กลุ่ม KTIS มั่นใจผลผลิตอ้อยฤดูการผลิต 65/66 เติบโต พร้อมรับรู้รายได้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเต็มปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กลุ่ม KTIS คาดในการเปิดหีบอ้อยฤดูการผลิตปี 2565/2566 ช่วงเดือนธันวาคม 2565 นี้ จะมีอ้อยเข้าหีบมากกว่าปีก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนช่วยให้อ้อยเติบโตเต็มที่ ได้ผลผลิตต่อไร่สูง รวมทั้งมีการเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อย จากแรงจูงใจของราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกที่สูงขึ้น เผยผลผลิตอ้อยจากประมาณการของหน่วยงานรัฐ เอกชน และเกษตรกร คาดว่าจะมีอ้อยมากกว่าปีก่อนไม่น้อยกว่า 15% สำหรับกลุ่ม KTIS คาดจะมีอ้อยเพิ่มถึง 20% ประกอบกับจะมีการรับรู้รายได้จากสายการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากชานอ้อยเต็มปี ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2566 มีแนวโน้มเติบโต

กลุ่ม KTIS มั่นใจผลผลิตอ้อยฤดูการผลิต 65/66 เติบโต พร้อมรับรู้รายได้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเต็มปี

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า จากประมาณการผลผลิตอ้อยของหน่วยงานรัฐ โรงงานน้ำตาล และองค์กรชาวไร่อ้อย คาดว่าปริมาณอ้อยและน้ำตาลทรายในฤดูการผลิตปี 2565/2566 จะมากกว่าปี 2564/2565 กว่า 15% เนื่องจากอ้อยได้รับน้ำ จากปริมาณฝนที่ตกมากในช่วงนี้อย่างเพียงพอ ทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น อีกทั้งราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกก็อยู่ในระดับสูง จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยอีกด้วย

ทั้งนี้ ในฤดูการผลิตปี 2564/2565 กลุ่ม KTIS มีอ้อยเข้าหีบรวม 6.2 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้ 6.3 ล้านกระสอบ และคาดว่าการเปิดรับอ้อยเข้าหีบของปีการผลิต 2565/2566 ซึ่งจะเปิดหีบในช่วงเดือนธันวาคม 2565 นี้ กลุ่ม KTIS จะได้ปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15-20%

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า อ้อยที่จะมีเพิ่มมากขึ้น จะทำให้วัตถุดิบที่ส่งเข้าสู่โรงงานต่างๆ มีมากขึ้นกว่าปีก่อนด้วยเช่นกัน ทั้งโมลาสที่เข้าสู่โรงงานผลิตเอทานอล ชานอ้อยสำหรับผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อยและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง รวมถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลก็จะมีเชื้อเพลิงมากขึ้นด้วย

"อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลดีกับผลการดำเนินงานของกลุ่ม KTIS คือ ค่าเงินบาทที่อ่อนลง จะส่งผลดีกับสินค้าส่งออก ทั้งน้ำตาลทราย เยื่อกระดาษชานอ้อย และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากชานอ้อย เพราะสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ส่งออกไปขายต่างประเทศ" นายสมชายกล่าว

ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม KTIS กล่าวอีกว่า โครงการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากชานอ้อย ซึ่งมีกำลังการผลิต 50 ตันต่อวัน หรือประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อวัน จะสามารถรับรู้รายได้ครบทุกไตรมาสของรอบบัญชีปี 2566 เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเสริมให้ผลการดำเนินงานของกลุ่ม KTIS เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ที่สนใจติดต่อขอเป็นผู้แทนจำหน่ายบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยเข้ามาหลายราย และติดต่อเข้ามาจ้างผลิตในลักษณะของ OEM อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งกลุ่ม KTIS มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น จากเทรนด์รักโลก รักสิ่งแวดล้อม และรักสุขภาพ บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากชานอ้อยที่มาจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% นี้จึงมีศักยภาพในการเติบโตที่สูง


ข่าวบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม+สิ่งแวดล้อมวันนี้

TPBI คว้ารางวัล Future Trends Awards 2026 สาขา The Better World Corporate Awards ประเภท Leading of Environmental Product ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ได้รับรางวัล Future Trends Awards 2026 ในกลุ่มรางวัล The Better World Corporate Awards ประเภท Leading of Environmental Product (รางวัลองค์กรยอดเยี่ยมด้าน Environmental Product) โดยมี นางสาวชมัยพร เอื้อไพโรจน์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้แทนบริษัทขึ้นรับรางวัล ในงานประกาศรางวัล Future Trends Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2026 ณ ภิรัชฮอลล์ ไบเทคบุรี สะท้อนถึงความโดดเด่นของ TPBI ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และโซลูชันที่คำนึงถึงสิ่ง

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส มอบทุนการศึกษามูลค่า... เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประกาศผลประกวดคลิปวิดีโอ หัวข้อ "นวัตกรรมรักษ์โลกในอุตสาหกรรมขนส่ง" — เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส มอบทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 120,000 บาท พร...