กลุ่ม KTIS เผยข้อมูลการเปิดรับอ้อยเข้าหีบในฤดูการผลิตปี 2567/68 จนถึงต้นเดือนมีนาคม 2568 พบว่า มีอ้อยเข้าหีบมากกว่าปริมาณอ้อยทั้งปีของฤดูการผลิตปี 2566/67 แล้ว และสามารถผลิตน้ำตาลทรายได้มากกว่าปีก่อนแล้วด้วย คาดหลังปิดหีบปีนี้น่าจะได้อ้อยและน้ำตาลทรายมากกว่าปีก่อนประมาณ 30% นอกจากนี้ ชานอ้อยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อสายธุรกิจผลิตไฟฟ้าและเยื่อกระดาษชานอ้อย อีกทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ก็มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานปี 2568 โตกว่าปี 2567 อย่างมีนัยสำคัญ
นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจน้ำตาล และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายของกลุ่ม KTIS สำหรับฤดูการผลิตปี 2567/68 นับจากวันเปิดหีบอ้อย 15 ธันวาคม 2567 จนถึงต้นเดือนมีนาคม 2568 เป็นระยะเวลาหีบอ้อย 79 วัน พบว่า มีอ้อยเข้าหีบแล้วประมาณ 5.6 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าปริมาณอ้อยหลังปิดหีบปี 2566/67 ซึ่งมีอ้อยเข้าหีบ 5.0 ล้านตัน และสามารถผลิตน้ำตาลทรายได้แล้วประมาณ 5.7 ล้านกระสอบ สูงกว่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ในปี 2566/67 ที่ 5.1 ล้านกระสอบ
"ตอนนี้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทะลุปริมาณของปีก่อนแล้ว คาดว่าหลังปิดหีบอ้อยปีนี้ น่าจะได้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยผลผลิตอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปริมาณฝนปี 2567 ที่มากกว่าปี 2566 ทำให้ต้นอ้อยได้รับน้ำอย่างเพียงพอและเติบโตได้ดี อีกทั้งสภาพอากาศช่วงที่หนาวเย็นยาวกว่าปีก่อน ทำให้ความหวานของอ้อยดีขึ้นด้วย ยิลด์ในการผลิตน้ำตาลทรายจึงสูงขึ้น" นายสมชายกล่าว
ทั้งนี้ ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายของกลุ่ม KTIS ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการเติบโตของผลผลิตอ้อยทั่วประเทศอีกด้วย สะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมและสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และเครื่องมือต่างๆ ให้กับชาวไร่อ้อยคู่สัญญาของกลุ่ม KTIS เพื่อให้ได้ผลผลิตอ้อยต่อไร่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาวไร่อ้อยที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายน้ำตาล 70% อีก 30% เป็นส่วนแบ่งของโรงงานน้ำตาล
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ปริมาณผลผลิตอ้อยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีต่อสายธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ เพราะจะมีวัตถุดิบเข้าสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องมากขึ้น โดยได้ชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลมากขึ้น และยังมีชานอ้อยเข้าสู่โรงงานผลิตเยื่อกระดาษจากชานอ้อยมากขึ้นด้วย อีกทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ก็มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่า ปี 2568 นี้ ผลการดำเนินงานของกลุ่ม KTIS จะดีขึ้นกว่าปี 2567 อย่างมีนัยสำคัญ
TPBI คว้ารางวัล Future Trends Awards 2026 สาขา The Better World Corporate Awards ประเภท Leading of Environmental Product ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
กลุ่ม KTIS มั่นใจอ้อยปี 68/69 เข้าเป้า 7.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 17% ปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดใช้พลังงาน ผลักดันผลประกอบการปี 2569 เติบโต
กลุ่ม KTIS เผยออร์เดอร์บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยทะลัก ขยายสายการผลิต "PFAS-Free" ป้อนตลาดยุโรป-อเมริกา
กลุ่ม KTIS ปลื้มบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยได้การรับรองระดับโลก ชู 4 มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร - ย่อยสลายได้ 100%
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประกาศผลประกวดคลิปวิดีโอ หัวข้อ "นวัตกรรมรักษ์โลกในอุตสาหกรรมขนส่ง"
SCGC x Colgate เร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่บรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบา ด้วยโซลูชันพลาสติกที่แข็งแรงเป็นพิเศษจาก SCGC GREEN POLYMER
"เกรซ" ผู้นำอันดับ 1 บรรจุภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จับมือ คาแรคเตอร์ "น้องมะม่วง" กับภารกิจ "มะม่วง ท้าให้เปลี่ยน เป็นมิตรกับธรรมชาติ ดีต่อโลก...ดีต่อคุณ"
กลุ่ม KTIS มั่นใจผลผลิตอ้อยฤดูการผลิต 65/66 เติบโต พร้อมรับรู้รายได้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเต็มปี