เซียนหุ้นประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ" PRM ให้ราคาเป้าหมายกรอบ 9.25-10 บาท โดยมีมุมมองเป็นบวก จากเรือ FSU ยังคงโดดเด่นและมีความต้องการใช้งานสูง แถมปัจจัยบวกจากตลาดน้ำมันที่เป็น Contango ส่วนสัญญาเช่าเรือใหม่ยังได้รับ Rate เดิม พร้อมปรับประมาณการกำไรปกติ ปี 2566-2567 ขึ้นเติบโต 30% และ 19% ตามลำดับ เผยปัจจุบันสภาพคล่องสูง ตอบโจทย์ลงทุนโครงการใหม่ได้ทันที
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่ายังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท อิงประมาณการปี 2566 core PER ที่ 15 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) ซึ่งมีมุมมองเป็นบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดโดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.เรือ FSU ยังคงโดดเด่น ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 ยังมีการใช้งานเต็มและแนวโน้มความต้องการยังสูงจากตลาดน้ำมันที่เป็น Contango ทำให้ความต้องการเรือ FSU เพื่อกักเก็บน้ำมันสูงขึ้น ส่วนสัญญาเช่าเรือใหม่ยังได้รับเรททรงตัวสูงใกล้เคียงเดิม 2.เรือ domestic trading มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง จากความต้องการขนส่งน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น และแผนขยายธุรกิจเรือ Chemical tanker มากขึ้น 3.ในปีนี้มีแผนรับเรือใหม่ ได้แก่ เรือ chemical tanker 1 ลำ คาดว่าจะเริ่มให้บริการไตรมาส 2/2566 นอกจากนี้ยังได้สั่งต่อเรือ crew boat 2 ลำ โดยคาดว่าจะรับใน 4Q23E-1Q24E โดยปี 2566 ยังมีแผนจะเพิ่มเรือ Chemical tanker เป็นหลัก และ 4.จะมีเรือเข้า dry dock ปี2566 เหลือ 15 ลำ (ปี 2565 ที่ 31 ลำ) ทำให้จำนวนเรือให้บริการจะดีขึ้น
ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2566 ที่ 1.7 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน จากทุกธุรกิจที่ดีขึ้น เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1.เรือ international trading จะดีขึ้นมาก จากการรับรู้รายได้เรือ VLCC เต็มปีครบทั้ง 3 ลำ, 2.เรือ FSU จาก u-rate ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และค่าเช่าเรือที่ทรงตัวสูง และได้ผลบวกจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง และ 3.เรือ Domestic trading จากตามความต้องการขนส่งน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่สูงขึ้น สำหรับเรือ Chemical tanker ลำใหม่ คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรราว 25-30 ล้านบาท/ปี ใกล้เคียงกับที่ประเมินราคาหุ้น outperform SET +5%/+20% ในช่วง 3 และ 3 เดือน จากกำไรปกติไตรมาส 3-4/2565 ที่เติบโตโดดเด่น
ยังแนะนำ "ซื้อ" จากกำไรปกติ 2566 ที่ยังสดใส และมีโอกาส upside จากแผนซื้อเรือใหม่ ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงยังเป็นบวก ทำให้ความต้องการใช้เรือ FSU เพิ่มขึ้น และต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ด้าน valuation ยังน่าสนใจคิดเป็น 2566 core PER ที่ 10.6 เท่า (-1.0SD) (กำไรปกติปี 2566 จะกลับมาดีกว่าปี 2563 ที่มีกำไร 1.6 พันล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นในปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 8.50 - 9.50 บาท)
ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน ระบุว่า PRM แนะนำ "ซื้อ" มูลค่าพื้นฐานที่ 9.50 บาท เทียบเท่า PER 14 เท่า (vs. กลุ่มที่ราว 15-16 เท่า) โดยมีมุมมอง Positive จาก Analyst Meeting โดยธุรกิจ FSU ยังอยู่ในจุดที่ดี ทำให้เป็นตัวยืนให้ผลประกอบการยังคงมีแนวโน้มอยู่ในจุดที่ดีในไตรมาส 1/2566 ส่วนธุรกิจอื่นๆ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรือขนส่งน้ำมันขนาดเล็ก ในส่วนของเรือปิโตรเคมี ที่บริษัทมีความได้เปรียบกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม พร้อมรับการเติบโตกับโอกาสที่เข้ามา โดยมีภาพอุตสาหกรรมหนุนคือ การระบายสต็อคปิโตรเคมีที่จะเกิดขึ้น
โดยปัจจุบันมี IBD/E ต่ำเพียง 0.5 เท่า ยังมี Capacity ที่จะเติบโต โดยเรามองระดับ Valuation ปัจจุบันน่าสนใจด้วยเทรดที่เพียง -0.5SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ทั้งที่กำไรมีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้น
ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์พาย ระบุว่า PRM มีแผนการขยายกองเรือน่าสนใจกว่าที่คิด โดยบริษัทเพิ่มเรือขนเคมีภัณฑ์มือ 2 (DWT11,000) เข้าพอร์ตด้วยงบลงทุน US$11 ล้านเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2563 ซึ่งมีปริมาตรขนส่งมากกว่าเรือขนเคมีภัณฑ์ 7 ลำของบริษัท (เฉลี่ย ณ ปัจจุบันลำล่ะ DWT3,000-7,000) ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับลูกค้าใน ภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยแผนระยะยาวของ PRM คือการมีเรือประเภทนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10-15 ลำ และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับภูมิภาค โดยเราเชื่อว่าบริษัทมีเงินทุนมากพอที่จะทำเช่นนั้น ซึ่งจะทำให้บริษัทได้รับอานิสงส์จากสภาพตลาดที่เป็นใจในช่วงถัดไปและเป็นการกระจายความเสี่ยงจากที่เคยพึ่งพาแต่เรือขนส่งน้ำมันดิบ-น้ำมันที่ถูกกลั่น เป็นหลัก (90% ของปริมาณขนส่งในประเทศ)
โดยคาดว่าตลาดการขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์ทางทะเลตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไปจะได้อานิสงส์จากสภาพตลาดที่มีปัจจัยบวกมากกว่าตลาดเรือขนส่งน้ำมัน อิงจากอุปสงค์จากจีนที่สูงขึ้นหลังกลับมาเปิดประเทศ และอุปทานสินค้าปิโตร-เคมีภัณฑ์ใหม่ๆ จากโรงกลั่นในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในด้านอุปทานเรือขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์คาดว่าจะมีเรือเก่า 46% ที่ต้องขายซากทิ้งเพราะไม่เข้ากฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ ทั้งนี้การหาเรือขนเคมีภัณฑ์มือสองเข้ามาก็ยังเป็นงานที่ท้าทาย ขณะที่การต่อเรือใหม่เลยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 14-16 เดือนกว่าจะพร้อมปล่อยเช่า
พร้อมมองกิจการแข็งแกร่ง พร้อม upside จากกองเรือใหม่ ขณะที่หุ้นก็เทรดกันที่ส่วนลดที่จูงใจ โดยมูลค่ำพื้นฐานของเราที่ 9.25 บาท อิง 12.0xPE'23E หรือค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 3 ปี ซึ่งใกล้ค่าเฉลี่ยกลุ่มขนส่งเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น
การปรับประมาณการกำไร เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ขึ้น 30% เป็น 1.9 พันล้านบาท และปี 2567 ขึ้น 19% เป็น 1.8 พันล้านบาท หลังนับรวมอุปสงค์เรือ FSU ที่ดีกว่าคาด การนำเรือขนาดใหญ่เข้าอู่แห้งที่สิ้นสุดลงในปี 2566(คาดค่าใช้จ่ายอู่แห้งจะลดลงราว 40%) และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจากทุกหน่วยธุรกิจ ด้วยเหตุนี้จึงปรับเพิ่มรายได้ขึ้น 10% และ 6% และเพิ่ม GPM ขึ้นเป็น 35.1% และ 34.1% ตามลำดับ เราจึงเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" มูลค่าพื้นฐาน 9.25 บาท (จาก 7.70 บาท) ปัจจุบันหุ้นซื้อขายต่า -2SD ต่อค่าเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่มีเงินสดพร้อมลงทุนอยู่ 2.6 พันล้านบาท
NER กูรูหุ้นประสานเสียงเชียร์ "ซื้อ"เคาะราคาเป้าหมายปี69 อยู่ที่ 6.10 บ./หุ้น ชูพื้นฐานแกร่ง! อัพไซด์เด่น-ปันผลสูง
สู้ค่าครองชีพ! Liberator มอบคูปองเติมน้ำมันบางจาก 100 บาท ลูกค้าใหม่รับทันที
"โกลเบล็ก" จับตาหุ้นไทยฝ่าดงสงครามตะวันออกกลาง ลุ้นตั้ง"รัฐบาลอนุทิน 2"-แนะลงทุนหุ้น Domestic Play
บล. ดาโอ ยกระดับบริการลงทุนต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม DAOLSEC Smart Foreign รองรับการลงทุนหุ้น ETF และกองทุนหลักต่างประเทศ ในบัญชีเดียว
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก
"โกลเบล็ก" ชี้หุ้นไทยไร้ทิศทาง เซ่นพิษตะวันออกกลางเดือด แนะเก็บหุ้นรับอานิสงส์ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกภาษีทรัมป์
KGI ปี 68 ทำกำไร 866 ลบ. พร้อมแจกปันผลหุ้นละ 0.31 บาท
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569