คุณหมอผิวหนังแนะ วิธีรับมือกับ "สิวฮอร์โมน"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

คุณหมอผิวหนังแนะ วิธีรับมือกับ "สิวฮอร์โมน"

คุณหมอผิวหนังแนะ วิธีรับมือกับ "สิวฮอร์โมน"

"สิวฮอร์โมน" มีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั้นเกิดขึ้นได้ในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในช่วงวัยหนุ่มสาว ระหว่างตั้งครรภ์ ขณะมีประจำเดือน หรือช่วงวัยทอง การมีสิวฮอร์โมนในช่วงเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ

โดยในช่วงวัยเจริญพันธุ์หรือวัยรุ่นนั้น มักก่อให้เกิดสิวในช่วงทีโซน (T-Zone) ได้แก่ บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนในวัยผู้ใหญ่มักพบสิวฮอร์โมนบริเวณใบหน้าส่วนล่าง เช่น แก้ม คาง และแนวสันกราม นอกจากนี้ บริเวณอื่นๆ ก็อาจมีสิวฮอร์โมนขึ้นได้เช่นกัน เช่น ตามลำคอ แผ่นหลัง ไหล่ หน้าอก โดยสิวที่เกิดขึ้นอาจอยู่ในรูปสิวอักเสบ สิวหัวดำ สิวหัวขาว หรือสิวผดเล็กๆ ก็ได้

สิวฮอร์โมน เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและรับมือให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยรุ่นหนุ่มสาว เพราะถ้าหากเป็นสิวฮอร์โมนแล้วปล่อยให้ลุกลาม ผลเสียที่ตามมาไม่ใช่แค่เรื่องบุคลิกภาพที่ดูไม่ดี แต่ยังทำลายความมั่นใจส่งผลต่อโอกาสในการพัฒนาตัวเองด้านต่างๆ อีกด้วย

ดังนั้นการใส่ใจดูแลผิวหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลยหากเป็นสิวฮอร์โมนแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ * ล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนและมีคุณสมบัติในการรักษาสิววันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

  • ระหว่างที่เป็นสิว ให้เลี่ยงการขัดหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบสครับ เพราะจะเพิ่มการเสียดสีทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้สิวเห่อ หายยากขึ้น
  • ทายารักษาสิวที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ หรืออาจทานยาที่มีส่วนช่วยปรับระดับฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ ยาในกลุ่มวิตามินเอ หรือยาแก้อักเสบช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว จะช่วยบรรเทาให้สิวยุบลงได้ การใช้ยาหรือเวชสำอาง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ใช้เลเซอร์รักษาสิว หรือทำทรีทเมนท์รักษาสิว ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดอาการหน้ามัน ลดการอักเสบลดรอยดำรอยแดงจากสิวให้จางหายไป
  • ออกกำลังกายเป็นประจำควบคุมน้ำหนักและสัดส่วนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนให้เข้าสู่ภาวะปกติ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดฝุ่นควัน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ งดทานอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารหวาน ของมันของทอดไขมันสูง เพราะจะกระตุ้นการเกิดสิวและทำให้สิวเห่อได้ง่าย
  • หันมาทานผักและผลไม้สดๆ อาหารที่มีกากใย มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวไรซ์เบอรี่ งาดำดื่มเปล่าน้ำวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยเรื่องการขับถ่ายชะล้างของเสียที่ตกค้างภายในร่างกาย ทั้งยังช่วยยับยั้งและลดความรุนแรงของสิวอักเสบ
  • ไม่เครียดเกินไป นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดนอน เพราะความเครียดและการอดนอน นอกจากจะเป็นการกระตุ้นต่อมไขมันทำให้สิวแย่ลงแล้ว ยังส่งผลเสียต่อกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ ทำให้สิวและรอยสิวหายช้าลง

** แม้จะดูแลผิวอย่างดีที่สุดแล้วหากสิวที่เป็นอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด


ข่าวo:member+o:healวันนี้

แอมเวย์ประเทศไทย เปิดมุมมองอนาคตสุขภาพ จัดงาน "Health & Wellbeing Summit"

รวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ถอดรหัส "ไมโครไบโอมและโภชนาการ" สู่สุขภาพดีในระยะยาว แอมเวย์ประเทศไทย ผู้นำธุรกิจขายตรงอันดับ 1 ของประเทศไทย สานต่อวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้าน Health & Wellbeing ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จัดงาน "Health & Wellbeing Summit" เวทีด้านสุขภาพครั้งสำคัญ โดยมี มิสเตอร์ไมเคิล เนลสัน (Mr. Michael Nelson) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอมเวย์ และนายทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดงาน และย้ำบทบาทของ

Transesophageal Echocardiogram (TEE) เป็น... ทำไมบางครั้งการตรวจหัวใจต้องผ่านทาง...หลอดอาหาร? — Transesophageal Echocardiogram (TEE) เป็นอีกวิธีหนึ่งของการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ ด้วยการส่องผ่านหลอด...

เทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissect... ตัดติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคนิค ESD — เทคนิค ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) คือ เทคนิคการส่องกล้องตัดติ่งเนื้อที่มีขนาดตั้ง...

นพ.พลากร เลิศศักดิ์วรกุล (ว.55376) อายุรแ... แค่หลงลืมตามวัย หรือสัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" — นพ.พลากร เลิศศักดิ์วรกุล (ว.55376) อายุรแพทย์เฉพาะทางสมองและระบบประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพย...

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนา... กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs — แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานในพิธีปิด...