ม.มหิดล ชูต้นแบบ "ซ้อมความปลอดภัยโดยไม่สร้างความกลัว" ชวนสังคมเปลี่ยนจาก "จำลองเหตุรุนแรงเสมือนจริง" active shooter สู่ "การเรียนรู้ทักษะความปลอดภัยที่เหมาะกับวัย" - newswit

จากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมให้ครู บุคลากร และเด็กสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องจำเป็น แต่สำหรับเด็กปฐมวัย การนำแนวคิด "หนี-ซ่อน-สู้" ของผู้ใหญ่มาใช้โดยตรง หรือการจำลองเหตุการณ์ให้เสมือนจริง อาจสร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กมากกว่าที่คิด

ม.มหิดล ชูต้นแบบ "ซ้อมความปลอดภัยโดยไม่สร้างความกลัว" ชวนสังคมเปลี่ยนจาก "จำลองเหตุรุนแรงเสมือนจริง" active shooter สู่ "การเรียนรู้ทักษะความปลอดภัยที่เหมาะกับวัย"

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาแนวทางต้นแบบการฝึกซ้อมความปลอดภัยในสถานศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ในรูปแบบคู่มือ เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานการศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด "สร้างความปลอดภัย โดยไม่สร้างความกลัว" โดยศึกษาและประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากต่างประเทศ ร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก อาชญาวิทยา และพฤติกรรมความปลอดภัย ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาไทย

แนวทางดังกล่าวอ้างอิงหลักสำคัญจากคู่มือ Best Practice Guidance for School Safety and Lockdown Drills: Preparing for Active Threats เผยแพร่เดือนเมษายน ค.ศ. 2026 โดย National Association of School Psychologists (NASP), National Association of School Resource Officers (NASRO) และ Safe and Sound Schools ซึ่งเน้นว่าการฝึกซ้อมต้องเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ คำนึงถึงความปลอดภัยทางจิตใจ ไม่ใช้เสียงปืนจำลอง เลือดหรือผู้บาดเจ็บปลอม ไม่จัดฉากคนร้ายไล่ล่า และไม่หลอกเด็กว่าเป็นเหตุการณ์จริง

หัวใจสำคัญของการฝึกเด็กปฐมวัยไม่ใช่การทำให้เด็กจดจำภาพอันน่ากลัว แต่คือการสร้างทักษะพื้นฐานที่นำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หยุด-ฟัง-อยู่กับครู-ขอความช่วยเหลือ ผ่านคำอธิบายที่เรียบง่าย น้ำเสียงที่สงบ และกิจกรรมที่เด็กคุ้นเคย เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนเมื่อพบสิ่งไม่ปลอดภัย โดยยังคงรู้สึกมั่นคงและไว้วางใจผู้ใหญ่

สถาบันฯ ได้นำแนวทางดังกล่าวมาทดลองใช้เป็นตัวอย่างการฝึกซ้อม ณ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงให้เห็นกระบวนการตั้งแต่การเตรียมครู การสื่อสารกับเด็ก การเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับช่วงวัย ตลอดจนการสังเกตและดูแลสภาพจิตใจของเด็กระหว่างและหลังการฝึกซ้อม เพื่อให้สถานศึกษา ครู และผู้ปกครองสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้อง

พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่ ผศ.พญ.แก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ กุมารแพทย์พัฒนาการเด็ก และผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สถาบันฯ มุ่งหวังให้องค์ความรู้นี้ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของสังคมจาก การซ้อมให้เหมือนเหตุการณ์จริงไปสู่การเตรียมพร้อมอย่างเข้าใจพัฒนาการเด็ก เพราะความปลอดภัยที่แท้จริงไม่ควรแลกมาด้วยความหวาดกลัว และทุกสถานศึกษาควรมีแนวทางที่ช่วยให้เด็กเอาตัวรอดได้ พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงทั้งร่างกายและจิตใจ

รับชมคลิปคำแนะนำและตัวอย่างการฝึกซ้อมได้ทาง YouTube : NICFD Mahidol

https://youtu.be/y8fMj_wE6h0?si=Ym0MXzg478vWTrA_

ม.มหิดล ชูต้นแบบ "ซ้อมความปลอดภัยโดยไม่สร้างความกลัว" ชวนสังคมเปลี่ยนจาก "จำลองเหตุรุนแรงเสมือนจริง" active shooter สู่ "การเรียนรู้ทักษะความปลอดภัยที่เหมาะกับวัย"

ข่าว แก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ ล่าสุด