จ๊อบส์ ดีบี รายงานสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยครึ่งปีแรกท่ามกลางโควิดระลอก 4 พบความต้องการแรงงานโต 6.7% การแข่งขันที่ 80:1

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

  • จ๊อบส์ ดีบี เผยข้อมูลอัตราการฟื้นตัวของภาคธุรกิจพิจารณาจำนวนความต้องการแรงงาน พบ "ธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์" คว้าตัวเลขสูงสุด ในขณะที่ "ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว" ยังคงได้รับผลกระทบสูงสุดตลอดกว่า 1 ปี

จ๊อบส์ ดีบี รายงานสถิติข้อมูลสถานการณ์การจ้างงานในช่วงครึ่งปีแรก พบว่า ข้อมูล อัตราการว่างงานไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 สูงสุดในประเทศไทยเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง และสูงที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด อยู่ที่ 1.96% จากการลดจำนวนแรงงานและฤดูกาลโยกย้ายประจำปี ในทางกลับกันความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางาน และช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ในช่วงครึ่งปีแรก ของปี 2564 กลับฟื้นขึ้นมา 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยมีอัตราการแข่งขันที่ 80 ใบสมัครต่อ 1 ประกาศงาน โดยกลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดยังคงเป็น 1) สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ คิดเป็น 15.3% 2) สายงานไอที คิดเป็น 14.8% 3) สายงานวิศวกรรม คิดเป็น 10.0% ตามลำดับ ในด้านมุมมองกลุ่มธุรกิจพบว่า ธุรกิจที่มีอัตราการฟื้นตัวสูงสุดพิจารณาจำนวนความต้องการแรงงาน ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 2) กลุ่มธุรกิจประกันภัย 3) กลุ่มธุรกิจการผลิต ในขณะที่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว คิดเป็น 51% 2) กลุ่มธุรกิจบริการเฉพาะกิจ คิดเป็น 22% 3) กลุ่มธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม คิดเป็น 21% อย่างไรก็ตาม จ๊อบส์ ดีบี มีกำหนดจัดมหกรรมหางานออนไลน์ ในช่วงเดือนกันยายน ที่กำลังจะมาถึง

จ๊อบส์ ดีบี รายงานสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยครึ่งปีแรกท่ามกลางโควิดระลอก 4 พบความต้องการแรงงานโต 6.7% การแข่งขันที่ 80:1

นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จ๊อบส์ ดีบี ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยหลังวิกฤตการณ์โควิดระลอกที่ 3 และ 4 ในช่วงครึ่งปีแรก ของปี 2564 พบว่า ไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 อัตราการว่างงานรายไตรมาสในประเทศไทยสูงสุดเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง และสูงที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด อยู่ที่ 1.96% ในขณะที่จำนวนความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางาน และช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ในช่วงครึ่งปีแรก ของปี 2564 ฟื้นขึ้นมา 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 โดยจากข้อมูลจำนวนประกาศงานบน จ๊อบส์ ดีบี ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 พบว่า กลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ 1) สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ คิดเป็น 15.3% 2) สายงานไอที คิดเป็น 14.8% 3) สายงานวิศวกรรม คิดเป็น 10.0% ในขณะที่กลุ่มสายงานที่มีจำนวนประกาศงานเติบโตขึ้นมากที่สุด ได้แก่ 1) สายงานการจัดซื้อ คิดเป็น +43.0% 2) สายงานขนส่ง คิดเป็น +37.4% 3) สายงานประกันภัย คิดเป็น +36.4% จ๊อบส์ ดีบี รายงานสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยครึ่งปีแรกท่ามกลางโควิดระลอก 4 พบความต้องการแรงงานโต 6.7% การแข่งขันที่ 80:1

ในด้านการฟื้นตัวของภาคธุรกิจโดยพิจารณาจำนวนความต้องการแรงงาน พบว่า ธุรกิจที่มีสัดส่วนจำนวนประกาศงานสูงสุด ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจไอที คิดเป็น 9.6% 2) กลุ่มธุรกิจการผลิต คิดเป็น 6.2% 3) กลุ่มธุรกิจการค้าปลีก-ส่ง คิดเป็น 5.5% และธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด เมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2563 ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น +52.6% 2) กลุ่มธุรกิจประกันภัย คิดเป็น +48.0% 3) กลุ่มธุรกิจการผลิต คิดเป็น +41.7% นอกจากนี้ยังพบว่า อัตราการแข่งขันลดลงในเชิงจำนวนอยู่ที่ 80 ใบสมัครต่อ 1 ประกาศงาน และยอดจำนวนใบสมัครงานเพิ่มขึ้น 12%

นอกจากนี้ จ๊อบส์ ดีบี ยังได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group) และ เดอะ เน็ตเวิร์ก (The Network) ได้ทำแบบสำรวจ "ถอดรหัสลับ จับทิศทางความต้องการคนทางานยุคใหม่" (Global Talent Survey) ซึ่งมีบทสรุปรายงานด้วยกัน 3 ฉบับ ได้แก่ "รายงานฉบับที่ 1 : Where - สถานที่ทำงานแบบไหนที่คนทำงานยุคใหม่ต้องการ และการทำงานแบบเวอร์ชวล" "รายงานฉบับที่ 2 : How - วิถีชีวิตเปลี่ยน พนักงานต้องการทำงานแบบไหน" และ "รายงานฉบับที่ 3 : What - เจาะลึกความต้องการ งานอะไรที่คนทำงานอยากทำมากที่สุด" โดยสำรวจความคิดเห็นคนทำงานกว่า 200,000 คน ใน 190 ประเทศ จาก 20 กลุ่มอาชีพ จัดทำขึ้นในช่วงปลายปี 2020 เพื่อศึกษาเทรนด์ของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปในหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19

จากรายงานพบว่า หลังวิกฤตโควิด คนทำงานเปลี่ยนความคิดเรื่องวิถีในการเลือกสถานที่ทำงาน โดยคนทำงานสามารถปรับตัวกับการทำงานระยะไกลได้ดีขึ้น โดยกว่า 73% ของคนทำงานเลือกที่จะทำงานแบบผสมผสานระหว่างการทำงานที่ออฟฟิศสลับกับการทำงานระยะไกล และความต้องการในการเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศแบบเต็มเวลา ลดลงเหลือเพียงแค่ 7% นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยหลักที่คนทำงานให้ความสำคัญมากที่สุดในการเข้าทำงานหลังวิกฤตโควิด-19 ได้แก่ 1) อัตราเงินเดือนและผลตอบแทน 2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน 3) ความรู้สึกภาคภูมิใจกับงาน

ในส่วนของการเปิดรับต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่เพิ่มเติม พบว่า 71% ของคนไทยในช่วงอายุ 21 - 40 ปี มีความพร้อมในการพัฒนาทักษะเดิมและการสร้างทักษะสำหรับบทบาทงานใหม่ โดยสายงานที่ต้องการฝึกอบรมทักษะใหม่ อาทิ สายงานช่างและการผลิต สายงานสื่อและสารสนเทศ สายงานขาย ในด้านช่องทางการเรียนรู้ที่คนทำงานในประเทศไทยใช้ในการพัฒนาทักษะด้านอาชีพมากที่สุด ได้แก่ 1) การสอนงานขณะปฏิบัติงาน 2) การเรียนรู้ด้วยตัวเอง 3) สถาบันการศึกษาออนไลน์ ตามลำดับ

ยิ่งไปกว่านั้นจากวิกฤตโควิด-19 ยังได้ส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนดัชนีเชิงบวกในการทำงาน ได้แก่ 1) การใช้เครื่องมือดิจิทัล อยู่ในระดับ 0.80 คะแนน 2) ความร่วมมือภายในทีม อยู่ในระดับ 0.46 คะแนน 3) ความยืดหยุ่นในการทำงาน อยู่ในระดับ 0.44 คะแนน ซึ่งดีกว่าค่าคะแนนทั่วโลก รวมถึงยังพบว่าคนทำงานรุ่นใหม่จำนวน 53% จะไม่เลือกเข้าทำงานกับองค์กรที่ไม่มีค่านิยมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามที่คาดหวัง และคนทำงานในภาพรวมจำนวน 63% จะไม่เลือกเข้าทำงานกับองค์กรที่ไม่สนับสนุนเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศและวัฒนธรรมความเชื่อ นางสาวพรลัดดา กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี ในฐานะแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย กำหนดการจัดมหกรรมหางานออนไลน์ ในช่วงเดือนกันยายน ที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) โทรศัพท์ 02-670-0700 หรือเข้าไปที่ http://bit.ly/JobsDBTH


ข่าวอิเล็กทรอนิกส์+จ๊อบส์ ดีบีวันนี้

บีโอไอเผยลงทุนญี่ปุ่นปี 68 ทะยานแตะ 1 แสนล้าน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว รับดัชนีความเชื่อมั่นลงทุนญี่ปุ่นฟื้น

บีโอไอหารือเจโทร-หอการค้าญี่ปุ่น ยืนยันนักลงทุนญี่ปุ่นเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย ปี 2568 การลงทุนจากญี่ปุ่น มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทย สอดคล้องกับผลสำรวจหอการค้าญี่ปุ่นที่มองแนวโน้มเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวของการผลิตและบริโภคจากธุรกิจใหม่ในหลายอุตสาหกรรม นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า

เจแปน ไพรซ์ ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลประจำปี 2569

มูลนิธิเจแปน ไพรซ์ มูลนิธิเจแปน ไพรซ์ (Japan Prize Foundation) ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลเจแปน ไพรซ์ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดย ศ.ซินเธีย ดเวิร์ก (Cynthia Dwork) จากสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลเจแปน ไพรซ์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์...

มูลค่าส่งออกสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่... ส่งออกทั้งปี 2025 โตสูงถึง 12.9% ขณะที่ปี 2026 ส่งออกจะแผ่วลงมากจากผลภาษีสหรัฐฯ และฐานสูง — มูลค่าส่งออกสินค้าเดือน ธ.ค. 2025 อยู่ที่ 28,835 ล้านดอลลาร์สห...

เอชเอสบีซีและเลนซิ่งเชื่อมโยงระบบใบตราส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับธุรกรรมทางการเงินเพื่อการค้าแบบเรียลไทม์ข้ามแพลตฟอร์ม-เชื่อมหลายธนาคาร

การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมโยงภาคขนส่งสินค้า ภาคธุรกิจ และภาคธนาคาร ชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการขยายการให้บริการทางการเงินเพื่อการค้าผ่านระบบดิจิทัลและลดเวลาการจัดส่ง...

บีโอไอ อนุมัติส่งเสริมลงทุนบริษัทร่วมทุนร... บีโอไอไฟเขียว 'ZDT' ยักษ์ใหญ่ PCB เบอร์หนึ่งของโลก ขยายฐานลงทุนในไทย 6.5 หมื่นล้าน — บีโอไอ อนุมัติส่งเสริมลงทุนบริษัทร่วมทุนระหว่าง Zhen Ding Technology ...