กว่า 1 เดือนแล้วที่ได้มีการเปิดตัว "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) ณ ลาน Innovative Space ชั้น 1 อาคารคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสครบรอบ"53 ปีวันพระราชทานนามมหิดล 134 ปีมหาวิทยาลัยมหิดล" 2 มีนาคม 2565 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จุดประกายแห่งความหวังของนักวิจัย ไม่ใช่เพียงนักวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล แต่เปิดกว้างสำหรับนักวิจัยจากนอกรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล และนักวิจัยจากทั่วโลก ให้มีโอกาสได้มาร่วมสร้างสรรค์งานวิจัยขั้นสูงที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติ
อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึงภารกิจหลักของ "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) ซึ่งจัดตั้งขึ้น ตามนโยบายโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกลุ่มสาขา AI Based Diagnosis ว่า เพื่อรองรับการสร้างสรรค์งานวิจัยขั้นสูงที่ต้องอาศัยระบบปัญญาประดิษฐ์โดยมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ขั้นสูงที่สนับสนุนงานที่มีความต้องการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ สถาบันฯ มีสถานที่ที่รองรับการจัดฝึกอบรมในระดับต่างๆ ตลอดจนได้จัดให้มี Co-working Space ให้นักวิจัยจากหลากหลายสาขา (Multi-disciplinary Researchers) ได้มาระดมสมองสร้างสรรค์และพัฒนางานวิจัยร่วมกันด้วยอุปกรณ์เครื่องมือระบบ AI ที่ครบครัน ทันสมัย และมีศักยภาพสูง
สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล มีหลักสูตรที่จัดฝึกอบรมเพื่อให้นักวิจัยสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (Introduction) ไปจนถึงระดับมืออาชีพ(Professional) และสำหรับนักวิจัย (Researchers) ที่ครอบคลุมทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยมีแผนระยะยาวในการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ให้สามารถออกไปเป็นพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำการใช้ซอฟต์แวร์ AI ขั้นสูงให้กับสถาบันอื่นๆ ต่อไปรวมทั้งร่วมสร้างเครือข่ายเพื่อการแชร์ข้อมูล ร่วมพัฒนาความรู้ และพัฒนาซอฟต์แวร์ AI ขั้นสูง เพื่อร่วมสร้าง AI Digital Playground ขึ้นเป็นศูนย์กลางข้อมูล เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศชาติ
ซึ่งการพัฒนา AI ในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่มหาศาล และหลากหลาย สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล มีการวางระบบ Federated Learning System เพื่อสนับสนุนให้นักวิจัย หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ สามารถเข้าร่วมกันพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์เชิงลึก โดยที่ไม่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่สามารถให้ซึ่งกันและกันได้สถาบันฯ ยังมีความร่วมมือกับ วิทยาลัยราชสุดา และมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในการสร้างสรรค์และพัฒนาระบบนำทางให้คนตาบอดได้เดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้อย่างปลอดภัยภายในวิทยาเขตศาลายา โดยใช้อุปกรณ์ edge AI ร่วมกับระบบ cloud computing เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนตาบอด ซึ่งเป็นงานวิจัยระดับโลกที่มหาวิทยาลัยมหิดลสามารถมีส่วนช่วยเหลือสังคม และมวลมนุษยชาติ
อาจารย์ แพทย์หญิงวัชรา ริ้วไพบูลย์ คณบดีวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) ไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชาติแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งแก้ไขปัญหาของผู้คนในสังคมด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้พิการที่มีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายนี้ด้วย
จากความสำเร็จในเฟสแรกที่ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยวิทยาลัยราชสุดา ได้วิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มต้นเก็บข้อมูลทำแผนที่ดิจิทัลเพื่อช่วยในการเดินทางสำหรับคนตาบอด ก้าวต่อไปเฟสที่สองจะได้ร่วมกับ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้ซอฟต์แวร์จากข้อมูลทำแผนที่ดิจิทัลที่ได้จากเฟสแรก มาใช้กับอุปกรณ์ช่วยในการเดินทางสำหรับคนตาบอด ที่ได้รับการสร้างสรรค์และพัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบAI ในการจดจำ เรียนรู้ และพัฒนาข้อมูลด้วยตัวเองต่อไป
อาจารย์ แพทย์หญิงวัชรา ริ้วไพบูลย์ ได้ให้มุมมองถึงการพัฒนาอุปกรณ์ช่วยในการเดินทางสำหรับคนตาบอดด้วยระบบ AI ว่า เนื่องจากสภาวะแวดล้อมของไทย ต่างบริบทกับต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบปรับปรุงจนกว่าจะสามารถใช้งานได้จริง โดยคาดว่าจะสามารถใช้ทดลองกับคนตาบอดไทยได้ภายในอีกประมาณ 5 - 6 เดือนข้างหน้าซึ่งหากสามารถปรับปรุงอุปกรณ์ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของคนตาบอดไทยได้มากเพียงใด จะยิ่งทำให้คนตาบอดไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างสะดวก และปลอดภัยได้มากขึ้นเท่านั้น
สิ่งที่มวลมนุษยชาติต้องการ นอกเหนือจากสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นและปลอดภัยแล้ว AI ยังสามารถใช้ในการดูแลสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ เพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาวปราศจากโรคภัยได้ต่อไปอีกด้วย ซึ่งปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางพันธุศาสตร์ของมวลมนุษยชาติในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างหลากหลายในโลกด้วย จำเป็นจะต้องมีการศึกษาอย่างลึกซึ้งเพื่อการวางแผนทางสุขภาวะต่อไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประพัฒน์ สุริยผล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสารสนเทศ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนโยบายและแผน หัวหน้าหน่วยชีวสารสนเทศและจัดการข้อมูลวิจัย และหัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศชีวสารสนเทศและจัดการข้อมูลคลินิก สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวเสริมให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของ "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ AI นอกจากงานวิจัยหลักด้านจีโนมิกส์ โปรตีโอมิกส์ และรังสีวิทยาแล้ว ยังมีความโดดเด่นด้านการนำระบบAI มาช่วยพยาธิแพทย์ในการวินิจฉัยผู้ป่วย
จากเดิมที่ต้องใช้กล้องส่องหาเซลล์เนื้อร้ายในชิ้นเนื้อส่งตรวจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้ใช้วิธีสแกนสไลด์ภาพชิ้นเนื้อส่งตรวจ และได้สร้างplatform ขึ้นสำหรับ "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) เพื่อช่วยพยาธิแพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้รวดเร็วขึ้น ระบบดังกล่าวสามารถขยายเพิ่มเติมเพื่อให้การตรวจครอบคลุมโรคอื่นเพิ่มเติมได้การที่มี infrastructure ส่วนกลาง ที่ดูแลโดย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยลดการลงทุนทางด้าน infrastructure ของส่วนงานต่างๆ ได้มาก และจะเป็นการบูรณาการที่เป็นจุดแข็งของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ต่อไปอีกด้วย
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภูมิ สุขธิติพัฒน์ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาชีวสารสนเทศทางการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) (Master of Science Program in Medical Bioinformatics (International Program) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้คร่ำหวอดในการทำวิจัยด้านการศึกษาโครงสร้างทางพันธุศาสตร์เพื่อทำนายการเกิดโรคมะเร็งในคนไทย ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อที่พบเป็นลำดับต้นๆ ในคนไทย กล่าวในฐานะหนึ่งในผู้ใช้ (User) ของ "สถาบันปัญญาประดิษฐ์มหิดล" (Mahidol AI Center) ว่า เดิมการศึกษาโครงสร้างทางพันธุศาสตร์เพื่อทำนายการเกิดโรคมะเร็งใช้หน่วยประมวลผลแบบ CPU โดยทั่วไป มีข้อจำกัด คือใช้เวลานานในการประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาล (Big Data)
ซึ่งการนำระบบ AI ขั้นสูงมาใช้ ช่วยให้การศึกษาลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ทำนายการตอบสนองต่อการรักษาสำหรับผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โดยมองว่าการลงทุนด้วย AI เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อโลก และการก้าวทันโรค
NT ร่วมมือ คณะ ICT ม.มหิดล ลงนาม MOU บูรณาการการพัฒนากำลังคน ด้าน Cybersecurity สร้างรากฐานบุคลากรที่แข็งแกร่งของประเทศ
efin Group ร่วมกับ ม.พะเยา ปั้นกำลังคนดิจิทัล ผ่านโครงการ "ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่"
efin Group หนุน "บัณฑิตพันธุ์ใหม่" ม.พะเยา ร่วมงาน "ICT Open House" เป็นกรรมการตัดสินนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล
KGI จัดสัมมนา "พื้นฐานการวิเคราะห์การลงทุน" ในโครงการ KGI ALGO TRADING BOOTCAMP & COMPETITION 2025 ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล
โครงการสัมมนาวิชาการ AI & Cyber Intelligence: The Future of Human-Machine Collaboration & Security
Art & Life : ICT Silpakorn 2025
สถาบัน ESTC Training Center จัดอบรม "การพัฒนาบุคลิกภาพและการพัฒนาภาพลักษณ์แบบมืออาชีพ" ให้คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ม.ศิลปากร
รับสมัครนักศึกษาใหม่ หลักสูตร ICT ในรอบรับตรง จัดสอบ ปีการศึกษา 2568