เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านสภาพอากาศของยุโรปประจำปี 2566 โดย Financial Times เนื่องมาจากความก้าวหน้าของบริษัทในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ในการดำเนินการด้านสภาพอากาศ
จากการประเมินโดย Financial Times และ Statista กว่าหลายพันรายการ มีเพียงบริษัทชั้นนำ 500 แห่งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากที่สุดเท่านั้น ที่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย
แต่ละบริษัทในรายการประเมินจะได้รับการกำหนดคะแนนเป็นรายๆ ไป ซึ่งคำนวณโดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซของบริษัท ระดับการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเหล่านี้ และการลดการปล่อยก๊าซคิดเป็นเปอร์เซ็นต์
เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทแรกของบริษํททั้ง 500 แห่งที่เข้ารอบ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซ ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงได้ 54.3% ในระยะเวลา 5 ปี การจัดอันดับยังแสดงถึงความพยายามของเต็ดตรา แพ้คตลอดห่วงโซ่คุณค่า (ในขอบเขตที่ 3) โดยเน้นย้ำถึงการเป็นบริษัทที่ได้คะแนนในระดับ A จากองค์กร CDP เป็นประจำ และเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ตามที่ได้รับอนุมัติโดยโครงการกำหนดเป้าหมายโดยอิงหลักวิทยาศาสตร์ หรือ Science Based Targets Initiative (SBTi) เพื่อจำกัดให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับ 1.5 องศาเซลเซียส
มร อดอลโฟ โอริเว่ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทเต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า "การได้รับการยอมรับเช่นนี้ นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงการทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทของทีมงาน ซัพพลายเออร์ ลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้ว่าเราจะภูมิใจในความสำเร็จของเราจนถึงปัจจุบัน แต่เรายังคงวางแผนที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของเรา ขับเคลื่อนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน ในขณะที่ส่งเสริมความยืดหยุ่นของระบบอาหารและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การกระทำทั้งหมดนี้เป็นแกนหลักในเป้าหมายของเรา เนื่องจากเรามุ่งมั่นที่จะทำให้อาหารปลอดภัยและมีพร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ และเราสัญญาว่าจะปกป้องทุกคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผู้คน และโลกใบนี้"
นายปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับในประเทศไทย เต็ดตรา แพ้ค ได้ร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนในโครงการริเริ่มต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนพันธกิจของบริษัท เราได้ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มการใช้
พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเรายังได้ร่วมหาแนวทางในการประหยัดการใช้น้ำในการผลิตร่วมกับลูกค้าหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
เราได้ร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ในภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนแนวทางหลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ผ่านโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งที่ริเริ่มเองและเข้าร่วมกับพันธมิตร เช่น โครงการเก็บกล่องสร้างบ้านฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการนำกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับมาสร้างประโยชน์ต่อชุมชน โดยการนำมารีไซเคิลเป็นวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้ในการสร้างบ้านให้กับผู้ประสบภัย
ในทุกพื้นที่ที่เต็ดตรา แพ้ค ดำเนินงานอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ภูมิภาคยุโรปตลอดจนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรารวมกันเป็นทีม เพื่อสร้างความก้าวหน้าที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน"
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการของเราเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ที่นี่
โคเวสโตร ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ได้รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร มุ่งสู่ Net Zero
ราช กรุ๊ป ประสบความสำเร็จการออกหุ้นกู้สีเขียวมูลค่า 3,500 ล้านบาท หนุนเสริมประสิทธิภาพพอร์ตพลังงานทดแทน สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
CHAO กางแผนยุทธศาสตร์ JUMP+ ปักธงปี 2571 รายได้โตเฉลี่ย 10-15% รุกหนักทุกมิติ ขยายพอร์ต Better-for-You เร่งเครื่องบุกตลาดระดับสากลเต็มสูบ
เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำองค์กรยั่งยืนระดับโลก ติดอันดับ Dow Jones Best-in-Class Indices ต่อเนื่อง พร้อมการันตีด้วยรางวัลด้าน ESG ระดับเอเชีย เดินหน้าผนึกทุกภาคส่วนสร้าง Sustainable Ecosystem
เซ็นทรัลพัฒนา ผู้นำศูนย์การค้าประหยัดพลังงาน ชวนคนไทยลดพลังงานช่วยชาติ ยกระดับมาตรการ 'Central's Smart Energy' ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ
TMI คว้าประกาศนียบัตร Carbon Neutral ประเภทองค์กร ตอกย้ำความยั่งยืน
SMT มุ่งสู่ Green Industry ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO)
ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว! ไทยส่ง 'Mobile Carbon Capture' เครื่องแรกของอาเซียน เปลี่ยนก๊าซเสียเป็นพลังงานหมุนเวียน
ปูนซีเมนต์นครหลวง จัดแข่งขัน "INSEE Low Carbon Concrete Competition 2026" สร้างทักษะวิศวกรรุ่นใหม่ สู่อนาคตการก่อสร้างคาร์บอนต่ำ