พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวว่า การเดินทางมาเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 วันนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกพื้นที่ของประเทศให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค ด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ก่อนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงเร่งรัดการดำเนินงานตามงบประมาณที่แต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรร ให้ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งได้ทันท่วงที พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ดำเนินการตามนโยบายนายกรัฐมนตรี บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน เร่งดำเนินการในเชิงรุกเพื่อป้องกันบรรเทาความเดือดร้อน และควบคุมสถานการณ์น้ำแล้ง ไม่ให้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน ยังได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 (งบกลาง) ระดับพื้นที่ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 และความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก กับ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน โดยวันนี้ ได้สั่งการในเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1. การเพิ่มการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากการติดตามการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีคุณภาพน้ำที่เหมาะสมสำหรับการอุปโภค บริโภคไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2563 ในวันนี้จึงได้สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติดำเนินการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมายังลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมจากแผนเดิมอีก 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ จากเดิมที่มีการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองแล้ว 500 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อป้องกันปัญหาน้ำทะเลรุกตัวเข้ามายังแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการประปานครหลวง ควบคุมการบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ รวมถึงป้องกันและเฝ้าระวังการสูญเสียน้ำระหว่างการผันน้ำจากลุ่มแม่กลองมายังลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดด้วย 2. การบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกเพื่อไม่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ จากการประเมินสถานการณ์ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พบว่า มีอ่างเก็บน้ำจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง และอ่างบางพระ จ.ชลบุรี ที่หากไม่มีมาตรการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนอาจส่งให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอถึงสิ้นเดือนมิถุนายนได้ วันนี้ที่ประชุมก็ได้เห็นชอบใน 5 มาตรการหลักพร้อมมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจนในการป้องกันก่อนปัญหาขาดแคลนน้ำจะเกิดขึ้น คือ 1) มอบหมายการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ และ นิคมอุตสาหกรรมปรับลดการใช้น้ำ 10% 2) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับลดปริมาณการใช้น้ำผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมลดลงในภาคตะวันออก 3) กรมชลประทานประสาน กปภ. และ อีสท์วอเตอร์ จัดหาแหล่งน้ำสำรองจากภาคเอกชน เพื่อให้สามารถใช้น้ำได้ถึงสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 4) ให้กรมชลประทานพิจารณาผันแหล่งน้ำจากข้างเคียงมาเติมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และ 5) ให้ กปภ.เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างตามแผนงานที่ได้รับสรรงบกลางแก้ไขปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ย้ำว่า ในส่วนของการดำเนินงานโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 (งบกลาง) จำนวน 2,041 โครงการ ได้เน้นย้ำหน่วยงานเมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วให้เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย อาทิ การขุดเจาะบ่อบาดาล จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน ซ่อมแซมระบบประปา เป็นต้น พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้า แผนการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงประโยชน์ที่ประชาชนได้รับในทุกโครงการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติรับทราบเป็นระยะ ๆ เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไปด้วย
ดร. สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการจัดทำแผนงาน/โครงการเร่งด่วนเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝนปี 2563ที่ประชุมวันนี้ยังได้รับทราบความก้าวหน้าการจัดทำแผนงาน/โครงการเร่งด่วนตามที่ 10 หน่วยงานส่วนกลาง รวมถึงหน่วยงานส่วนท้องถิ่น 69 จังหวัด นำได้เสนอแผนงาน/โครงการเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่าง สทนช.ดำเนินการวิเคราะห์ กลั่นกรอง ตรวจสอบโครงการ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติในหลักการภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ สทนช. ได้กำหนดจัดงานประชุมชี้แจงและมอบนโยบายการบริหารจัดการภัยแล้งแบบบูรณาการและเตรียมการเก็บน้ำในฤดูฝนปี 2563 ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เป็นประธานมอบนโยบายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แนวทางการดำเนินงานในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในฤดูฝน ปี2563 ควบคู่กันด้วย
โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิเลียน กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล "โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระดับทอง (ดีเยี่ยม)" อย่างภาคภูมิใจ
กรมลดโลกร้อน ลงนาม MOU จัดการสิ่งแวดล้อมสู่เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป "AR7" วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
ห้ามพลาด ร่วมกิจกรรม เปิดเวที Youth Groundwater Guardian ปี 2 นักสื่อสารน้ำบาดาลรุ่นใหม่ - สมัครก่อน 15 มี.ค. นี้เท่านั้น!
สวทช. - ทช. ผนึกกำลัง ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บริหารจัดการ-ฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทส. เปิดเวทีอบรม "ปธส." รุ่น 13 มุ่งเป้าสร้างเครือข่ายผู้นำ ลุยขับเคลื่อนไทย ยุคภูมิอากาศใหม่ ลดคาร์บอน พร้อมรับภัย สร้างสังคมเท่าเทียม
กรมลดโลกร้อน ยกระดับกลไก จัดทำระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวฯ เชื่อมข้อมูล 6 สาขา รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว