"ทรีนีตี้" มองหุ้นเดือน พ.ย. แกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1560-1660 จุด ช่วงต้นเดือนได้แรงหนุนจาก Fund flow ไหลเข้าหลังตัวเลขดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกปรับตัวดีขึ้น แนะลงทุนหุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ KBANK, AEONTS, TIDLOR, TLI, ADVANC, DTAC, ONEE, PLANB, RATCH, COM7
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเดือนพฤศจิกายน 2565 ว่า คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1560-1660 จุด โดยในช่วงแรกของเดือนคาดว่าบรรยากาศการลงทุนน่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากการที่ไม่มีข่าวร้ายใหม่เข้ามากระทบ พร้อมทั้ง Fund flow มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากการพลิกกลับมามีสัญญาณที่ดีของดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนล่าสุด อย่างไรก็ดี พอผ่านพ้นช่วงต้นเดือนไป อาจต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะหากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาร้อนแรงต่อเนื่อง จะทำให้นักลงทุน Price in การขึ้นดอกเบี้ย Fed ครั้งสุดท้ายของปีนี้ในระดับที่รุนแรงมากขึ้นได้ ไม่นับรวมกับความเสี่ยงที่กนง.อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนนี้อีกด้วย
ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำถือครองหุ้นในส่วนเดิมซึ่งมีต้นทุนดัชนีอยู่ราว 1590 จุด โดยยังคงเน้นโฟกัสไปที่กลุ่ม Domestic cyclical ที่ยังคงได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว และอาจมีแรงหนุนเล็กน้อยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงถัดไป ทั้ง กลุ่มธนาคารฯ เงินทุนหลักทรัพย์ ประกันภัย สื่อสาร และสื่อและสิ่งพิมพ์ โดยมี Top pick 10 หุ้นเดิมได้แก่ KBANK, AEONTS, TIDLOR, TLI, ADVANC, DTAC, ONEE, PLANB, RATCH, COM7
นายณัฐชาต มองการประชุม FOMC ในช่วงต้นเดือนวันที่ 1-2 พ.ย. มีความสำคัญน้อยลง จากการที่ตอนนี้นักลงทุน Price in การขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ต้องติดตามถ้อยแถลงของนาย Jerome Powell ประธาน Fed ว่าจะออกมามีทิศทาง Dovish/Hawkish อย่างไร ส่วนในระหว่างเดือน คงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯกันต่อ เนื่องจากจะส่งผลต่อไปยังการคาดการณ์ Fed Funds futures ในตลาดได้ ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบัน นักลงทุนยังคงมีมุมมอง 50:50 ระหว่างการขึ้นดอกเบี้ย 0.50% กับ 0.75% ในการประชุม Fed ครั้งสุดท้ายของปี วันที่ 13-14 ธ.ค.
ส่วนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นั้น หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นไปตามที่โพลทุกสำนักมองไว้ว่าพรรครีพับลิกันจะสามารถกลับมายึดครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้ มองจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯในทางบวกได้ โดยหากอ้างอิงจากสถิติในอดีตนับตั้งแต่ปี 1990 จะพบว่าแทบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเสียงข้างมากในสภาล่าง ตลาดหุ้นสหรัฐฯมักมีการตอบรับเชิงบวกได้ราว 4-5% โดยเสมอ ซึ่งอธิบายได้ด้วยเหตุผลของความคาดหวังในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆที่อาจจะตามมานั่นเอง
สำหรับปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐที่อาจจะออกมาเพิ่มขึ้น อาทิ มาตรการคนละครึ่งเฟส 6 มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน หากเกิดขึ้นจริง มองจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อกำลังซื้อในประเทศที่ส่วนหนึ่งถูกกระทบจากปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงหลัง และน่าจะเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่ม Domestic cyclical ที่ยังคงแนะนำถือครองเป็น Core portfolio ต่อไป
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามการประชุมกนง.ในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ ล่าสุด เสียงของนักลงทุนในตลาดยังคงแบ่งครึ่งระหว่างการคงดอกเบี้ยที่ระดับเดิม 1.00% กับการขึ้นดอกเบี้ยไปอยู่ที่ 1.25% ทั้งนี้ จากการศึกษาของทรีนีตี้พบว่า หากมีการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จะเป็นผลลบต่อดัชนี SET ราว 40-50 จุด ผ่านปรากฏการณ์ PE Contraction โดยจะทำให้ระดับ SET ที่เหมาะสมในกรณี Bull / Base / Bear ของทรีนีตี้ปรับลดทอนลงจาก 1750 /1630 / 1510 จุด เป็น 1700 / 1580 / 1470 จุดตามลำดับ
สภาพคล่องดี - Election rally หนุนหุ้นเดือนแรกปีม้าคึกคัก!!
"ทรีนีตี้" มองบวกหุ้นไทยเดือนธันวาคม
บล.เคพีเอ็ม โชว์ยอดจองหุ้นกู้ "ภัทรเฮ้าส์" ทะลุ 400 ล้านบาท ปิดการขายเต็ม 2 รอบซ้อน
บล. ลิเบอเรเตอร์ เปิดเวิร์กชอป "Global Technical Screener" ปูพรมความรู้คัดหุ้นสหรัฐฯ-จีน ด้วย TradingView เสริมอาวุธนักลงทุนไทยสู่ตลาดโลก
GBS ชี้เป้าหุ้นไทยเดือนพ.ค.แกว่งในกรอบ 1,470-1,545 จุด แนะสะสมกลุ่มค้าปลีกรับอานิสงส์ "ไทยช่วยไทย พลัส"
SCB Julius Baer คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมด้าน Wealth Management ตอกย้ำบทบาทผู้นำ International Wealth Management ของเมืองไทย
Liberator เปิดเวทีใหญ่ "Liberator Investment Forum 2026" ชวนมองหาโอกาสลงทุนในโลกใหม่ กับกูรูธุรกิจ การลงทุน และ AI ชั้นนำของไทย
บล.ทิสโก้ แนะขายทำกำไรหุ้นไทยที่ดัชนี 1,500 จุดคาดดัชนีขึ้นได้จำกัด จากแรงกดดัน Sell in May และ MSCI ปรับลดน้ำหนัก
5 โบรกมอง AURA ลุ้นผลงาน Q1/69 ทำนิวไฮ ชี้ธุรกิจทอง-ขายฝากหนุน เคาะเป้าสูงสุด 21.00 บาท