ด้านนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในรอบปีการประมง 2561– 2562 นั้นกำลังจะสิ้นสุดลง ในวันที่ 31 มีนาคม 2563 กรมประมงจึงได้ออกประกาศกรมประมงเรื่อง กำหนดห้วงเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนและเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ สำหรับปีการประมง 2563 – 2564 พ.ศ. 2563 โดยกำหนดห้วงเวลาให้ชาวประมงมายื่นคำขอ พร้อมเอกสารที่จะยื่นประกอบในการยื่นคำขอ สำหรับเครื่องมือที่ขอรับใบอนุญาตฯ นั้น แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มเครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพสูง มีจำนวน 8 เครื่องมือ ได้แก่ อวนลากคู่ อวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่าง อวนล้อมจับ อวนล้อมจับปลากะตัก อวนครอบปลากะตัก อวนช้อน/ยกปลากะตัก และเรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) และกลุ่มเครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพต่ำ จำนวน 14 เครื่องมือ ได้แก่ อวนครอบหมึก อวนช้อนปลาจะละเม็ด อวนติดตา อวนรุนเคย คราดหอยลาย คราดหอยแครง คราดหอยอื่น ลอบปลา ลอบปู ลอบหมึก ลอบหมึกสาย เบ็ดราว แผงยกปูจักจั่น และเบ็ดมือ
เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สำหรับปีการประมง 2563 -2564 ได้แก่
1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอรับอนุญาต ที่ยังไม่หมดอายุ
2. หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการประมง (กรณีเป็นนิติบุคคล) ที่มีอายุไม่เกิน 3 เดือน
3. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)
4. หนังสือรับรองสุขอนามัยเรือประมง (สร.3) (เฉพาะเรือประมงที่ใช้เครื่องมือประมงในการจับสัตว์น้ำและเก็บรักษาสัตว์น้ำไว้ในเรือ)
5. หนังสือยินยอมให้ใช้เรือประมง (กรณีที่มีการถือกรรมสิทธิ์ร่วมหรือมีสิทธิครอบครองในเรือประมงที่ขอรับอนุญาต)
6. แบบแจ้งชื่อเรือประมงที่ผู้ขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง พร้อมทั้งหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในเรือแต่ละลำ (กรณีครอบครองเรือประมงมากกว่า 1 ลำ)เรือประมงที่ต้องแจ้ง ได้แก่ เรือที่ใช้ทำการประมง เรือขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด เรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส (ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอส แต่ไม่เกิน 1,000 ตันกรอส) หรือเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์ที่มีจุดวาบไฟสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส (ขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอส แต่ไม่เกิน 1,000ตันกรอส) ทั้งเรือประมงไทยและเรือประมงต่างชาติ
7. เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่มีความผิด (กรณีขอเครื่องมือประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ รอบปีการประมง 2561 - 2562)
8. เอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าได้ใช้เครื่องมืออวนครอบ/ช้อน/ยกปลากระตัก ก่อนการตรวจวัด และจัดทำอัตลักษณ์เรือ (กรณีเรือพื้นบ้านหลังการตรวจวัดมีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป)
9. เล่มสำเนาทะเบียนบ้าน/เอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงว่าผู้ขอรับใบอนุญาตมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่จะขอย้ายฝั่ง (กรณีขอย้ายพื้นที่ทำการประมงเครื่องมือประสิทธิภาพสูง)
10. ภาพถ่ายหรือภาพถ่ายดิจิทัลของเรือประมง จำนวน 3 รูป ดังนี้
- ภาพหัวเรือที่เห็นชื่อเรือ ทะเบียนเรือ (กรณีที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ อยู่เดิมจะต้องมีเครื่องหมายประจำเรือปรากฏอยู่ในภาพถ่ายด้วย) จำนวน 1 รูป
- ภาพถ่ายเรือเต็มลำด้านซ้ายหรือด้านขวา จำนวน 1 รูป
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์