นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารงานสำหรับไตรมาสที่ 4/2563 จากงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 และ/หรือกำไรสะสม จำนวน 5 กองทุน และจ่ายลดทุนจำนวน 1 กองทุน รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การจ่ายปันผลประกอบด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าจำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แสนสิริ ไพร์มออฟฟิศ (SIRIP) ลงทุนในกรรมสิทธิ์ในโครงการอาคารสิริภิญโญ จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.0800 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 26 รวมจ่ายเงินปันผล 3.6531 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557) กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF) ลงทุนในอาคารสมัชชาวานิช 2 อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ และอาคารบางนา ทาวเวอร์ ได้กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.3100 บาทต่อหน่วย นับเป็นครั้งที่ 39 รวมจ่ายเงินปันผล 9.9788 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2554) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานให้เช่าบริเวณเขตปทุมวัน จ่ายปันผลในอัตรา 0.2650 บาทต่อหน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ในปี 2563 ทางกองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 1.0195 บาทต่อหน่วยนับว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 1% นับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 33 รวมจ่ายเงินปันผล 7.5411 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556)
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนอสังหาฯ ประเภทโรงงานและคลังสินค้า จำนวน 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) ลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าบริเวณเขตพื้นที่ EEC (โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) โดยในไตรมาส 4 ปี 2563 มีผลประกอบการที่มั่นคงต่อเนื่อง อีกทั้งราคาของหุ้นของกองทุนค่อนข้างมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวนมากตามตลาด โดยทางกองทุนพิจารณาการจ่ายปันผล ที่ 0.1908 บาท/หน่วย ส่งผลให้ในปี 2563 ทางกองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.7158 บาท/หน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 2% นับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 26 รวมจ่ายเงินปันผล 4.9095 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557) โดยทั้ง 4 กองทุน มีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 5 มีนาคม 2564 นี้
กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 1 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ลงทุนในทรัพย์สินด้านโทรคมนาคม โดยตลอดปี 2563 กองทุนไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ซึ่งเห็นได้จาก กองทุนได้รับค่าเช่าจากผู้เช่า คือ กลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และผู้เช่ารายอื่นครบถ้วนและต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2563 กองทุน DIF มีกำไรจากการดำเนินงานที่ดีสม่ำเสมอต่อเนื่องและเป็นไปตามที่กองทุนคาดการณ์ไว้ เนื่องจากรายได้หลักของกองทุนมาจากสัญญาให้เช่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคม และสาย Fiber Optic Cable ระยะยาว กับกลุ่มบริษัททรู โดยทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่กลุ่มบริษัททรูใช้ให้บริการในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเตอร์เน็ต บรอดแบนด์ ที่ทรูเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ของประเทศ และสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตแบบก้าวกระโดด ของความต้องการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลก ทั้งในด้านการประกอบอุตสาหกรรมการผลิต การแพทย์ การสื่อสาร และด้านความบันเทิง ส่งผลให้กองทุนพิจารณาจ่ายปันผลในอัตรา 0.2610 บาทต่อหน่วยติดต่อเป็นไตรมาสที่ 5 สำหรับการจ่ายปันผลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 28 รวมจ่ายปันผล 6.9084 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557) โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 12 มีนาคม 2564 นี้
พร้อมกันนี้ได้จ่ายเงินลดทุนจำนวน 1 กองทุน เป็นกองทุนอสังหาฯ ประเภทโรงแรม ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท (ERWPF) ที่ลงทุนในโรงแรมไอบิส ป่าตอง และโรงแรมไอบิส พัทยา เป็นการจ่ายเงินลดทุนในอัตรา 0.0994 บาทต่อหน่วย เพื่อเป็นการจ่ายคืนสภาพคล่องส่วนเกินจากกรณีที่กองทุนมีการรับรู้รายการการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเนื่องจากการลดลงของราคาการสอบทานค่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 5 มีนาคม 2564 นี้
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการ ได้ที่ SCBAM Call Center โทร.02-777-7777 กด 0 กด 6 หรือผู้สนับสนุนการขายทุกราย
บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายปันผลกองทุนอสังหาฯ "LUXF" 0.64 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท
บลจ.อีสท์สปริง แนะกระจายพอร์ตแบบ Multi-Asset ผ่านกองทุน ES-MAGIC ชี้โอกาสรับผลตอบแทนควบคู่กระแสเงินสด เสนอขายวันนี้-31 ส.ค. 69 นี้
โครงการ WMA Intern Camp 2026 ของ BBLAM เสริมประสบการณ์เรียนรู้ธุรกิจกองทุนรวมแก่เยาวชนรุ่นใหม่
BBLAM แนะกระจายการลงทุนรับความผันผวน ผ่านกองทุนเด่นหลากหลายสินทรัพย์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้