เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจากภาคธุรกิจเอกชนของประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และบทบาทของภาคธุรกิจในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บนเวทีเสวนาระดับโลก "Transforming Agriculture and Land Use to Win the Race to Zero" ซึ่งจัดขึ้นแบบออนไลน์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน ASEAN-UK Race to Zero Dialogues จัดโดย UK COP26 Presidency, UK-ASEAN Business Council และ ASEAN Business Advisory Council โดยมีผู้บริหาร และนักวิชาการจากสถาบันและองค์กรชั้นนำจากนานาประเทศร่วมเสวนา เพื่อระดมสมองที่จะผนึกกำลังทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจมุ่งไปสู่การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร เครือซีพี กล่าวบนเวทีเสวนาระดับโลก โดยสรุปว่า เครือซีพีได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายความยั่งยืนปี 2030 สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านความยั่งยืน ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยประกาศ 2 เป้าหมายที่เครือซีพีต้องทำให้สำเร็จภายในปี 2030 คือ 1.การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste ลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์ 2.การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ "สุทธิ" เป็นศูนย์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของเครือซีพีในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ เครือซีพีได้ยึดแนวทาง Climate Smart Agriculture หรือการบริหารจัดการภาคการเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสีย รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เช่น การใช้พลังงานทดแทนจากระบบไบโอแก๊ส การพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่ลดก๊าซไนตรัสออกไซด์จากมูลสัตว์ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ตลอดจนกระบวนการผลิตและเทคนิคทางการเกษตร ซึ่งนำไปสู่การจัดการเชิงนิเวศในผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้เทคโนโลยีในการมอนิเตอร์การเลี้ยงกุ้งตรวจสอบได้ว่ากุ้งต้องการอาหารมากแค่ไหนเพื่อบริหารจัดการในการลดของเสียและมลพิษ รวมทั้งใช้ระบบรีไซเคิลน้ำที่ช่วยลดการใช้น้ำต่อกิโลกรัมของผลิตภัณฑ์ลง 86% และลดการใช้พลังงานในระบบบำบัดน้ำได้ 30-35% ขณะเดียวกันก็เพิ่มผลผลิตไปได้อย่างคู่ขนาน
นอกจากนี้เครือซีพีได้นำพลังงานหมุนเวียนรูปแบบต่าง ๆ มาใช้ในการดำเนินการอย่างเหมาะสมกับธุรกิจต่าง ๆ ทั้งฟาร์มหมู โรงงานไข่ไก่ โรงงานแปรรูปอาหารหลายแห่ง อาทิ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคาโรงงานและอาคารสำนักงาน การใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์และน้ำเสียนำไปบำบัดจนได้ก๊าซชีวภาพ นำไปผลิตกระแสไฟฟ้าและนำกลับไปใช้ในสถานประกอบการ ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่ายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้กว่า 600,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังได้ขยายการพัฒนาระบบก๊าซชีวภาพไปสู่การดำเนินกิจการของซีพีในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน เช่น กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
"เครือซีพียังคงเดินหน้าพัฒนาหาโซลูชั่นทางเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อมาช่วยให้เกษตรกรในไทยและภูมิภาคอาเซียนได้บริหารจัดการพร้อมรับกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งการเฝ้าติดตามปศุสัตว์แบบดิจิทัล การจัดการคุณภาพน้ำ และการใช้โดรนเพื่อการเกษตร เทคโนโลยีเหล่านี้เครือซีพีได้ร่วมแบ่งปันกับเกษตรกรที่เป็นพันธมิตรตลอดจนการดำเนินงานของซีพีเอง โดยมีเป้าหมายคือการลดของเสียจากกระบวนการผลิตในภาคเกษตรขณะเดียวกันยังคงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ด้วย" นายนพปฎลกล่าว
นอกเหนือจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย ยังมีผู้ร่วมเสวนาจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ นายคริสโตเฟอร์ สจ๊วต Global Head of Corporate Responsibility and Sustainability บริษัท โอแลม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทซื้อขายสินค้าเกษตรชั้นนำของโลก นายดานุช ดิเนช Head of Partnerships and Outreach - CGIAR Research Program on Climate Change, Agriculture and Food Security ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเชื่อมโยงกับภาคเกษตรและอาหาร นางสาวอิเมลดา บาคุโด ที่ปรึกษาโครงการเครือข่ายการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาเซียน (ASEAN Climate Resilience Network) เครือข่ายนักวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคอาเซียน และนายอเลกซานเดอร์ ไจลส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการค้า Liberty Produce บริษัทเทคโนโลยีการเกษตรจากประเทศอังกฤษ โดยทุกคนต่างตระหนักดีกว่าภาคการเกษตรและการผลิตอาหารของโลกได้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีส่วนในภาวะโลกร้อน ดังนั้นจึงต้องร่วมกันเร่งมือเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อความยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผลิตอาหารที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อจับมือกันลดผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มาจากภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร
ประกาศชัยชนะบนเวทีโลก! True IDC ควง CP Group และ GIP ผงาดคว้ารางวัล 'Digital Infrastructure of the Year' จาก IJGlobal Awards
"สามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 12" ลาสิกขาอย่างงดงาม ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งสติและปัญญาในโลกยุคดิจิทัล
"ทุนการศึกษาซีพี" ปีที่ 48 ปรับโฉมครั้งใหญ่ เฟ้น "คนเก่ง-ผู้นำรุ่นใหม่" ขับเคลื่อนอนาคตประเทศ ตอกย้ำแนวคิด ประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ "สร้างคน สร้างอนาคต"
เจียไต๋รับรางวัล Governance & Compliance Excellence Awards 2025 สะท้อนแนวทางธรรมาภิบาลองค์กร
เริ่มต้นแล้ว "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" กับ 12 สามเณรน้อยในเรียลลิตี้ธรรมะสุดอบอุ่น ภายใต้แนวคิด "แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้"
ซีพี จับมือ XJTLU - ซีอานเจียวทง ลิเวอร์พูล เปิดตัว "CP COE - XJTLU : Syntegrative Education Center" ยกระดับการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง เชื่อมการศึกษา-ธุรกิจ-นวัตกรรมระดับโลก
True IDC ชูยุทธศาสตร์ "Security Economy" วางศิลาฤกษ์เมกะดาต้าเซ็นเตอร์เขต EEC ใต้งบ BOI กว่า 7.7 หมื่นล้าน ตอกย้ำเบอร์หนึ่งของไทย
เครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น นำ 12 เยาวชนก้าวสู่ห้องเรียนธรรมะเรียลลิตี "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" หล่อหลอมหัวใจตื่นรู้ สู่ "แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย"
วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์(PAT) ในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ เดินหน้าสร้างคนอย่างยั่งยืน เปิด 9 ศูนย์การเรียนรู้ ปั้นทักษะอาชีพตามแนวคิด Life Long Learner