จีนเร่งระดมปลูกป่าทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนถึงจุดสูงสุดภายในปี 2573 ก่อนที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2603
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (30 มี.ค.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ร่วมเป็นผู้นำในการปลูกป่าในระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่กรุงปักกิ่ง โดยปธน.สีกล่าวว่า ป่าไม้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ มีคุณูปการต่อเศรษฐกิจ เพิ่มผลผลิตด้านอาหาร และยังเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน หรือ คาร์บอนซิงค์ (Carbon sink)
ในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ปธน.สียังได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 (18th Communist Party of China (CPC) National Congress) ปี 2555
เพาะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ระบบนิเวศ
จีนได้กำหนดให้วันที่ 12 มีนาคมของทุกปีเป็นวันปลูกต้นไม้แห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2522 โดยที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National People's Congress หรือ NPC) หรือรัฐสภาจีน ได้เปิดตัวโครงการจิตอาสาปลูกต้นไม้ขึ้นทั่วประเทศในปี 2524 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พลเมืองทุกคนที่อายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไปและมีความพร้อมเข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ 5 ต้นเป็นประจำทุกปี
"ผมต้องการมีส่วนร่วมในโครงการ Beautiful China และหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้เติบโดสู่สังคม โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน" ปธน.สี กล่าวในช่วงจัดกิจกรรมของปีนี้ที่สวนสาธารณะกลางเมืองแห่งหนึ่ง ในย่านฮวงคุน ทาวน์ (Huangcun Town) เขตต้าซิง (Daxing) กรุงปักกิ่ง
ในระหว่างกิจกรรม ปธน.สีได้ปลูกกล้าไม้สนจีน รดน้ำต้นท้อ, แมกโนเลีย, แอปเปิลจิ๋ว และต้นแอชจีน
ปธน.สียังกล่าวว่า "จากความร่วมแรงร่วมใจเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราจะสามารถทำให้ท้องฟ้ากลับมาใสขึ้น มีภูเขาที่เขียวชอุ่ม ผืนน้ำใสสะอาด และสิ่งแวดล้อมที่งดงามขึ้น"
นอกจากนี้ ปธน.สี จิ้นผิงยังกล่าวว่า ผืนป่าและทุ่งหญ้าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญขั้นพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงทางระบบนิเวศของประเทศ โดยได้อธิบายถึงป่าไม้ว่าเป็นเสมือนแหล่งดูดซับคาร์บอน
พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีของจีนยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและเดินหน้าไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้แนวทางแบบองค์รวม
"เราจะปกป้องและบริหารจัดการระบบนิเวศ ซึ่งประกอบด้วยภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ พื้นที่เกษตรกรรม ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ด้วยการใช้แนวทางแบบองค์รวม โดยจัดโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และทุ่งหญ้าทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ"
ความสำคัญของป่าไม้ในการลดคาร์บอน
"ผืนน้ำใสและภูเขาเขียวขจีเป็นสินทรัพย์อันล้ำค่า" ความเห็นดังกล่าวของปธน.สีกลายเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ระบบนิเวศของจีน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนให้คำมั่นว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แตะจุดสูงสุดก่อนปี 2573 และบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ก่อนถึงปี 2603 นอกจากนี้ ยังให้คำมั่นว่าจะผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในด้านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2564-2568) และตามเป้าหมายระยะยาวจนถึงปี 2578 ซึ่งเป็นแผนพัฒนาประเทศฉบับล่าสุด
การปลูกป่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการเปลี่ยนความคิดเหล่านี้ให้กลายเป็นจริง เนื่องจากแหล่งดูดซับคาร์บอน เช่น ป่าไม้และทุ่งหญ้า จะช่วยดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศเอาไว้
ข้อมูลในเอกสารปกขาวด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของจีนที่เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคมปี 2564 ระบุว่า พื้นที่ป่าไม้และเขตป่าสงวนของจีนมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ จีนสามารถบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มทรัพยากรป่าไม้ได้มากที่สุด
รายงานจากเอกสารดังกล่าวยังระบุว่า ณ สิ้นปี 2563 จีนมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ที่ 220 ล้านเฮกตาร์ โดยมีพื้นที่ป่าอยู่ราว 23% และกักเก็บคาร์บอนได้ 9.19 พันล้านตัน
สำนักงานบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันที่ 11 มีนาคมว่า ในปี 2564 จีนปลูกป่าครอบคลุมพื้นที่ 3.6 ล้านเฮกตาร์ และแปลงพื้นที่เกษตรกรรม 380,800 เฮกตาร์ให้กลายเป็นผืนป่า โดยจีนวางแผนที่จะปลูกต้นไม้และทุ่งหญ้าให้ได้ 6.4 ล้านเฮกตาร์ในปีนี้
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน (China Development Bank: CDB) ยังได้อนุมัติเงินกู้ราว 1.141 แสนล้านหยวน (ราว 1.795 หมื่นล้านดอลลาร์) เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ทางระบบนิเวศที่สำคัญ อาทิ การจัดตั้งเขตป่าสงวนแห่งชาติและการปรับปรุงคุณภาพป่าไม้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูดซับคาร์บอนในภาคป่าไม้
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีนยังเป็นหนึ่งในธนาคารผู้กำหนดนโยบายหลักของประเทศ ซึ่งสนับสนุนการเพาะปลูกและดูแลผืนป่าครอบคลุมพื้นที่เกือบ 4 ล้านเฮกตาร์ โดยคาดว่าหลังจากปี 2573 จะดูดซับคาร์บอนได้ปีละ 72 ล้านตัน
https://news.cgtn.com/news/2022-03-31/China-steps-up-tree-planting-efforts-to-reduce-carbon-emissions-18QrTqA6rHq/index.html
TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน "จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว" ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกาศผู้ชนะ Sustainability Impact Awards ประจำปี 2024 'เครือเจริญโภคภัณฑ์' คว้ารางวัล Regional Winner ตอกย้ำเป้าหมายพันธมิตรด้านพลังงาน ร่วมกันสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน
ม.วลัยลักษณ์ ประกาศเจตนารมณ์ "มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน" ภายในปี 2030
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โชว์ 3 โซนไฮไลต์นวัตกรรมสุดล้ำ พลิกโฉมพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในงาน "IEEE PES GTD Asia 2025"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดตัว EV Bike รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สู่มาตรฐาน ESG ยกระดับการขนส่งสีเขียว
ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ พลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย สู่ Net Zero
GPSC รุกกลยุทธ์พลังงานสะอาด ส่งบริษัทในกลุ่มคว้างาน EPC หนุนการขยายตัวภาคผลิตใช้พลังงานสะอาดมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
มาสด้าเตรียมเผยโฉมรถต้นแบบ Vision Model ในงาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมเนรมิตบูธภายใต้ธีม "The Joy of Driving fuels a sustainable tomorrow"