ในระหว่างการประชุมอัลตราบรอดแบนด์ ฟอรัม ครั้งที่ 8 (Ultra-Broadband Forum หรือ UBBF) นายริชาร์ด จิน (Richard Jin) ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจออปติคัลของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "ปลดปล่อยศักยภาพของไฟเบอร์ พร้อมก้าวสู่ F5.5G" (Unleashing Fiber Potential and Striding to F5.5G) ซึ่งเขาได้แสดงความสำคัญของการสื่อสารด้วยไฟเบอร์ที่มีต่อการพัฒนาของสังคม และนำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ 8 ประการของหัวเว่ยในการเข้าถึงเครือข่ายไฟเบอร์และการรับส่งสัญญาณข้อมูลด้วยออปติคัล ตลอดจนประโยชน์ของไฟเบอร์ออปติกที่มีต่ออุตสาหกรรม พร้อมเรียกร้องให้อุตสาหกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่ทำงานร่วมกันเพื่อก้าวสู่ F5.5G
เครือข่ายไฟเบอร์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอนาคต โดยในช่วงของการเปลี่ยนแปลงจาก F5G เป็น F5.5G นั้น นวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการตรวจจับไฟเบอร์จะช่วยปลดปล่อยศักยภาพของไฟเบอร์และเปิดตลาดใหม่ ทั้งนี้ หัวเว่ยได้สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี 8 ประการ เพื่อเร่งการการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสู่ F5.5G ได้แก่
1. ความเข้ากันได้ของ 50G PON: 50G PON เป็นเทคโนโลยี PON รุ่นต่อไปที่ออกโดยหน่วยงานกำหนดมาตรฐาน ITU-T โครงสร้างส่วนประกอบและนวัตกรรมการประมวลผลทำให้หัวเว่ยสามารถปรับปรุงกำลังส่งและความไวของตัวรับสัญญาณของโมดูลออปติคัล 50G PON เพื่อให้ครอบคลุมถึง 40 กิโลเมตร นอกจากนี้ หัวเว่ยยังรวม GPON, 10G PON และ 50G PON ไว้ในพอร์ตเดียวโดยใช้เทคโนโลยีการติดตั้งที่มีความแม่นยำสูงพิเศษ นวัตกรรมนี้จะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายอัปเกรดจาก GPON และ 10G PON เป็น 50G PON ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องสร้างเครือข่ายขึ้นใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งาน 10G ทุกหนทุกแห่งได้อย่างรวดเร็ว
2. สเปกตรัม Super C+L: หัวเว่ยได้ทำการทดลองและใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่สำหรับการขยายสเปกตรัม และการปรับปรุงแบนด์วิดท์สำหรับรับส่งข้อมูล โดยในระหว่างกระบวนการผลิตนั้น ฟลักซ์ของก๊าซและอุณหภูมิความร้อนจะถูกควบคุมอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้สารเจือ (doping) ที่มีความเข้มข้นสูง และเพิ่มอัตราขยายของย่านความถี่ L นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มสเปกตรัมการส่งสัญญาณ Super C+L เป็น 12 THz และเพิ่มแบนด์วิดท์ได้ถึง 50% เพื่อประสิทธิภาพการส่งสัญญาณที่สูงขึ้น นอกจากนี้ อัตราความยาวคลื่นเดียวที่ 400G และ 800G ช่วยรองรับการเข้าถึงด้วยความเร็ว 100 Tbps ต่อไฟเบอร์ ซึ่งจะสนับสนุนการเดินหน้าสู่ยุค 10G
3. การเชื่อมต่อข้ามช่องสัญญาณแบบออปติคัล (Optical Cross-Connect: OXC): ระบบ OXC ของหัวเว่ยใช้อัลกอริทึมดอทเมทริกซ์ 3 มิติ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของสายเคเบิลของแบ็คเพลนที่เป็นออปติคัลทั้งหมดได้อีก 35% ลดการเชื่อมต่อไฟเบอร์ภายนอกของ ROADM (Reconfigurable Optical Add/Drop Multiplexer) ลดขนาดของทั้งระบบลงถึง 90% และลดการใช้พลังงานลงกว่า 60% นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้พัฒนาวัสดุใหม่สำหรับ OXC LCOS (Liquid Crystal on Silicon) เพื่อลดเวลาตอบสนอง LCD ที่ใช้สวิตช์แบบเลือกความยาวคลื่น (wavelength selective switching: WSS) จาก 200 ms เป็น 100 ms โดยจัดเตรียมและป้องกันความยาวคลื่นได้เร็วขึ้น รวมทั้งสร้างเครือข่ายอไจล์สีเขียวที่เป็นออปติคัลทั้งหมด
4. OptiX Alps-WDM: หัวเว่ยเปิดตัวโซลูชันการรวม Metro WDM ที่มีชื่อว่า OptiX Alps-WDM เพื่อแก้ปัญหาการกระจายบริการที่ไม่สม่ำเสมอ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่ำ และความยุ่งยากในการวางเครือข่ายเมโทร ทั้งนี้ การใช้สวิตช์ WSS ซึ่งหัวเว่ยเป็นผู้พัฒนา จะช่วยให้โมดูลที่เชื่อมโยงกันในเครือข่ายเมโทร และเทคโนโลยีฉลากออปติคัลแบบดิจิทัล สามารถแชร์ความยาวคลื่นระหว่างวงแหวนในสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่เลเยอร์การเข้าถึงเครือข่ายเมโทร และสามารถจัดเตรียมและปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น เทคโนโลยีเหล่านี้เพิ่มแบนด์วิดท์ 10 เท่า และลดการปล่อยคาร์บอน 90% ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายลด OPEX ลง 20% ตอบโจทย์สถาปัตยกรรมเครือข่ายเป้าหมายที่ย้ายเครือข่าย WDM ไปยังไซต์ และทำให้เกิดวิวัฒนาการของเครือข่ายที่ราบรื่นในช่วง 10 ปีข้างหน้า
5. การกระจายบริการหน่วยบริการออปติคัล (Optical Service Unit: OSU) ที่ยืดหยุ่น: เทคโนโลยีฮาร์ดไปป์คอร์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของหัวเว่ยที่เรียกว่า OSU ใช้การเชื่อมต่อฮาร์ดไปป์ 2 Mbps ถึง 100 Gbps สามารถปรับแบนด์วิดท์ได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่รบกวนบริการ โปรโตคอลที่มีการห่อหุ้มข้อมูลที่ส่ง (encapsulation) ถูกทำให้ง่ายขึ้น เพื่อลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูลบริการ นวัตกรรมนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสร้างเครือข่าย OTN WDM ระดับพรีเมียมที่มีแบนด์วิดท์สูง ความหน่วงต่ำ และประสบการณ์ที่คาดการณ์ได้ รวมทั้งช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายดึงดูดลูกค้าอุตสาหกรรมระดับไฮเอนด์ได้มากขึ้น
6. สถาปัตยกรรม FTTR C-WAN: ด้วยความนิยมของเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เครือข่าย Wi-Fi ในบ้านจึงจำเป็นต้องให้สัญญาณครอบคลุมทั่วพื้นที่ มีความเสถียรสูง และสามารถรองรับทำงานพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ในเครือข่าย Wi-Fi แบบเดิมนั้น เทอร์มินัลเครือข่ายออปติคัล (optical network terminal: ONT) แต่ละตัวมีการทำงานที่เป็นอิสระ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การรบกวน และความไม่เสถียรของบริการในสถานการณ์ที่มีการทำงานพร้อมกันสูง โซลูชัน FTTR สำหรับการเชื่อมต่อในบ้านของหัวเว่ย ใช้สถาปัตยกรรม C-WAN ที่มีการจัดการและการควบคุมแบบรวมศูนย์ เพื่อประสานเทอร์มินัล ONT ทั้งหมดบนเครือข่าย FTTR จึงช่วยลดการรบกวนและปรับปรุงการใช้แบนด์วิดท์ นอกจากนี้ เทคโนโลยีการโรมมิ่งแบบ imperceptible ที่ไม่เหมือนใคร สามารถส่งมอบบริการโรมมิ่งได้ภายใน 20 มิลลิวินาที ซึ่งมอบประสบการณ์โฮมดิจิทัลรูปแบบใหม่
7. เทคโนโลยี Fiber iris: ODN มีสัดส่วนการลงทุน FTTH สูง อย่างไรก็ตาม การบำรุงรักษา ODN เป็นปัญหาที่ท้าทายอุตสาหกรรมมาโดยตลอด โดยในอดีตนั้น การบันทึกข้อมูลพอร์ตต้องทำแบบแมนนวล ส่งผลให้ข้อมูลไม่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งนำไปสู่ความล้มเหลวในการส่งมอบบริการ หัวเว่ยได้เปิดตัวเทคโนโลยี Fiber iris ที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อติดฉลากพอร์ตไฟเบอร์จำนวนมาก วิธีนี้ช่วยให้บันทึกข้อมูลและจัดสรรพอร์ตได้อย่างถูกต้องตามเวลาจริง ทำให้ส่งมอบบริการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการใช้อัลกอริทึม oDSP และ AI เพื่อให้ตรวจพบตำแหน่งที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ด้วยความแม่นยำที่ระยะหนึ่งเมตร
8. เครือข่ายที่ควบคุมสั่งการได้ด้วยตัวเอง: ในอนาคต ขนาดของเครือข่ายจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า และเครือข่ายอัจฉริยะที่ควบคุมสั่งการได้ด้วยตัวเองจะกลายเป็นกระแสหลัก หัวเว่ยได้สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีในด้านเครือข่ายอัตโนมัติไว้มากมาย ตัวอย่างเช่น StellarGo ที่ช่วยเปลี่ยนการจัดการเส้นทางบนเครือข่ายการขนส่งจากแบบแมนนวลและแบบ single-factor ไปเป็นการเลือกเส้นทางอัจฉริยะแบบ multi-factor และ multi-policy พร้อมทั้งให้คำแนะนำตามพฤติกรรมที่แตกต่างกันของลูกค้า ส่งผลให้อัตราความสำเร็จในการเลือกเส้นทางสูงถึง 99% และประสิทธิภาพการส่งมอบบริการดีขึ้น 70% นอกจากนี้ยังมี StellarCue ที่ช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดี ด้วยการการรับรู้คุณภาพของประสบการณ์ที่ไม่ดี (poor-QoE) ภายใน 1 นาที โดยอิงจากการอบรมข้อมูล poor-QoE จำนวนมาก ซึ่งสามารถลดการร้องเรียนของผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก
นายจินกล่าวว่า ด้วยเป้าหมายการเชื่อมต่อ 10G ทุกหนทุกแห่งภายในปี 2568 หัวเว่ยจะยังคงสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่โดยต่อยอดจากนวัตกรรมที่มีมาก่อน ตลอดจนเพิ่มมูลค่าทางการค้าสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโดยการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้และประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายเพื่อก้าวสู่ F5.5G ท้ายสุดนี้ นายจินยังเรียกร้องให้อุตสาหกรรมร่วมกันส่งเสริมและก้าวไปสู่ F5.5G
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1932356/Richard_Jin_President_Huawei_Optical_Business_Product_Line.jpg
คำบรรยายภาพ - นายริชาร์ด จิน ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจออปติคัลของหัวเว่ย
VetSynova ตั้งเป้ารายได้ปี 69 ทะลุ 700 ลบ. โตเกือบ 70% ชู 6 กลยุทธ์ เปิดแคมเปญ "Family Bonding Time"
เจาะสูตรความสำเร็จ 3 แบรนด์ดัง สร้างอิมแพคเขย่าการตลาดดิจิทัล ด้วยโซลูชันบน LINE
นิโอ ทาร์เก็ต ชู "Brand Trust" สูตรสร้างชื่อเสียงองค์กร สู่ความยั่งยืนธุรกิจยุคใหม่ เตรียมจัดงาน Influential Brands Awards ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีภูมิภาค
นักศึกษาเทคโนโลยีฯ SPU โชว์ศักยภาพระดับสากล คว้ารางวัลเวที 'STDio CTF' พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วม 'Global Cybersecurity Camp 2026'
"หัวเว่ย" เปิดตัวสถาปัตยกรรมเครือข่าย F5.5G แบบออปติคัลล้วน โดยแบ่งเป็น 3 เฟส
หัวเว่ยเปิดตัว 3 โซลูชันเครือข่ายออปติคอลระดับธุรกิจองค์กร พาสำรวจวิวัฒนาการของ F5G
หัวเว่ยระบุ 4 ทิศทางการพัฒนาเครือข่ายนำแสงล้วนสีเขียว ปลดล็อกประสบการณ์ระดับกิกะบิตและก้าวสู่ F5.5G
หัวเว่ยชี้โครงข่ายใยแก้วนำแสงเต็มรูปแบบเป็นปัจจัยหลักช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล