยควรมีการเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)และสนับสนุนการดำเนินนโยบายสวัสดิการสังคมแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย(Targeted Social Welfare Policy) โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์จำนวนกว่า 14.6 ล้านคน รวมทั้งควรดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยสนับสนุนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนด้านการศึกษา การสาธารณสุข และการให้โอกาสทางเศรษฐกิจที่เสมอภาคแก่ประชาชนเป็นสำคัญทั้งนี้ คณะผู้แทนฯ เชื่อว่าการดำเนินนโยบายต่างๆนี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคต
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวต่อคณะผู้แทนฯ ว่าการดำเนินนโยบายการคลังของไทยในระยะต่อจากนี้ไปจะสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการ EEC รวมทั้งการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งระบบรถไฟถนน ท่าเรือ และสนามบินต่าง ๆซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยได้ปรับปรุงกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเน้นการปรับโครงสร้างภาษีในภาพรวมและพัฒนาระบบภาษีให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้นและจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจSMEs และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงงานแห่งอนาคตที่มีทักษะขั้นสูงเพื่อรองรับความต้องการแรงงานในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ต่อไป



คณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในโอกาสการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2562 (2019 IMF Article IV Consultation) คณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในโอกาสการประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2562 (2019 IMF Article IV Consultation)

ข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง+กองทุนการเงินระหว่างประเทศวันนี้

รัฐบาลผนึก "เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-ยุติธรรม" ปราบสินค้าละเมิดฯ 6 เดือน จับ 332 คดี ยึดกว่า 1.3 ล้านชิ้น มูลค่าเสียหายทะลุ 2,300 ล้าน ยกระดับความเชื่อมั่นการค้า-การลงทุนไทย เสริมภาพลักษณ์ในเวทีโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานแถลงผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รอบ 6 เดือนแรก (ตุลาคม 2568 มีนาคม 2569) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาคี

รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐ... "เอกนิติ - บีโอไอ" เจรจาผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ เปิดเกมรุกดึงลงทุนไทย ท่ามกลางโลกผันผวน — รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐฯ เจรจาความร่วมมือเศรษฐกิจ พร้...

บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุน... บีโอไอเคาะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้าน — บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบ...