เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียนแต่คือ "สนามชีวิต" ที่ต้องเผชิญและใช้เวลาในการเรียนรู้พร้อมเติบโตและปรับตัวไปกับความเปลี่ยนแปลง
ในขณะที่เด็กทั่วไปกำลังนั่งฟังครูสอนอย่างตั้งอกตั้งใจในชั้นเรียน แต่เด็ก "โฮมสคูล" (Home School) มี "โลกทั้งใบ" ที่อยู่ตรงหน้า ให้คอยค้นหาคำตอบ
ยุทธศาสตร์ชาติประกาศให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ "สะเต็มศึกษา" (STEM - Science,
Technology, Engineering and Mathematics) เป็นธงนำพัฒนาสู่ "ประเทศแห่งนวัตกรรม" ที่รับเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นหัวใจของสรรพสิ่งซึ่งขับเคลื่อนด้วย"สมองของคอมพิวเตอร์"
ภายใต้การควบคุมโดย "การเขียนโปรแกรม" (Coding) จาก "มันสมองของมนุษย์" จึงเกิดเป็นโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "STEM & Robotics Camp" ที่เปิดโอกาสให้เด็กโฮมสคูลได้ร่วมสัมผัสเป็นครั้งแรกที่ มหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา จังหวัดนครปฐม
เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์อาจารย์ประจำสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ "ปัญญาของแผ่นดิน" ได้เป็นผู้นำเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดให้เด็กโฮมสคูลวัยประถม - มัธยมได้มีเวทีแสดงออกถึงอัจฉริยภาพที่ซ่อนอยู่ ตลอดจนได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ และมีโอกาสร่วมกันทำงานเป็นทีมสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากโจทย์ที่ท้าทาย
โดยการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ "STEM & Robotics Camp" นี้มีคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันถ่ายทอดเทคนิคการเขียน Coding เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่
พร้อมดูแลให้น้องๆ ในค่ายได้ทั้งสนุกและได้ความรู้จากการปฏิบัติภารกิจจากโจทย์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม คือ การเขียนโปรแกรมเพื่อใช้ควบคุมเซนเซอร์ของ "Robotic War" หรือ "หุ่นยนต์รบ" ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในแต่ละทีมสามารถออกแบบได้ตามจินตนาการ
กติกากำหนดให้ทีมที่ชนะเลิศ คือทีมที่สามารถออกแบบให้รถหุ่นยนต์ "ตีแตก" คู่ต่อสู้ ซึ่งมี "ลูกโป่ง" เปรียบเสมือน"ฐานกำลัง" ให้ได้มากที่สุด พร้อมกับต้องคอยระวังฐานกำลังของตัวเองไปด้วยในขณะเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมที่เป็นเลิศแล้ว ยังต้องอาศัย"ทีมเวิร์ค" ในการตกแต่งรถหุ่นยนต์ตามแบบฉบับของทีมพร้อมติดตั้งอาวุธที่ทำมาจากไม้จิ้มปลายแหลม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หาได้ทั่วไป ประกอบกับการวางแผนควบคุมการเคลื่อนที่ของรถหุ่นยนต์ที่เหนือชั้น
ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ มีผลงานโดดเด่นด้านการประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้จากวัสดุที่หาได้จากรอบตัว ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการจัด"STEM & Robotics Camp" เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็กๆ ในค่ายได้รู้จัก "รักษ์โลก" ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) แห่งสหประชาชาติ ข้อที่ 12 ที่ว่าด้วยความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่า (Responsible Consumption and Production)
"หุ่นยนต์เพื่อการเรียนรู้เป็นสื่อการสอนที่มีราคาแพง ทำให้เข้าถึงได้เฉพาะเด็กบางกลุ่ม จะทำอย่างไรให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงได้จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย เราสามารถส่งเสริมให้เด็ก "โตกว่าอายุจริง" จากการทดลอง และริเริ่มสิ่งใหม่ด้วยตัวเองได้ ขอเพียงไม่ปิดกั้นจินตนาการแห่งการเรียนรู้" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ กล่าว
และเนื่องด้วยการจัดค่ายในครั้งนี้ได้เปิดกว้างให้เด็กเล็กพร้อมผู้ปกครองได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วย จึงนับเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างเสริมสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวไปด้วยในตัวซึ่งครอบครัวที่มาเข้าร่วมไม่เพียงเพราะต้องการให้ลูกได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ แต่พร้อม "เติบโตไปกับลูก" จากการได้ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก
"คุณแม่หลัน" ศิราวดี ศุมานนท์ ผู้ปกครองของ "น้องบุนัย" ธารา มานะนัด น้องโฮมสคูลชั้นป.1 ที่จัดเป็นรุ่นเล็กที่สุดของค่าย เชื่อมั่นว่าหากให้ลูกได้เรียนรู้ตามความสนใจ จะทำให้เด็กเติบโตได้อย่างมีความสุข แม้อนาคตลูกจะยังคงสนใจเรื่องหุ่นยนต์ต่อไปหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าจะทำอย่างไรให้ลูกยังไม่หมดไฟที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่
"น้องไททัน" ไทธรรม์ ทินกร ณ อยุธยา วัย 9 ขวบ คือตัวอย่างของเด็กโฮมสคูลในค่าย ที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยการ "คิดนอกกรอบ" จากการพยายามสอดแทรกไอเดียใหม่ๆ ลงไปในการร่วมทีมประดิษฐ์ "Robotic War" จากการเขียนโปรแกรมให้มี "มาริโอ้" ไว้ที่หน้าจอรถหุ่นยนต์เพื่อสร้างสีสันให้กับการแข่งขัน โดยมองว่าด้วยทักษะการเขียนCoding ที่ได้จากกิจกรรม "STEM & Robotics Camp" ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากจะได้ความสนุกสนาน และได้เพื่อนแล้วยังอาจสามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ต่อไปในอนาคต
ก้าวต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ ตั้งใจว่าจะขยายผลการจัดกิจกรรม "STEM & Robotics Camp" ออกไปยังทั่วประเทศ ด้วยการจัดอบรมทักษะด้านการเขียนCoding ให้กับครูผู้สอน และจะร่วมกับทีมช่วยกันผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่จากการประดิษฐ์บอร์ดขยายสำหรับไมโครบิตเพื่อประกอบการเรียนการสอนขึ้นไว้ใช้เองได้ต่อไป
โดยหวังให้ความรู้ทางด้านการเขียน Coding ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของ "สะเต็มศึกษา" นี้ จะทำให้ "เด็กโฮมสคูล" ได้มีทักษะพื้นฐานเพื่อร่วมพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไปในอนาคต
ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่www.mahidol.ac.th
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210
Cr: ภาพโดย งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไปสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
"อีคิวกรุ๊ป" จัดค่าย "STEM Camp 2024" เสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปูทางสู่อนาคต ณ โรงเรียนกุดชุมวิทยาคม
"DMIND" นวัตกรรมคณะแพทย์และวิศวฯ จุฬาฯ คว้ารางวัลสูงสุดและ Award Winner เวทีประกวดนวัตกรรมนานาชาติ Quality Innovation Award ปี 2568 "MDCU MedUMore" คณะแพทย์ จุฬาฯ ได้รับรางวัล Prize Winner
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ลงนามความร่วมมือกับ University of Chester
Silklife นวัตกรรมนักวิจัยจุฬาฯ ยกระดับไหมไทย จากงานฝีมือสู่วัสดุการแพทย์ระดับสากล
คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มจพ. วิทยาเขตระยอง รับสมัครนักศึกษาโควตาพื้นที่จังหวัดระยอง TCAS 2 ปี'69
ม.หอการค้าไทย ร่วมกับ กรมศุลกากร ยกระดับการนำเข้าส่งออกของประเทศไทย
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อีสเทิร์นเอเชีย ผนึกกำลัง Belton Industrial (Thailand) ขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน CNC Technology & Talent Development
พาส่อง Portfolio ขั้นเทพ! จาก "เด็กสายประกวด" สู่ CIT Ambassador รุ่นแรกโรงเรียนเตรียมวิศวะฯ
เอ็นไอเอ ชวนส่อง 2 โมเดลห้องเรียนนวัตกรรมระดับโลก พร้อมเดินหน้าดัน STEAM4INNOVATOR สู่เครื่องมือผลิตนวัตกรรุ่นเยาว์ของประเทศไทย