รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี หนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ร่วมขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง เริ่มต้นเล่าถึงความเป็นมาของเอสซีจีที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 106 ปี ว่าเอสซีจีมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนอยู่ทั้งในแผนแม่บทและในทุกส่วนของการดำเนินธุรกิจ จนถือเป็นหนึ่งใน DNA ของพนักงานทุกคน อีกทั้งยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The World Business Council for Sustainable Development - WBCSD) และ Down Jones Sustainability Index (DJSI) มาอย่างยาวนาน กระทั่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาบรรจุอยู่ในแผนแม่บทของกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเล็งเห็นว่าแนวคิดนี้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับการแก้ไขปัญหาทรัพยากรของโลกที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนในเร็ววันได้
เอสซีจีมีโรงงานและสำนักงานกว่า 2,000 แห่งกระจายทั่วโลก จึงต้องมีหลักปฏิบัติที่เป็นต้นแบบ (Best Practice) ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกันและนอกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนธุรกิจให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ด้วยการนำทรัพยากรที่ผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ให้ลูกค้าใช้งานแล้ว วนกลับมาใช้เป็นทรัพยากรในการผลิตใหม่ โดยอาศัยการวางแผนบริหารจัดการของเสียที่ดีและความร่วมมือที่เข้มแข็งกับพันธมิตรคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเปลี่ยนระบบการผลิตจากเส้นตรง (Make-Use-Dispose) เป็นการหมุนเวียนกลับมาใช้ (Make-Use-Return) เช่น ความร่วมมือกับ ดาว ประเทศไทย ในการนำพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น ถุงพลาสติกและถุงใส่อาหารที่มาจากขยะในครัวเรือน มาบดผสมกับยางมะตอยเพื่อใช้ปูถนนในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีสัมมนา "SD Symposium 2019" เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือในการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างแท้จริง โดยในการประชุมได้มีการร่วมกันระดมสมองเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารจัดการขยะในประเทศ และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อช่วยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการเผยแพร่ความรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสู่ภาคประชาชนเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศคงไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานเดียว จึงต้องสร้างการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาคธุรกิจทั้งในและนอกอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ตลอดจนภาครัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย
"การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น จะต้องมีการร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนภายใต้การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) ต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และร่วมมือกับภาครัฐในการกำกับดูแลเพื่อให้มาตรการต่าง ๆ มีผลบังคับใช้ได้ในชีวิตประวัน บนเป้าหมายที่จะทำให้ขยะในเมืองไทยเหลือ 0% (Zero Waste)" นายรุ่งโรจน์กล่าว
ส่วน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวถึงการร่วมขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นพันธมิตรกับเอสซีจีและองค์กรต่าง ๆ ในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการพัฒนายั่งยืนร่วมกันเช่นเดียวกับแนวทางของ WBCSD(World Business Council for Sustainable Development) ที่มุ่งผลักดันให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาขยะที่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกมากถึง 2 ล้านตัน ติดอันดับ 6ของประเทศที่มีขยะพลาสติกในมหาสมุทรมากที่สุด แต่ในจำนวนนี้มีการนำขยะมารีไซเคิลได้เพียงร้อยละ 30 จึงต้องมีการสร้างความร่วมมือเพื่อทำให้เกิดการขยายพลังที่มากขึ้น
นำร่องเมืองอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน EEC
ด้าน ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี)กล่าวว่า พื้นที่ EEC ถือเป็นพื้นที่นำร่องและส่งเสริมด้านการบริหารจัดการให้สิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนาส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยวางเป้าหมายที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นต้นแบบการบริหารจัดการขยะ และร่วมมือกับภาครัฐรวมถึงภาคธุรกิจในการบริหารจัดการขยะทั้งประเทศ โดยมีโครงการนำร่องที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุน ที่บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ จ.ระยอง ซึ่งในชุมชนมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการวางกฎระเบียบการจัดการขยะและนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม
เปลี่ยนกระบวนการคิด สร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วภูมิภาค
ขณะที่ เหงียน ฉวน วิงห์ เลขาธิการทั่วไป Vietnam Business Council for Sustainable Development (VBCSD)กล่าวว่า เวียดนามมีความตื่นตัวและร่วมมือกันในภาคธุรกิจเพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เพราะต้องการให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นแนวทางที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจอีกด้วย โดย VBCSD มีสมาชิกเครือข่ายภาคธุรกิจในเวียดนามหลายรายที่ได้ร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ได้ อาทิ เอสซีจี ดาว เคมิคอล และโคคา โคล่า
ทั้งนี้ เหงียน ฉวน วิงห์ มองว่า การขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยพลิกจากธุรกิจที่มีรูปแบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่การเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ จะต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิด (Mindset) ของทุกองค์กรให้มองเห็นภาพความสำเร็จของรูปแบบธุรกิจใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่า จึงจะนำไปสู่การออกแบบรูปแบบธุรกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติกชีวภาพ อีกทั้งยังควรมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความต้องการให้เกิดการบริโภค และควรสร้างกระบวนการหมุนเวียนทรัพยากรโดยอาศัยการสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการ ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับชุมชนบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กว้างขวางมากขึ้น
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ ของเอสซีจี ได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook:scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel
MR. D.I.Y. Joins "Bangkok Magic Hands Sort to Give…for Bangkok Road Sweepers," Turning Plastic Bottles into Reflective Vests
Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton, Welcomes Terryn Schlenther as General Manager, Steering the Property from Inception to Grand Debut
กาแฟพันธุ์ไทย ผงาดแชมป์ 2 ปีซ้อน!กวาด 2 รางวัลใหญ่ Thailand Franchise Award 2026 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจแฟรนไชส์อันดับ 1 ของไทย
นับถอยหลัง GCNT Expo 2026 เปิด 6 โจทย์สำคัญ พาไทย "SHIFT" ให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
Inspire IVF สร้างปรากฏการณ์บนเวที Opportunity Day ส่ง "LUNA Robotics" นำเสนอข้อมูล ปักหมุดองค์กรแห่งอนาคตภายใต้ JUMP+
บล.พาย จัดสัมมนา "Navigating Your Portfolio in the AI Era" ชวนเปิดมุมมองจัดพอร์ตครึ่งปีหลัง 2026 รับโอกาสลงทุนในยุค AI
ETL มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ดีมานด์ขนส่งฟื้น เจาะกลุ่มมาร์จิ้นสูง พัฒนาบริการ-เชื่อมเส้นทางระดับภูมิภาค
"บิสชิน" ต่อยอดการรีแบรนด์ จับมือ "The Coffee Club" เปิดประสบการณ์ใหม่ ภายใต้แคมเปญ "สวิงกิ้งบิสกิต คู่ขากับอะไรก็อร่อย"
Central Pattana Residence wins top honours at the LivingInsider Developer Thailand Awards 2026, named 'Best Developer Across Four Regions' for the second consecutive year and reaffirming its residential excellence nationwide