นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับข้อเสนอพิจารณาดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำกั้นน้ำเค็มทะเลสาบสงขลา ช่วยเหลือพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ในการหารือ ได้ชี้แจงถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 40 ปีทั้งเชิงอนุรักษ์และเชิงการพัฒนา โดยเฉพาะโครงการทำแนวคันกั้นน้ำเค็มนั้น ที่ผ่านมากรมชลฯได้มีการศึกษาความเหมาะสมร่วมกับรัฐบาลเนเธอแลนด์ไว้ตั้งแต่ปี 2514 หาแนวที่เหมาะสม แต่ขณะนั้นคณะกรรมการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาไม่เห็นด้วย จนต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยกเลิกโครงการปี 2549 และให้พิจารณาหาทางเลือกอื่นร่วมทั้งการปรับเปลี่ยนอาชีพหรือการส่งเสริมการเกษตรใช้น้ำน้อยกับเกษตรกรในพื้นที่
การศึกษาโครงการคันกั้นน้ำเค็มทะเลสาบสงขลา เดิมเสนอไว้ 3 แห่ง คือ SiteA เกาะใหญ่-แหลมจองถนน SiteB เกาะโคป-ปากพะยูน SiteC ปากรอ ต่อมาในปี 2527 ถึงปี 2548 ได้มีการศึกษาถึง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการมาโดยตลอด ผลการศึกษาและสำรวจ พบว่า โครงการก่อสร้างคันกั้นน้ำเค็มบริเวณSiteA มีความเหมาะสมที่สุดรองลงมาคือ SiteC
ต่อมาในปี 2553 - 2555 กรมชลฯดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในด้านต่างๆ และได้เสนอโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย และปัญหาขาดแคลนน้ำ พร้อมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ปัจจุบันโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ คืบหน้าแล้ว 60 %
"กรมชลฯได้รับข้อสั่งการของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ลงพื้นที่เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ให้เร่งแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนเพื่อใช้เก็บน้ำในฤดูฝนที่จะถึงโดยการเพิ่มศักยภาพเก็บน้ำจืดในพื้นที่ ที่สามารถทำได้ทันที โดยกรมชลฯมีแผนขุดลอกคลองในพื้นที่ชลประทานอยู่ในพรบ.งบประมาณปี 2563 และแผนงานเพิ่มเติมปี 63 จำนวน 61 สายคลอง สามารถรองรับน้ำและเก็บน้ำได้อีกประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)สำหรับระยะกลางจะสำรวจออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ ขยายคลองให้กว้างขึ้น รวมทั้งแก้มลิง ตระพัง นอกเขตพื้นที่ชลประทาน คาดว่าจะมีน้ำจากแหล่งเหล่านี้เพิ่มอีกประมาณ 25 ล้านลบ.ม. ซึ่งหากจำเป็นต้องซื้อที่ดินก็ให้ดำเนินการได้ตามที่ รมว.เกษตรฯได้มีบัญชาไว้ ส่วนในระยะยาวจะมีการสำรวจแหล่งน้ำเพิ่มและระบบควบคุมน้ำเชื่อมแหล่งน้ำในทะเลสาบ แต่กรณีข้อเสนอใหม่ทำประตูกั้นน้ำเค็มเป็นเรื่องที่ต้องหารือกับฝ่ายนโยบายและประชาชน โดยจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดจนประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการก่อสร้างอย่างรอบด้านและครอบคลุมในทุกมิติต่อไป " นายประพิศกล่าว
ด้านนายถาวร แซ่อิ้ว กรรมการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาด้านเกษตรกรรม กล่าวว่า ประชาชนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลากว่า300 คนได้ยื่นหนังสือต่อนายรมว.เกษตรฯ เพื่อให้มีการศึกษาการทำคันกั้นน้ำเค็มขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพราะประชาชนเริ่มเจอน้ำเค็มรุกซ้ำซาก หลังจากเคยยุติไป แต่ปัจจุบันคนในพื้นที่เห็นแล้วว่าเกิดปัญหาน้ำเค็มรุกจริงโดยเฉพาะใน 3 ปีที่ผ่านมากระทบต่อประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ร่วมกว่า 5 แสนไร่ เสียหายต่อเศรษฐกิจปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาทเพราะน้ำเค็มรุกถึงทะเลน้อย ถึงพรุควนเคร็ง กระทบพื้นที่เกษตร นาข้าวในระโนด ความเค็มเมื่อ 14 ก.พ.63 สูงถึง 8 กรัมต่อลิตร ซึ่งเครือข่ายจึงอยากให้รัฐมองเห็นความทุกข์กับการเจอน้ำเค็มในระดับนี้จึงได้ยื่นหนังสือต่อภาครัฐ
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"
กระทรวงเกษตรฯ - IRCo ขับเคลื่อนความร่วมมือ ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล
กระทรวงเกษตรฯ รวมพลังหมอดินอาสาทั่วประเทศ ครบรอบ 3 ทศวรรษ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาดินไทยอย่างยั่งยืน
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมนำสินค้าออร์แกนิคไทยตะลุยตลาดโลก ผงาดในงาน BIOFACH 2026 ที่เยอรมัน