4 เหตุผลที่คนอายุ 40+ ควรส่องกล้องตรวจ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" แม้ไม่มีอาการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

4 เหตุผลที่คนอายุ 40+ ควรส่องกล้องตรวจ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" แม้ไม่มีอาการ

4 เหตุผลที่คนอายุ 40+ ควรส่องกล้องตรวจ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" แม้ไม่มีอาการ

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุดก็คือ "การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่" นอกจากส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยแล้ว ยังสามารถตัดติ่งเนื้อที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งในอนาคตออกไปได้อีกด้วย

รู้มั้ยครับว่า..มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อย 1 ใน 3 ที่คนไทยเป็นมากที่สุดมาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่พบมากในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่!!..เดี๋ยวนี้พบว่าคนอายุยังไม่ถึง 50 ปี ก็เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่กันเพิ่มมากขึ้น

ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กในลำไส้ใหญ่ และใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปี กว่าติ่งเนื้อจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และเนื่องจากระยะแรกของโรคมักไม่มีอาการแสดง จะมีอาการก็ต่อเมื่อโรคเริ่มลุกลามแล้ว หลายคนจึงมักเจอโรคในระยะที่อาการหนักแล้ว เพราะไม่เคยตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะตัดสินใจส่องกล้องก็ต่อเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือดหรือปวดท้องมากจนทนไม่ไหวแล้วนั่นเอง

ซึ่งการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ นั่นก็เพราะ..

* มะเร็งลำไส้ใหญ่พบมากในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งทุกๆ 5 ปี* หากมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 40 ปี และตรวจซ้ำทุกๆ 3-5 ปี* หากรอจนมีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายมีมูกเลือด ถ่ายเป็นเลือด ท้องเสียสลับท้องผูก ปวดท้องรุนแรง ส่วนใหญ่มักเป็นในระยะที่รุนแรงแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษาและอาจทำให้เสียชีวิตได้* ถ้าตรวจพบติ่งเนื้อที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็สามารถรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก และมีโอกาสหายขาดสูง

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ นอกจากจะช่วยคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้แล้ว ยังสามารถตรวจหาโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย จึงควรเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ และการตรวจกับแพทย์ที่มีความชำนาญการใช้เทคโนโลยีการส่องกล้อง จะช่วยให้วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรับการรักษาที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว


ข่าวo:member+o:healวันนี้

ทำความรู้จัก 'ไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง

จากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาที่ดิอาร์คองโก ยูกันดา การระบาดยังรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค เผยรายงานจากองค์การอนามัยโลก สงสัยผู้ติดเชื้อ จำนวนมากกว่า 900 ราย และเสียชีวิตแล้ว 220 ราย โดยการระบาดครั้งนี้ เกิดจากสายพันธุ์ Bundibugyo (บุนดิบูโย) ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 บอร์ดโรคติดต่อ ฯ แห่งประเทศไทย ได้ยกระดับสกัด "อีโบลา" จากผู้เดินทางจาก 2 ประเทศ "ดิอาร์คองโก-ยูกันดา" โดยเมื่อเข้าไทยจำเป็นต้องกักกันตัว 21 วัน ซึ่งบทความให้ความรู้โดย พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล (ว.38200) แพทย์

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke อาจเกิดขึ้นไ... รู้ทัน "โรคหลอดเลือดสมอง" ตรวจคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น — โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke อาจเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ...

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อที่... สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนร่วมบริจาคในโครงการ"ฉีดวัคซีนปอดบวมแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส 1,000 ราย" — โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อที่อาจลุกลามรุนแรงจนต้องนอน...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำ... สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำเร็จของแคมเปญ "หวานปกติ...