ธพว. ร่วมกับ ศศินทร์ เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น SMEs ไตรมาส 3 และคาดการณ์อนาคต ปรับเพิ่มขึ้น อานิสงส์กำลังซื้อ การใช้จ่ายในประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ชี้ SMEs ควรตื่นตัวให้ความสำคัญใช้ BCG Model เป็นกลไกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน รับมือเงินเฟ้อ และราคาพลังงานพุ่ง ขณะที่ ธพว. พร้อมหนุนเต็มที่ พาเข้าถึงสินเชื่อ BCG Loan ควบคู่ช่วยพัฒนาผ่านโครงการ SME D Coach ให้คำปรึกษาใกล้ชิด หนุนเติบโตยั่งยืน
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank มอบหมาย นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยในการแถลง "ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 3/2565 และคาดการณ์อนาคต" โดย "ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว." ร่วมกับ "ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" ว่า ภาพรวมผู้ประกอบการ SMEs มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและธุรกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุน และ SMEs สามารถปรับตัวทางธุรกิจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการทำตลาด การบริหารจัดการต้นทุน รองรับภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ภาพรวมกำไรของผู้ประกอบการ SMEs ในปัจจุบันต่ำกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เฉลี่ยประมาณ 21.94% โดยเฉพาะกลุ่มขนาดย่อม (Micro) และภาคบริการ ผลกำไรฟื้นตัวได้ช้ากว่ากลุ่มอื่น
ดร.มยุขพันธุ์ ไชยมั่นคง ผู้อำนวยการโครงการ ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเสริมว่า จากการสำรวจ SMEs จำนวน 500 ตัวอย่างทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและธุรกิจในไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 56.82 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2 ซึ่งอยู่ในระดับ 56.00 จากปัจจัยบวกกำลังซื้อและการจับจ่ายภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความกังวลต่อภาวะต้นทุนสูงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
แนวโน้มความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการ SMEs เชื่อมั่นว่าผลประกอบการและคำสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันส่งผลให้ปริมาณการผลิต และสภาพคล่องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ความกังวลจากภาวะต้นทุนสูงคลี่คลายลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม สัดส่วน SMEs ที่คาดว่าจะลงทุนเพิ่ม หรือจ้างงานเพิ่มยังอยู่ในระดับต่ำ
ดร.มยุขพันธุ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SMEs ต่อระดับเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น พบว่า 97.60% ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบ กำลังซื้อของลูกค้าลดลง ซึ่งที่ผ่านมา กว่า 53.07% มีการปรับตัว ผ่านการขึ้นราคาสินค้าและบริการ ส่วน 36.48% บริหารจัดการลดต้นทุน ได้แก่ การหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทน หรือหา Supplier รายใหม่ รวมถึงลดขนาดและปริมาณ และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจ เป็นต้น
ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาระดับเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อันดับหนึ่ง คือ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลและค่าสาธารณูปโภค รองลงมา คือ การควบคุมราคาวัตถุดิบ และต้องการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม โดยผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่ต้องการเงินทุน เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ควบคู่กับการให้คำปรึกษาช่วยปรับปรุงลดต้นทุน หรือปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการ SMEs มีแนวคิดนำ BCG Model มาใช้กับธุรกิจ เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตหรือบริการ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ลดการปล่อยของเสียหรือมลพิษ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อย่างไรก็ตาม SMEs ที่นำแนวคิด BCG Model มาปรับใช้กับธุรกิจยังมีสัดส่วนน้อย หรือมีเพียง 2.6% ของกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาเพิ่มการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และประโยชน์ที่ได้รับจากการนำนโยบาย BCG Model ไปปรับใช้กับธุรกิจ และควรมีมาตรการเพื่อสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs มีการนำนโยบาย BCG Model ไปปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
นายโมกุล กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า จากผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของ SMEs บางกลุ่ม ทั้งการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 และความกังวลต่อภาวะต้นทุน ดังนั้น ธพว. จะติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ SMEs รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อจะช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ SMEs ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะดูแลต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถวางแผนบริหารจัดการได้เหมาะสม ควบคู่กับส่งเสริมการเข้าสู่ BCG Model ซึ่งมีส่วนช่วยลดต้นทุนของธุรกิจ พร้อมสนับสนุน "เติมทุน" ด้วยสินเชื่อ BCG Loan วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท เงื่อนไขพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี ผ่อนนานถึง 12 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 2 ปี ควบคู่กับสนับสนุนด้าน "การพัฒนา" ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ดำเนินโครงการ "SME D Coach" จัดกิจกรรมเติมความรู้ และให้คำปรึกษาแนะนำธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ SMEs
SME D Bank เชิญเที่ยว 'SME D Market' เดือน ก.พ.69 ฉลองตรุษจีน ระดมสุดยอดสินค้าดีจากเอสเอ็มอีไทย ชอปชิมจุใจกระตุ้นเศรษฐกิจสุดคึกคัก
ครม.ไฟเขียว SME D Bank ขยายวงเงินสินเชื่อ SME Green Productivity สูงสุดถึง 30 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ 3%ต่อปี เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียว พาเศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน
SME D Bank ผนึกกำลัง ส.ส.ท. หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึง 'เทคโนโลยี-นวัตกรรม' เพิ่มศักยภาพและเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี ดันธุรกิจทะยานเติบโตยั่งยืน
SME D Bank ลุย 'D CEO Network' รุ่นที่ 4 ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ขยายเครือข่ายธุรกิจ เข้าถึงแหล่งทุน ทะยานสู่เศรษฐกิจใหม่
SME D Bank เคียงข้างช่วยเอสเอ็มอีไทย เดินหน้าจัด "SME D Market" ตลอดปี 2569 ประเดิม 26-28 ม.ค.นี้ รวมสุดยอดสินค้าดีให้ชอปจุใจ ปลุกพลังเศรษฐกิจให้คึกคัก
SME D Bank เปิดบริการใหม่ "SME D Connect" เรียกขอใบเสร็จรับเงิน-ใบแจ้งหนี้ ผ่านสมาร์ทโฟน อำนวยความสะดวกลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เริ่ม 7 ม.ค. เป็นต้นไป
SME D Bank ขานรับนโยบาย ก.คลัง ช่วยเพิ่มเติม เอสเอ็มอีใต้ประสบอุทกภัยเดินหน้ามาตรการ 'ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู' พยุงธุรกิจอยู่รอด เริ่มต้นใหม่ได้โดยเร็ว
SME D Bank จัดใหญ่มอบแพ็กเกจของขวัญปีใหม่เพื่อเอสเอ็มอีไทย เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ช่วยเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดเพิ่มรายได้ด้วยออนไลน์
SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ทุ่ม 2 หมื่นล้าน เปิดตัวคู่หูสินเชื่อสุดพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี ติดปีกเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน ปลุกพลังเศรษฐกิจไทย