นักศึกษา ICT ม.มหิดล คว้ารางวัลประกวดหนังสั้นต้าน CYBERBULLYING

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เมื่อเร็วๆ นี้ นายธนภัทร จำนงรัตน์ หรือ “ปาล์ม” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จาก คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งร่วมกับ บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จัดโครงการประกวดหนังสั้น ผ่านเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม ภายใต้หัวข้อ 'CYBERBULLYING?' เพื่อการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

นักศึกษา ICT ม.มหิดล คว้ารางวัลประกวดหนังสั้นต้าน CYBERBULLYING

“ปาล์ม” ส่งผลงานหนังสั้น เรื่อง “Virus” เข้าประกวดในชื่อทีม “Palminister” โดยมีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคมตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งก็คือการทำหนังสั้น ในชื่อทีม “Palminister” ที่ตั้งชื่อโดยใช้ชื่อเล่นของตัวเอง บวกกับคำว่า “Prime Minister” หรือ "นายกรัฐมนตรี" ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิด "แรงกระเพื่อม" ในการสะท้อนปัญหาให้เกิด "ความเห็นอกเห็นใจ" และ "ฉุกคิด" เพื่อไม่ให้ "ถูกครอบงำ" จาก "CYBERBULLYING" หรือ "การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์" ซึ่งกำลังกลายเป็นเหมือนเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน นักศึกษา ICT ม.มหิดล คว้ารางวัลประกวดหนังสั้นต้าน CYBERBULLYING

“ปาล์ม” เล่าว่า ตนและพี่สาวถ่ายทำหนังสั้น เรื่อง “Virus” ในช่วงวิกฤติ Covid-19 ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน โดยเป็นการถ่ายทอดผ่านตัวละครเพียงตัวเดียว โดยใช้เฟซบุ๊ก และโปรไฟล์จำลอง เพื่อชี้ให้เห็นว่า ท้ายที่สุดแล้วเราทุกคนไม่อยากอยู่ในสังคมที่ไม่มีใครเห็นใจกัน การคิดหรือพูดอะไรออกไปโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น คือการทำร้ายซึ่งกันและกัน จึงอยากให้ลองคิดว่า ถ้าเกิดคนที่เรากำลังทำร้าย หรือ “BULLY” อยู่นั้น คือคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา เป็นคนที่เรารัก เราจะทำอะไรแบบนั้นกับเขาหรือไม่ (ชมหนังสั้นเรื่อง “Virus” ได้ที่ https://video.mthai.com/upclip/ss6/player/MmmZXy?pl=Eq00Yy)

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้วิจัยเรื่อง "ทัศนคติและพฤติกรรมการกระทำความรุนแรงผ่านโลกไซเบอร์ของเยาวชนไทย” กล่าวเสริมว่า เรื่อง "ความเห็นอกเห็นใจกัน" เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหนังสั้นเรื่อง “Virus” สามารถสะท้อนไว้ได้อย่างชัดเจน อยากให้สังคมไทยออกมามองว่า เราจะปล่อยผ่านเรื่อง "การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์" อย่างนั้นต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เพราะว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรกันอย่างจริงจัง เราจะกลายเป็นสังคมที่ยอมรับ "ความรุนแรง" ไปโดยปริยายจนคุ้นชิน

ซึ่งการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ทั่วโลกแบ่งออกเป็น 7 รูปแบบ ได้แก่ 1.การก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม 2.การให้ร้ายใส่ความ การแกล้งแหย่ 3.การเผยแพร่ความลับ 4.การกีดกันออกจากกลุ่ม 5.การแอบอ้างชื่อ การสร้างบัญชีปลอม 6.การขโมยอัตลักษณ์ และ 7.การล่อลวง ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็ยังมีกฎหมายอื่นที่พอจะนำมาปรับใช้ได้ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ที่ระบุว่า ผู้ใดโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมแปลง ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งคนอื่นสามารถเข้าไปดูข้อมูลนั้นได้ และทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือให้ข้อมูลลามกต่างๆ ทั้งผู้โพสต์และผู้เผยแพร่ส่งต่อจะมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ปัจจุบันพบว่าการกลั่นแกล้งรังแก หรือ “BULLY” นั้น เกิดขึ้นกับผู้เสียหายที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งในบางประเทศมีการรณรงค์กันอย่างจริงจัง โดยจัดให้มี “BULLY FREE ZONE” ณ โรงเรียนทุกแห่ง ซึ่งมีการแสดงสถิติการกลั่นแกล้งและผลของการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง โดยมีการรายงานผลต่อสาธารณะ เช่นเดียวกับการแสดงสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นการยืนยันว่า การกลั่นแกล้งรังแกเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”

“การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน คือ การสูญเสียทางกาย แต่การ “BULLY” คือ อุบัติเหตุทางใจ จริงๆ แล้ว “BULLY” เป็นเรื่องของ “เด็กรังแกเด็ก” ซึ่งมีมานานแล้ว โดยมีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย คือ "ผู้แกล้ง" "ผู้ถูกแกล้ง" และ "ผู้เชียร์" ซึ่ง “การเล่น” ต่างกับ “การแกล้ง” ตรง “เจตนา” ที่ทำให้ผู้ถูกกระทำเกิด "ความเจ็บปวด" สังคมในโลกยุคดิสรัปชั่นในปัจจุบันมีทั้ง "โลกเสมือนจริง" หรือ "โลกไซเบอร์" และ "โลกในชีวิตจริง" ที่ดำเนินไปอย่างเป็นคู่ขนาน แต่มักพบปัญหาเยาวชนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตโดยให้คุณค่ากับ "โลกเสมือนจริง" มากเกินไป หน้าที่ของผู้ใหญ่จึงควรสอนให้เด็กเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง "โลกไซเบอร์" และ "โลกในชีวิตจริง" จึงจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในสองโลกได้อย่างสมดุล และมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย


ข่าวคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร+เว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอมวันนี้

คณะ ICT ม.พะเยา จับมือ สทป. คว้าชัยเวทีระดับนานาชาติ GovMedia Awards 2026 ด้วยนวัตกรรม "ระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมผ่าน LINE OA เพื่อชุมชนท่าวังผา"

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยพะเยา เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) พัฒนาระบบ "Flood Warning System for Local Communities of Tha Wang Pha District" ยกระดับการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันสู่มือประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน LINE OA ล่าสุดคว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ Thailand Disaster Management of the Year Education จากเวที GovMedia Conference & Awards 2026 ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ความสำเร็จ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทย... คณะ ICT ม.พะเยา จัดอบรม Spec-Driven Development with Claude Code ยกระดับศักยภาพอาจารย์สู่ยุค AI — คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยพะเยา จัดกิ...

เมื่อ 10 12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมสุนีย์ ... อาจารย์ ICT ม.พะเยา ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Edge AI ในเวที Regional Coding & AI Competition 2026 — เมื่อ 10 12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ ...

มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ... ขอเชิญร่วมงาน AI Healthcare & Well-being Summit 2026 — มหาวิทยาลัยมหิดล โดย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ขอเชิญผู้สนใจร่วมงาน "AI Healthcar...