ตั้งแต่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด หน่วยงาน/องค์กรเริ่มคุ้นเคยกับการทำงานจากที่บ้าน หรือ WFH - Work From Home กันมากขึ้น โดยแต่ละคนและที่ทำงานแต่ละแห่งมีประสบการณ์ในเรื่องนี้แตกต่างกันไป
ถ้าถาม มณฑกานติ์ อินทโรดม เธอบอกว่า บริษัทไอเอ็นดีสเปซ จำกัด บริษัทผู้พัฒนาแอพพลิเคชันบนเว็บไซต์ และโมบายแอพพลิเคชันให้แก่บริษัทชั้นนำของเธอ WFH มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2553
"มีกันสิบคน ตอนเปิดบริษัทคุยกันเรื่องการทำงาน แต่ละคนมองว่าบ้านอยู่ไกล ถ้าต้องเดินทางมาบริษัทจะใช้เวลามาก บางคนต้องไปรับส่งลูกที่โรงเรียน ถ้าอยู่บ้าน ตอนเย็นไปรับลูก แล้วกลับมาทำงานต่อถึงดึก" ความลงตัวที่วิธีการทำงานแบบนี้ แน่นอนว่าไม่ได้คิดเรื่องงานเพียงด้านเดียวแน่ แต่ยังให้น้ำหนักเรื่องชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ซึ่งมณฑกานติ์เห็นว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการงาน
"เริ่มทำตั้งแต่ยังไม่มีใครเห็นความจำเป็น แต่เราเข้าใจ เพราะอายุเยอะที่สุดในบริษัท เรามีลูกแล้ว แต่หลายคนยังไม่มี พอถึงวันนี้ ทุกคนรู้ว่าในการดูแลลูก การจัดการเวลาได้สำคัญมาก ขณะที่ตัวเองตอนนี้เริ่มเจอโจทย์ในการดูแลพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น" มณฑกานติ์ เชื่อมั่นว่า เมื่อ "หลังบ้าน" จัดการได้เรียบร้อยดี คนทำงานก็จะเต็มที่กับภารกิจในความรับผิดชอบ และนั่นคือสิ่งที่ถูกพิสูจน์ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา
- มุมมอง-ระบบงาน คือกุญแจดอกสำคัญ
ด้วยทำเลที่ตั้งของสำนักงานที่ค่อนข้างห่างไกลจากบ้านของพนักงาน ทุกคนจึงเลือกการทำงานจากที่บ้าน และออกมาพบลูกค้าตามที่นัดหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้บริการยังสำนักงานของลูกค้า ส่วนการประชุมทีมอาศัยการนัดหมายในสถานที่ซึ่งทุกคนสะดวกตรงกันเป็นครั้งๆ ไป หรือบ่อยกว่านั้นคือใช้การประชุมทางไกล
ข้อได้เปรียบของไอเอ็นดีสเปซ คือบุคลากรเป็นคนทำงานด้านไอที ทำให้มีความชำนาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งมณฑกานติ์ยืนยันว่า เทคโนโลยีตอบโจทย์การทำงานทางไกลมานานแล้ว แต่คนส่วนใหญ่เพิ่งมาใช้กันแพร่หลายในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด
"ประชุมกันไป ลูกน้องอุ้มลูกมานั่งด้วย เราไม่ได้มองเป็นปัญหา ดีเสียอีก ทำให้ได้เห็นชีวิตอีกด้านของแต่ละคน ทุกคนรู้จักครอบครัวของเพื่อนร่วมงาน มีความคุ้นเคยกันมากขึ้น ช่วยให้ความร่วมมือในการทำงานดีขึ้นด้วย" สิ่งที่หลายคนตั้งคำถามคือ คนทำงานจะมีวินัยและความรับผิดชอบเพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการกำกับดูแลจากหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานได้จริงหรือ
"สำคัญมากคือต้องปรับมุมมองต่อการทำงาน เลิกตรวจสอบที่กระบวน แต่หันมาสนใจกับชิ้นงานที่เป็นเป้าหมาย รวมทั้งต้องวางระบบให้ประสานงานกันได้ และต้องรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ"
- งานที่ตอบโจทย์คนทุกเจน
นับจากก้าวแรกเมื่อสิบปีที่แล้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอเอ็นดีสเปซ จำกัด เชื่อมั่นว่าด้วยแนวทางการทำงานที่ยืดหยุ่นกระบวนการ แต่เข้มที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนยังร่วมทางมาด้วยกันจนถึงวันนี้
นอกจากทีมงานยุคบุกเบิก การทำงานลักษณะนี้ยังดึงดูดคนรุ่นใหม่มากความสามารถ ด้วยตรงกับจริตของคนเจนวายที่ให้ความสำคัญกับการจัดการเวลาด้วยตัวเอง และไม่นิยมการทำงานในระบบสำนักงานแบบเดิมๆ
"เราจ้างคนเก่งได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลงด้วย บางคนอยู่ต่างจังหวัด ทำให้เขาประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าครองชีพ ได้อยู่กับครอบครัว หรือบางครั้งเราจ้างคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากต่างประเทศเลยด้วยซ้ำ"
นอกจากความยืดหยุ่นในการทำงาน ไอเอ็นดีสเปซมีการจ้างงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งจ้างประจำ จ้างฟรีแลนซ์ หรือจ้างเป็นโปรเจ็กต์ ซึ่งสะท้อนรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
- เห็นใจ เห็นงาน
และด้วยเหตุที่ในการทำงานประจำวัน ทีมงานไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก ทางบริษัทจึงมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้พนักงานได้ใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดท่องเที่ยวประจำปี นัดรับประทานอาหารร่วมกันเป็นระยะ มีกิจกรรมสังสรรค์กันในเทศกาลสำคัญ ฯลฯ และแน่นอนว่าทุกกิจกรรม พนักงานพาครอบครัวมาร่วมด้วยได้
"อยู่กันมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องค่าจ้างหรือรายได้ แต่ผูกกันด้วยใจ ครอบครัวมีความสุข พนักงานก็มีความสุข ทุกคนรู้จักสมาชิกในครอบครัวของแต่ละคน ใครมีปัญหาอะไร ก็จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน ถ้าลูกใครไม่สบาย เพื่อนอาสาทำงานแทนกันได้ บรรยากาศแบบนี้ช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นด้วย"
ถ้าให้ประเมินวิธีการทำงานที่ใช้ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ผู้บริหารไอเอ็นดีสเปซบอกว่าเธอพึงพอใจกับผลงานที่ได้มา ซึ่งแน่นอนว่า ความพึงพอใจของผู้บริหารย่อมมาจากเสียงตอบรับที่ลูกค้ามีให้กับบริษัทนั่นเอง
"แบล็ค ดรากอนฯ" เผยโปสเตอร์หลัก "อัศจรรย์วันทอง" สวยต้องมนต์! ผจญภัยชะตากรรมใหม่นางวันทอง
ทีทีบี ฟินทิป พาส่องบัญชีเงินฝาก ชวนเปลี่ยนจาก "มีไว้เพื่อใช้" เป็น "มีไว้เก็บออม"
ซัมซุงจับมือ Warner Bros. Pictures และ DC Studios ส่งตรงประสบการณ์หนัง "Supergirl" ให้แฟนๆ ทั่วโลก
ประทับใจต่อกันยาว ๆ กับเพลงประกอบ Toy Story 5 หนังภาคต่อที่แฟน ๆ Disney และ Pixar รอคอย ทั้ง "I Knew It, I Knew You" ของ Taylor Swift และเพลงบรรเลงเพราะ ๆ จาก Randy Newman
มจธ. ปั้น "LumiGreen" ระบบท่อแสงอัจฉริยะ ดึงแสงธรรมชาติลดค่าไฟอาคาร ต้นทุนต่ำกว่าตลาดเกือบ 3 เท่า
กระแสแรง "Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ" หลังสร้างรอยยิ้ม น้ำตา และความประทับใจ
5 เหตุผลที่ทำให้ซีรีส์ See You at Work Tomorrow! (เจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้นะ!) เป็นซีรีส์ออฟฟิศโรแมนซ์ที่ทุกคนจะต้องรู้สึกอิน
คู่มือส่งออกอาหารแห้ง ทำยังไงให้สินค้าปลอดภัยตลอดการเดินทาง