กูเกิ้ล สนับสนุนขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อให้เข้าถึงข้อมูล แอมะซอนเสนอเร่งเครื่องทักษะเทคโนโลยี โคเซ็นจากญี่ปุ่นเปิดพิมพ์เขียวทักษะด้านอาชีพควบคู่เทคโนโลยี ด้าน ไมเคิล บลูมเบิร์ก จากสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเร็ว ระบบการศึกษายังตามไม่ทัน แรงงานมีทักษะไม่ตรงความต้องการภาคธุรกิจ หอการค้าเยอรมัน-ไทยโชว์รูปแบบการศึกษาเน้นเรียน 30% ฝึกงาน ลงมือปฏิบัติ 70%
บนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการศึกษาจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลก "Forum for World Education 2022" ที่ สภาเพื่อการศึกษาระดับโลก(FWE) ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "เศรษฐกิจเปลี่ยน การศึกษาปรับ รับแนวโน้มอนาคต" เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บริษัทระดับโลก อาทิ กูเกิ้ล แอมะซอน และเครือซีพี โดยซีอีโอเครือซีพีชี้โลกก้าวสู่ยุค 5.0 ต้องพัฒนาการศึกษาให้ก้าวทัน ต้องดึงดูดคนเก่งเข้ามาสู่ภาคการศึกษา ขณะที่กูเกิ้ลเร่งสร้างแพลตฟอร์มให้เข้าถึงข้อมูล ส่วนแอมะซอนเสนอเติมเต็มทักษะด้านเทคโนโลยี โคเซ็นจากญี่ปุ่นเปิดพิมพ์เขียวทักษะด้านอาชีพควบคู่เทคโนโลยี เน้นการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ หอการค้าเยอรมัน-ไทยแชร์รูปแบบการศึกษาในเยอรมัน จัดการเรียนในสถาบันการศึกษา 30% และ การเรียนรู้ การฝึกงาน และการทำงานด้วยการลงมือปฏิบัติในสถานประกอบการ 70% โดยใช้เวลาในการเรียนไม่เกิน 5 ปี ด้าน ไมเคิล บลูมเบิร์ก ย้ำเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเร็ว ระบบการศึกษายังตามไม่ทัน แรงงานมีทักษะไม่ตรงความต้องการภาคธุรกิจ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่โลกยุค 5.0 แรงงานกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติหรือ AI ในขณะที่ข้อมูลได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญและมีค่ามากกว่าเงิน แต่ระบบการศึกษาของไทยยังคงอยู่ที่ยุค 2.0 เรายังสอนให้คนออกมาทำงานในโรงงาน ทั้ง ๆ ที่แรงงานกำลังจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร และระบบอัตโนมัติหรือ AI ดังนั้นในยุค 5.0 เราต้องใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการที่จะทำสิ่งเหล่านี้
"ทำอย่างไรที่จะสามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ นั่นก็คือจะต้องพัฒนาคน และสร้างทัศนคติของคน ด้วยการสร้างให้คนเป็นเถ้าแก่ ต้องทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทุกแง่มุมของธุรกิจแบบเต็มองค์รวม มีความรู้ที่ถ้วนทั่ว มองเห็นทุกแง่มุมของโลก เราจะต้องเตรียมความพร้อมให้เด็กรุ่นใหม่ เพราะว่าคนรุ่นใหม่จะเป็นคนที่สร้างโลกใหม่ของเรา ดังนั้นระบบการศึกษาของเราจะต้องหันมาพิจารณาตัวเองว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้างเพื่อที่จะได้ก้าวตามทันโลก อุตสาหกรรม และธุรกิจในปัจจุบัน"
นอกจากนี้ ซีอีโอ เครือซีพี ยังกล่าวต่อไปว่า "คนรุ่นใหม่น่าจะเรียนจบตั้งแต่อายุ 18 ปี แล้วเขาก็น่าที่จะรู้จักเส้นทางของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะได้ทำอาชีพที่ตัวเองชอบได้เร็วขึ้น ซึ่งถ้าจะทำได้แบบนั้นได้ต้องมีการผนึกกำลังกันทุกภาคส่วนทั้งในเรื่องของการที่จะทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในการศึกษา รวมถึงทำให้เขาได้มีโอกาสในการทำงานไปพร้อม ๆ กัน และการที่จะสร้างคนที่มีความรู้ความสามารถ ครูถือเป็นกุญแจสำคัญ เพราะว่าความสามารถและทัศนคติของครู มีความสำคัญพอๆ กับทักษะในการสอน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือทำอย่างไรเราจึงจะสามารถดึงดูดคนเก่งๆ ให้มาทำงานในแวดวงการศึกษาได้ พร้อมที่จะสอน พร้อมที่จะเป็นครู พร้อมที่จะเป็นบ้านหลังที่ 2 ให้กับเด็กรุ่นใหม่ๆ เด็กที่เป็นเยาวชนของเรา" นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวถึงความสำคัญในการพัฒนาคนรุ่นใหม่
ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อให้พร้อมกับมือกับโลกในยุคอนาคตว่า "ในมุมมองของภาคเอกชน เราไม่อยากได้คนที่จะมารับคำสั่งอย่างเดียว เราอยากได้คนที่มีความสนใจที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด คนที่กล้าที่จะถามคำถาม คนที่อยากจะทำงานวิจัยและค้นคว้าเพื่อความรู้เพิ่มขึ้น คนที่อยากจะลงมือทำงาน คนที่พร้อมทำงานเป็นทีม คนที่สามารถพูดคุยถกเถียงกันได้ด้วยการใช้เหตุและผล คนพร้อมที่จะปรับตัวและพัฒนา ดังนั้นสิ่งที่ระบบการศึกษาต้องทำ คือไม่เน้นแค่ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ แต่ควรจะสอนเยาวชนของเราให้สามารถที่จะรับมือกับความท้าทายทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามา และสามารถที่จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับโลกใบนี้ได้มากขึ้น" นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวสรุป
มร.คอลลิน มาร์สัน (Mr.Collin Marson) ผู้อำนวยการด้านการศึกษา กูเกิ้ล เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และนวัตกรรมสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลกได้ รวมถึงการศึกษา ดังนั้นสิ่งที่กูเกิ้ลทำคือ การทำให้คนเข้าถึงข้อมูลต่างจากทั่วทุกมุมโลกได้เองจากที่บ้าน
"เราพยายามอย่างมากในการสร้างการศึกษาผ่านแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การเรียนรู้ ทักษะการทำงาน ที่สามารถเรียนรู้ได้จากที่บ้าน โดยมีมาตรการเข้าถึงความปลอดภัยด้านข้อมูล ซึ่งเป็นความท้าทายของกูเกิ้ลที่จะให้เกิดการใช้งานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย เพื่อให้นักเรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้มากขึ้น"
มร.วิคราม เรา (Mr.Vikram Rao) หัวหน้าด้านวิสาหกิจ อาเซียน จากแอมะซอน กล่าวว่าในยุคที่คำว่าดิจิทัลได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง และสร้างการเข้าถึงในเรื่องต่างๆ อย่างมากมาย การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จใน 10 ปีข้างหน้าจะเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีผู้คนมากถึง 86 ล้านคนต้องใช้เทคโนโลยีในกระบวนการเรียนการสอนและการฝึกอบรม แต่การเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้คนในจำนวนนี้มีถึง 2 ใน 3 คนที่ยังขาดความมั่นใจและขาดทักษะในเรื่องเทคโนโลยี ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายของภาคธุรกิจในการที่จะมาผสมผสานคนทั้งสองกลุ่มนี้เข้าด้วยกัน ด้วยการเติมเต็มทักษะด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคนและธุรกิจไว้ด้วยกัน"
การที่จะสร้างนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อที่จะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับแต่ละประเทศได้นั้น สิ่งสำคัญก็คือการพัฒนาระบบการศึกษา เพราะว่าคนคือหัวใจที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศให้ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดย มร.ไมเคิล บลูมเบิร์ก (Mr.Michael Bloomberg) ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก และนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย กล่าวว่า หากต้องการทราบวิธีการแก้ปัญหาของสังคม เราต้องเริ่มต้นด้วยการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการศึกษาด้วยดีมาตลอด แต่ในยุคนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเร็วมากที่สุดการศึกษาของสหรัฐอเมริกาจึงตามไม่ทัน
"ปัญหาที่สำคัญของอเมริกาคือ มีงานจำนวนมาก แต่กลับไม่มีแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการ ของภาคธุรกิจ และเรามีคนเก่งไม่มากพอที่จะฉุดเศรษฐกิจของอเมริกาให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ ดังนั้นเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เราจึงต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเริ่มจากการพัฒนาระบบการคัดเลือกของครูให้ดีขึ้น มีการเพิ่มเงินเดือนครูถึง 43% ส่งเสริมศักยภาพให้ครูออกแบบกระบวนการเรียนรู้ ทำให้เห็นผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว"
แนวทางในการพัฒนาการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดรับกับโลกและเศรษฐกิจยุคใหม่นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติงาน โดยผู้นำธุรกิจจากประเทศต่างๆ เห็นตรงกันว่า ควรลดระยะเวลาการเรียนลง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานให้เร็วที่สุด
มร.อินูอูเอะ มิตซึเทรุ (Dr.Inoue Mitsuteru) กรรมการบริหารอาวุโส สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การสร้างความสำเร็จของระบบศึกษาที่ญี่ปุ่นนั้น จะเน้นการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ เพื่อพัฒนาทักษะในเรื่องเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการฝึกอบรม และสร้างวิศวกรรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยระดับชาติ 51 แห่ง วิทยาลัยของรัฐ 3 แห่ง และ วิทยาลัยของเอกชนอีก 3 แห่ง โดยให้ทุนเรียนกับนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย จนถึงระดับปริญญาเอก
"โคเซ็นเริ่มเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนตั้งแต่จบมัธยมต้น เพื่อเตรียมความพร้อมด้านวิศวกรรม 5 ปี เริ่มตั้งแต่อายุ 15 จนถึงอายุ 21 ปี โดยอาจารย์ผู้สอนจะต้องจบปริญญาเอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทุกคน โดยจะเรียนหลักสูตรพื้นฐาน 60% เรียนเฉพาะทางวิศวกรรมอีก 40% เสริมด้วยทักษะการใช้ชีวิต การสื่อสาร และนวัตกรรมไอทีต่างๆ ซึ่ง เราต้องการสร้างวิศวกรที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเชื่อมั่นว่า พลังของคนรุ่นใหม่ จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้"มร.อินูอูเอะ มิตซึเทรุ กล่าว
สำหรับการศึกษาที่เยอรมัน มร.มาร์คุส ฮอฟฟ์มันน์ (Mr.Markus Hoffman) ผู้อำนวยการโครงการการศึกษาความเป็นเลิศคู่เยอรมัน-ไทย(GTDEE) หอการค้าเยอรมัน-ไทย กล่าวว่า ที่ประเทศเยอรมันมีการจัดการระบบการศึกษาแบบ VET(Vocational Education and Training) ด้วยการจัดการเรียนในสถาบันการศึกษา 30% และ การเรียนรู้ การฝึกงาน และการทำงานด้วยการลงมือปฏิบัติในสถานประกอบการ 70% โดยใช้เวลาในการเรียนไม่เกิน 5 ปี เยาวชนเหล่านี้ก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม"
สำหรับสภาเพื่อการศึกษาระดับโลก หรือ Forum for World Education (FWE) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2562 โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อระหว่างระบบการศึกษากับการทำงานให้สอดคล้องกับภาคธุรกิจ รวมทั้งนำเสนอมุมมองด้านธุรกิจต่อการจัดการศึกษา เพื่อช่วยขับเคลื่อนและปฏิรูประบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทโลกทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยจัดการประชุมสัมมนา ขึ้นเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปี 2562 โดยจัดเป็นครั้งแรกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ในปีนี้ได้จัดประชุม Forum for World Education 2022 ขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 ณ สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยเชิญบรรดาผู้นำด้านธุรกิจระดับโลกที่ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคนและการศึกษาเข้าร่วมประชุม พร้อมกับผู้นำด้านการศึกษาจากประเทศต่าง ๆ กว่า 400 คน เพื่อระดมความเห็นในการออกแบบการศึกษาให้ตอบโจทย์อนาคต และสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ.
ซีอีโอ เครือซีพี "ศุภชัย เจียรวนนท์" จุดประกายความคิดเยาวชนคนรุ่นใหม่
เครือซีพีมุ่งมั่นจุดพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลก หนุน 24 ตัวแทนเยาวชนบินลัดฟ้าขึ้นเวที "One Young World Summit 2022" ต่อเนื่องปีที่ 7
เจียไต๋รับรางวัล Governance & Compliance Excellence Awards 2025 สะท้อนแนวทางธรรมาภิบาลองค์กร
เริ่มต้นแล้ว "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" กับ 12 สามเณรน้อยในเรียลลิตี้ธรรมะสุดอบอุ่น ภายใต้แนวคิด "แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย รัก เรียน เพียร ให้ ด้วยหัวใจตื่นรู้"
ซีพี จับมือ XJTLU - ซีอานเจียวทง ลิเวอร์พูล เปิดตัว "CP COE - XJTLU : Syntegrative Education Center" ยกระดับการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง เชื่อมการศึกษา-ธุรกิจ-นวัตกรรมระดับโลก
True IDC ชูยุทธศาสตร์ "Security Economy" วางศิลาฤกษ์เมกะดาต้าเซ็นเตอร์เขต EEC ใต้งบ BOI กว่า 7.7 หมื่นล้าน ตอกย้ำเบอร์หนึ่งของไทย
เครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น นำ 12 เยาวชนก้าวสู่ห้องเรียนธรรมะเรียลลิตี "สามเณรปลูกปัญญาธรรม ปี 12" หล่อหลอมหัวใจตื่นรู้ สู่ "แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทย"
วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์(PAT) ในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ เดินหน้าสร้างคนอย่างยั่งยืน เปิด 9 ศูนย์การเรียนรู้ ปั้นทักษะอาชีพตามแนวคิด Life Long Learner