ในอดีตยังไม่สามารถตรวจหาเชื้อไวรัสเดงกีในผู้ป่วย โดยในเวชปฏิบัติทำได้เพียงการสังเกตรอยโรคเพื่อให้การรักษาตามอาการ ติดตามตรวจปริมาณเกล็ดเลือด และความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดง และตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสเดงกีจริง จากการตรวจระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเดงกี เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และไข้ลด
แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้แพทย์สามารถตรวจโรคติดเชื้อต่างๆ จากเลือดด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงอำไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ค้นพบทางเลือกใหม่ในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสเดงกี ด้วยวิธี ELISA (Enzyme-linked Immunosorbent assay) ที่ใช้ปัสสาวะของผู้ป่วยแทนเลือด
ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้ทดลองใช้ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มีอาการรุนแรงน้อยเรียกว่า "ไข้เดงกีในระยะไข้" โดยพบว่าให้ผลแม่นยำร้อยละ68.4
และผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น เรียกว่า"ไข้เลือดออกในระยะไข้" โดยพบว่าให้ผลแม่นยำร้อยละ63.9
ซึ่งสามารถใช้เป็นทางเลือกในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี เพื่อหาข้อบ่งชี้ในการติดเชื้อไวรัสเดงกีได้ในเบื้องต้น
จากวิธีการดังกล่าว แม้จะให้ผลการตรวจที่สามารถนำไปประกอบการวินิจฉัยเบื้องต้น แต่ในรายที่ให้ผลตรวจเป็นลบต้องติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
และด้วยข้อจำกัดทางบุคลากรและงบประมาณ จึงทำให้การตรวจด้วยวิธี ELISA ในห้องปฏิบัติการนั้น จำเป็นต้องมีตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ พร้อมกันอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของแผงจานหลุม (plate) ซึ่งมีหลุมตัวอย่างทั้งสิ้น 96 หลุม โดยต้องเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจให้ครบก่อนจึงจะตรวจได้
ซึ่งทำให้ต้องเสียเวลารอนานกว่าวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการแบบแถบกระดาษ (strip) ซึ่งสามารถทราบผลการตรวจได้เฉพาะราย และเร็วขึ้น แต่ให้ผลที่แม่นยำร้อยละ 47.2 - 52.6 ต่ำกว่าวิธี ELISA
ส่วนการตรวจภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเดงกี ยังคงเป็นวิธีมาตรฐาน โดยตรวจเลือดรวมจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในระยะไข้ และครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย 2 - 4 สัปดาห์เพื่อเป็นการเปรียบเทียบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเดงกีว่าเป็นการ "ติดเชื้อปฐมภูมิ" (มีโอกาสติดเชื้อไวรัสเดงกีได้อีก) หรือ "ติดเชื้อทุติยภูมิ" (โอกาสติดเชื้อไวรัสเดงกีอีกมีน้อยมาก)
ซึ่งความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเดงกีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามความแตกต่างของสารพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ผู้คนที่มาจากต่างเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ จะมีการตอบสนองต่อเชื้อที่แตกต่างกันด้วย
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงอำไพวรรณจวนสัมฤทธิ์ ยังได้แสดงความเป็นห่วงถึงแนวโน้มของการติดเชื้อไวรัสเดงกีของประชากรโลกในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป
โดยพบว่า แม้ในที่ๆ ยังไม่เคยพบการระบาดของไวรัสเดงกีมาก่อน ก็อาจมีการถ่ายทอดเชื้อไวรัสเดงกีจากผู้เคยเดินทางไปในที่ๆ มีการระบาดของเชื้อไวรัสเดงกี ติดเชื้อไวรัสเดงกีโดยที่ไม่มีอาการแสดงอะไรเลย
ยุงเป็นพาหะรับเชื้อจากผู้ติดเชื้อ ซึ่งมีระยะฟักตัวในยุงที่รับเชื้อเป็นเวลา 7 วัน ก่อนถ่ายทอดสู่ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อที่ถูกยุงที่มีเชื้อกัด ดังนั้นจึงควรระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ถูกยุงกัด
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่www.mahidol.ac.th
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210
เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมเชิดชูมรดกทางศิลปะ สนับสนุนนิทรรศการ "ครูส่องศิษย์ ศิลป์ส่องทาง"
มิตรแท้ประกันภัย รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่นหอการค้าไทย ประจำปี 2568 ตอกย้ำองค์กรต้นแบบด้านการดำเนินธุรกิจด้วยหลัก "จริงใจ เปิดเผย"
HUMANICA GROUP เปิดตัว "Wellnest" แพลตฟอร์มสมดุลสุขภาวะสำหรับองค์กร ขับเคลื่อนด้วย AI และ Medical IoT ตอบโจทย์ 6 มิติความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร
ส่งเสริมการอ่าน การเขียน ซีพี ออลล์ จัดงาน มอบรางวัลหนังสือดีเด่น เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 22
ส่งเสริมการอ่าน การเขียน ซีพี ออลล์จัดงานมอบรางวัลหนังสือดีเด่น เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 22
คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เชิญร่วมงานประชุมวิชาการออนไลน์ "NURSEPRENEUR 2025" ปลดล็อกความรู้ นวัตกรรม และทักษะผู้ประกอบการให้พยาบาลยุคใหม่
บ.วัฒนาเฮลธ์ ในเครือโรงพยาบาลวัฒนา ผนึกกำลัง มหาวิทยาลัยนครพนม เปิด "ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์" ขับเคลื่อนสุขภาพเชิงรุกในลุ่มน้ำโขง
หลักสูตร วทจ. มอบประกาศนียบัตรรุ่นที่ 7 สร้างผู้นำยุคใหม่ไทย-จีน เชื่อมสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์สู่เวทีโลก