ILINK ครึ่งปีแรกโกย 2,613 ลบ. เผยผลประกอบการไตรมาส 2/63 รายได้รวม 1,263.80 ลบ. หนุนครึ่งปี และมีกำไร 92.19 ลบ. โตเพิ่มขึ้น 2 เท่า แข็งแกร่งไม่หวั่น COVID-19 หลังปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการทำกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจจัดจำหน่ายและโทรคมนาคมปรับโซลูชั่นการขายสินค้าและให้บริการตอบโจทย์ยุค New Normal มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังรายได้เข้าเป้า 5,950 ลบ.
นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและ ผู้นำเข้าและค้าส่ง อุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ (Networking) เปิดเผยว่า “ผลประกอบการไตรมาส 2/63 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นั้น กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มีรายได้รวมจำนวน 1,263.80 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 1,290.41 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ มีจำนวน 92.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่มีกำไร 45.65 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปีนี้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2563-2567) ที่วางไว้ โดยเป้าหมายทั้งปี 2563 อยู่ที่ 5,950 ล้านบาท หลังมุ่งเน้นการทำกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความผันผวนและท้าทาย อีกทั้งยังคงสามารถเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด
สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) ไตรมาส 2/63 มีรายได้รวมอยู่ที่ 451.76 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเพียง 0.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ดีลเลอร์และผู้รับเหมา ชะลอการสั่งซื้อสินค้าไปบ้าง บริษัทฯ จึงออกแคมเปญ “คุณสั่ง เราส่ง” กระตุ้นยอดขาย ส่งสินค้าตรงถึงมือผู้ใช้งาน (End User) ของลูกค้าทุกราย สร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจได้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ ยังเดินหน้ารุกตลาดสินค้ากลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ (Networking) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ เพื่อมุ่งตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ายุค New Normal และรองรับเทคโนโลยี 5G โดยยอดขายของสินค้ากลุ่มนี้เติบโตขึ้น 31% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว สินค้าที่น่าจับตามอง คือ อุปกรณ์สวิตช์ ซึ่งสามารถทำรายได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 115% ในขณะเดียวกันธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการกระชับต้นทุนสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีและมีต้นทุนขายลดลง 0.27% ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาสมดุลยอดขายและกำไรของธุรกิจจัดจำหน่ายไว้ได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในสถานการณ์ปกติ และมั่นใจว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายก็จะสามารถรุกต่อไปได้ทันที
สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) ไตรมาส 2/63 มีรายได้รวมอยู่ที่ 438.89 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการและติดตั้งโครงข่าย และการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธินั้น มีผลมาจากการทยอยรับรู้รายได้การให้บริการโครงข่ายของโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 1 และ Phase 2) อีกทั้งบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการกระชับต้นทุนการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการลดลง 30.94% และปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างรอผลประกวดราคางานโครงการติดตั้งสายใยแก้วนำแสงให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 240 ล้านบาท และเตรียมเข้าเสนองานด้านโซลูชั่นให้บริการการศึกษาผ่านทางไกลเพื่อรองรับเทรนด์การเรียนการสอนออนไลน์ โดยจะอาศัยศูนย์บริการ USONET ของบริษัทฯ ที่อยู่ตามพื้นที่ห่างไกลและมีระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้พร้อมรองรับนักเรียนที่จะมาใช้บริการ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย
สำหรับธุรกิจวิศวกรรมโครงการพิเศษ (Engineering) ไตรมาส 2/63 มีรายได้รวมอยู่ที่ 345.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 243.79 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้มีผลมาจากการรับรู้รายได้ของงานโครงการ ได้แก่ 1.) โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่บริษัทฯ ได้ส่งมอบรถไฟฟ้าไร้คนขับขบวนแรก (จำนวน 2 โบกี้) ให้กับ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และคาดจะทยอยส่งมอบรถไฟฟ้าครบทั้ง 6 ขบวน ภายในสิ้นปี 2563 นี้ 2.) โครงการก่อสร้างสายส่งเคเบิลใต้ดิน ระบบ 115 เควี มูลค่า 187.5 ล้านบาท ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าเชียงใหม่ 2 จำนวน 4 วงจร และงานก่อสร้างปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22 เควี ช่วงลอดใต้แม่น้ำปิง บริเวณสะพานป่าตัน จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ และ 3.) โครงการงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยที่อำเภอสวนผึ้ง และอำเภอวชิรบารมี มูลค่างานรวม 282 ล้านบาท ซึ่งสามารถดำเนินงานไปตามแผนงานที่วางไว้ ประกอบกับภาครัฐเริ่มมีมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ หลายๆ หน่วยงานภาครัฐเริ่มกลับมาดำเนินโครงการที่ชะลอไว้ ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี การลงทุนของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงนี้ หากมีโครงการขนาดใหญ่ บริษัทฯ พร้อมเข้าประมูลทันที
Krungthai CIO มองหุ้น AI พักฐานระยะสั้น ใช้จังหวะสะสมหุ้น Margin of Safety สูง พร้อมลงทุนส่วนเพิ่มในกลุ่มปลอดภัย
TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
'VRANDA' ดีเดย์โอนกรรมสิทธิ์ 'Veranda Villas & Suites Phuket' ก.ค.นี้ หนุนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตแกร่ง
ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13%
RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ORN เผย Q2/69 ส่งสัญญาณบวก โชว์ยอดขายพรีเซลไตรมาสที่ 2 ถึงปัจจุบัน ที่ 485.17 ลบ. จ่อบุ๊คกำไรพิเศษ
ASIMAR กางแผนปี 69 ปักธงรายได้โต 10% ชูงานต่อเรือภาครัฐหนุน Backlog แข็งแกร่ง