อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จฯ สั่งการปรับรูปแบบการเรียนการสอน พร้อมตั้งรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จฯ สั่งการปรับรูปแบบการเรียนการสอน พร้อมตั้งรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ปรากฏจำนวนผู้ป่วยในสถานศึกษาบางแห่งเพิ่มขึ้น ทำให้ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ออกประกาศปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ การประเมินวัดผลการเรียนของนักศึกษา การเพิ่มความถี่ในการรักษาสุขอนามัยในพื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัย รวมทั้ง การเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ตลอดจนประชาชนโดยรอบถึงการดูแลและการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ นักศึกษาจีนที่มาศึกษาในมหาวิทยาลัย จำนวนประมาณ 200 คน โดยทีมคณาจารย์เฉพาะกิจที่ดูแลสุขภาพแบบใกล้ชิดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ปัจจุบัน ยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อภายในมหาวิทยาลัย    

อธิการบดี มรภ.บ้านสมเด็จฯ สั่งการปรับรูปแบบการเรียนการสอน พร้อมตั้งรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ผศ. ดร. ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ชี้แจงว่า “จากข่าวที่มีการพบจำนวนผู้ติดเชื้อในสถานศึกษาที่เพิ่มขึ้นนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมีการรับมือสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยของบุคคลากรและนักศึกษาทุกคน โดยเริ่มตั้งแต่สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จนถึงช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า ด้วยความร่วมมือของทุกคนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการดูแลนักศึกษาจีน กว่า 200 คน ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคตั้งแต่เดือนมกราคมอย่างเคร่งครัด ปัจจุบัน ยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อภายในมหาวิทยาลัย”

การประกาศของอธิการบดีถึงการเตรียมความพร้อมรับมือ เป็นแนวทางปฏิบัติหลักๆ 3 ประการ คือ

  1. การจัดการเรียนการสอนทุกหลักสูตรและระดับชั้นของมหาวิทยาลัย สำหรับรายวิชาที่มีการเรียนกลุ่มใหญ่และรายวิชาเฉพาะในหลักสูตร ในรูปแบบออนไลน์ได้ทันที จนสิ้นสุดการเรียนการสอนรายวิชานั้น โดยการวัดและประเมินผล ขอให้ผู้สอนพิจารณาปรับเกณฑ์และวิธีการวัดและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ ตามความเหมาะสมของรายวิชาและสถานการณ์ที่สามารถประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพแทนการจัดสอบ โดยต้องมีการสื่อสารกับนักศึกษาให้เข้าใจถึงความจำเป็นสำของการปรับเกณฑ์และวิธีการวัด ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งการปรับรูปแบบการเรียนการสอนนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักคอมพิวเตอร์ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี (ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์และเทคโนโลยี) และฝ่ายวิชาการของแต่ละคณะ อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการปรับรูปแบบการเรียนการสอนดังกล่าว
  2. การดูแลความสะอาดในพื้นที่ส่วนรวม ให้ทุกหน่วยงานเพิ่มการดูแลสุขภาพอนามัยด้านสถานที่ของแต่ละหน่วยงาน เช่น การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดพื้นทางเดินเข้า-ออกอาคาร ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ตรวจเช็ดทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสสาธารณะด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ จัดให้มีบริการเจลล้างมือโดยเฉพาะจุดที่มีการเข้า-ออกอาคาร หน้าลิฟต์ ห้องประชุมและศูนย์อาหาร รวมทั้งการเพิ่มความถี่ในการดูแลระบบเครื่องปรับอากาศเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กองอาคารสถานที่ฯ สำนักงานอธิการบดี ดำเนินการทำความสะอาดทุกอาคารเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
  3. การประชาสัมพันธ์การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการระบาด สร้างความร่วมมือของหน่วยงานภายในเพื่อสื่อสารและติดประกาศข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการปฏิบัติตน โดยมหาวิทยาลัยเปิดช่องทางการสื่อสารให้นักศึกษา บุคลากรและประชาชนภายนอก สามารถสอบถามรายละเอียดและรับข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านประกาศของมหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด โดยรวบรวมไว้ที่ช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้แก่ สำนักประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ โทร. 02-473-7000 กด 0 เฟซบุ้คเพจ BSRU News เว็บไซต์มหาวิทยาลัย www.bsru.ac.th และ LINE Official @BSRU

“ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พร้อมให้บริการด้านสาธารณสุขเบื้องต้นแก่นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรและประชาชนในชุมชนใกล้เคียง  ตั้งรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หากรัฐบาลประกาศเข้าสู่การระบาดระยะ 3 ด้วยความห่วงใยและปรารถนาดีต่อสมาชิกบ้านสมเด็จเจ้าพระยาทุกคน เพื่อให้สมาชิกมีความปลอดภัยและส่งต่อแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ใกล้ชิดอย่างมีสติ ความตระหนักรู้และคำนึงถึงส่วนรวมมากที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล” ผศ.ดร. ลินดากล่าว


ข่าวมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา+มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จวันนี้

90.2 % คนกทม สับสน บัตรเลือกตั้งทั้งสองใบเบอร์พรรค ไม่เหมือนกัน แนวทางในการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ก่อนการเลือกตั้ง 15 วัน) โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีการกระจายการเก็บข้อมูลในกลุ่มเขตชั้นใน กลุ่มเขตชั้นกลาง กลุ่มเขตชั้นนอก จำนวนทั้งสิ้น 1,124 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 19 22 มกราคม 2569 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000

รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างห... 40.1 % คน กทม ความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ — รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างหน่วยงานรัฐ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสม...

90.5 % คนกทม รู้ว่า 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส พร้อมลงประชามติ 65.5 % การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดย...

41.6 % อยากให้รัฐบาลใหม่มีนโยบาย การรักษา... คน กทม 53.5 % นโยบายด้านไทย-กัมพูชา มีผลมากต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร — 41.6 % อยากให้รัฐบาลใหม่มีนโยบาย การรักษาอธิปไตยและไม่ให้มีภัยคุกคามต...

ผศ.พชรมน เกิดสุวรรณ พร้อมคณะอาจารย์ และนั... เปิดประสบการณ์ศิลปะจากหัวใจ มรภ.บ้านสมเด็จฯ ชมงานนิทรรศการ "It's Ok to be Artist" — ผศ.พชรมน เกิดสุวรรณ พร้อมคณะอาจารย์ และนักศึกษาภาควิชากราฟิกดีไซน์ คณะ...

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสม... คณะวิทยาการจัดการ มบส. ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับการเคหะแห่งชาติ — คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกล...

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสม... คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มอบทุนการศึกษา 31 ทุน จำนวนเงิน 337,600 บาท — คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระย...