คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) จับมือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เปิด “ห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม ธรรมศาสตร์-เอไอที” อุโมงค์ลมขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. ศูนย์รังสิต รุดเสริมเขี้ยวเล็บอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยได้มาตรฐาน สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ผ่าน 4 ขั้นตอนดังนี้ จำลองอาคารจริง จำลองสภาพแวดล้อมอาคารในขนาดย่อส่วน ทดสอบความต้านทานแรงลมแบบ 360 องศา และวัดแรงลมที่กระทำกับอาคารในทุกทิศทาง พร้อมเผยผลสำเร็จการทดสอบแรงลมในการออกแบบอาคารสูง ได้แก่ ตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร ที่ความสูง 314 เมตร หอชมเมืองกรุงเทพ ที่มีความสูง 459 เมตร และ สะพานขึงพระรามเก้าใหม่ ที่มีความยาวช่วงกลาง 450 เมตร ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและทดสอบศักยภาพการต้านแรงลมของ ตึกสูงหรืองานออกแบบขนาดใหญ่ ได้ที่ [email protected]
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. โทรศัพท์ 094-664-7146 ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ TSE ได้ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT และ www.engr.tu.ac.th
รศ. ดร.วิโรจน์ บุญญภิญโญ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) และนักวิจัยด้านวิศวกรรมแรงลม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เปิด “ห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม ธรรมศาสตร์-เอไอที” (TU-AIT Wind Tunnel Laboratory) แล็บอุโมงค์ลมขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. ศูนย์รังสิต ตั้งแต่ปี 2544 ในขนาดความกว้าง 2.5 เมตร สูง 2.5 เมตร ยาว 25.5 เมตร และมีความเร็วลมตั้งแต่ 0 ถึง 20 เมตรต่อวินาที เพื่อใช้ทดสอบความแข็งแรงและการตอบสนองของสิ่งก่อสร้างหลากรูปแบบ อาทิ อาคารสูง สะพานช่วงยาว กังหันลมขนาดใหญ่ และเสาสายส่งไฟฟ้า อันนำไปสู่การยกระดับงานออกแบบสิ่งก่อสร้างภาคอุตสาหกรรม ที่ได้มาตรฐาน สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน ตลอดจนลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
โดยกระบวนการทดสอบดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
- สร้างแบบจำลองอาคารให้เหมือนจริง
- จำลองสภาพแวดล้อมอาคารที่เหมือนจริง ในขนาดย่อส่วน 1 ต่อ 400
- นำแบบจำลองมาวางบนโต๊ะหมุนในอุโมงค์ลม ซึ่งสามารถหมุนได้ 360 องศา พร้อมเปิดลมทดสอบ
- วัดแรงลมที่กระทำกับอาคารโดยรวมที่ฐานอาคาร หรือวัดหน่วยแรงลมเฉพาะที่บริเวณผนังอาคาร
โดยการทดสอบจะทำการหมุนโต๊ะครั้งละ 10 องศา เพื่อให้ลมสามารถปะทะอาคารทุกทิศทาง ทั้งนี้ เพื่อให้การคำนวณแรงลมและการสั่นไหวของอาคาร เป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำ ตลอดจนป้องกันความรู้รู้สึกไม่สบายหรือเกิดอาการวิงเวียนของผู้ใช้งานจริง
สำหรับการทดสอบด้วยแรงลม จะโฟกัสใน 3 ส่วน ดังนี้
- แรงลมโดยรวม เพื่อนำแรงลมไปออกแบบโครงสร้างหลักในการต้านทานแรงลม และคำนวณอัตราเร่งสูงสุดที่ยอดอาคารภายใต้แรงลม
- แรงลมเฉพาะที่ เพื่อช่วยในการออกแบบกระจกรอบอาคาร “หนาหรือบาง” ตามหน่วยแรงลมที่เกิดขึ้นจริง
- ผลกระทบของแรงลมต่อผู้ใช้และผู้สัญจรรอบอาคาร เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้และผู้สัญจรรอบอาคาร เช่น บริเวณที่รับส่ง บริเวณทางเดิน ร้านอาหารกลางแจ้ง และบริเวณสระว่ายน้ำ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนางานวิจัยขั้นสูงด้านวิศวกรรมแรงลม รวมถึงทดสอบแรงลมสำหรับออกแบบอาคารสูงในประเทศไทย และต่างประเทศกว่า 50 โครงการ อาทิ ตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร ที่มีความสูงถึง 314 เมตร หอชมเมืองกรุงเทพที่มีความสูงถึง 459 เมตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะสร้างในอนาคตอันใกล้ และสะพานขึงพระรามเก้าใหม่ มีความยาวช่วงกลาง 450 เมตร ที่กำลังสร้างคู่ขนานกับสะพานขึงพระรามเก้าเดิม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ ผลงานของห้องปฏิบัติการอุโมงค์ลมดังกล่าว ยังได้รับตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติจำนวนมาก
อย่างไรก็ดี ในขั้นตอนการออกแบบอาคาร จะต้องมีการประเมินความจำเป็นในการทดสอบด้วยอุโมงค์ลม โดยเฉพาะการก่อสร้างใน 4 กรณีดังต่อไปนี้
- อาคารที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ ไม่เป็นสี่เหลี่ยม
- อาคารที่มีความสูงและอ่อนตัวมาก ซึ่งวัดจากความสูงต่อด้านแคบสุดของอาคารมากกว่า 5 หรือสะพานช่วงยาวและอ่อนตัวมาก เช่นสะพานขึง และสะพานแขวน
- สภาพแวดล้อมของอาคารที่ตั้งอยู่ในที่มีอาคารสูงหนาแน่น
- อาคารมีตั้งอยู่ริมทะเล ซึ่งจะเป็นที่เปิดโล่ง แรงลมจะมีค่าสูง ถ้าเข้าข่ายในกรณีใดกรณีหนึ่งควรจะต้องมีการทดสอบด้วยอุโมงค์ลม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งานสูงสุด
รศ. ดร.วิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาและทดสอบศักยภาพการต้านแรงลมของ ตึกสูงหรืองานออกแบบขนาดใหญ่ ได้ที่ [email protected] หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. (TSE) โทรศัพท์ 094-664-7146 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT และ www.engr.tu.ac.th
สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(AIT)ประชุมหารือด้านความร่วมมือกับสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
AIT ร่วมมือ สวทช. และ วช. พัฒนา "ระบบคัดกรองรถควันดำอัจฉริยะ" ช่วยแก้ปัญหา PM2.5 จากรถดีเซล
AIT ผนึก MIT เปิดเวทีชี้ทิศทางนโนบายสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืนในเอเชีย
บางจากฯ นำร่อง "Carbon Capture" ในโรงกลั่นน้ำมันรายแรกของไทย จับมือบีไอจี ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ต่อยอดความร่วมมือ กับ AIT และ Mitico แปร CO2 จากของเสียเป็นทรัพยากร
ไอแบงก์ต้อนรับแบงก์ชาติจากประเทศบังกลาเทศ ศึกษาดูงาน การเงินอิสลามในประเทศไทย
อมตะ ซิตี้ ฮาลอง ผนึกพันธมิตรพัฒนาคนคุณภาพ หนุนภาคเศรษฐกิจฟู้เถาะ
AIT ส่งทีมวิศวกรเข้าร่วมสำรวจโรงเรียนวิสุทธิกษัตรี เพื่อตรวจสอบโครงสร้าง ความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเรียน
การเคหะแห่งชาติลงนาม MOU ร่วมกับ AIT ผลักดัน "ที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน"
AIT จับมือ กรมประมง วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน