'บริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน)' หรือ EDL-Gen ผู้นำการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำรายใหญ่ที่สุดของ สปป.ลาว เปิดจองหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2566 วงเงินไม่เกิน 1,588.6 ล้านบาท ในวันที่ 23 -25 พ.ค.นี้ ชูอัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.50% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เพื่อเสนอขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ฯ 11 แห่ง มั่นใจนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ให้การตอบรับที่ดี จากศักยภาพในการดำเนินการในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าหลังงานน้ำรายใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว ที่เติบโตสูงและมีความมั่นคงด้านกระแสเงินสด
คุณวันแสง วันนะวง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่จองซื้อหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2566 วงเงินไม่เกิน 1,588.6 ล้านบาท อายุ 3 ปี 8 เดือน ซึ่งจะเสนอขายไม่เกิน 1.5886 ล้านหน่วย ในราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100 หน่วย โดยหุ้นกู้ชุดดังกล่าวถือเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.50% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 11 ราย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยกำหนดให้นักลงทุนชำระค่าจองซื้อในวันที่ 23 -25 พฤษภาคมนี้
กรรมการผู้จัดการ EDL-Gen กล่าวว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าหุ้นกู้ชุดดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ เนื่องจาก EDL-Gen เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำรายใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากความสามารถในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อป้อนความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งใน สปป.ลาว และภูมิภาคอาเซียนที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัว โดย สปป.ลาว มีสัญญาการจำหน่ายไฟฟ้าภายใต้กรอบความร่วมมือ MOU ของการซื้อไฟฟ้ากับประเทศต่างๆ ได้แก่ ประเทศไทย 10,500 เมกะวัตต์ กัมพูชา 6,000 เมกะวัตต์ เวียดนาม 5,000 เมกะวัตต์ เมียนมาร์ 600 เมกะวัตต์ มาเลเซีย 300 เมกะวัตต์ และสิงคโปร์ 100 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ประเทศสิงคโปร์เพิ่มเติมอีก 4,000 เมกะวัตต์ และจำหน่ายไฟฟ้าไปยังประเทศจีนตอนใต้ภายใต้สัญญาแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างประเทศ จึงมั่นใจว่าความต้องการไฟฟ้าในสปป.ลาว และต่างประเทศจะช่วยผลักดันส่งเสริมให้ภาพรวมการดำเนินงานทั้งปีของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ที่มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า 5,403 ล้านบาท นอกจากนี้ การดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำยังมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ และยังเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีอีกด้วย
BBLAM จุดประกายแนวคิด Longevity ในงาน "มนุษย์ต่างวัย Fest 2026" ผ่านการวางแผนการเงินและการลงทุน
เมย์แบงก์ปรับมุมมองหุ้นไทยสู่ "เท่าตลาด" ชี้ Valuation ไม่ดึงดูดเหมือนอดีต แนะสลับลงทุนหุ้นกลุ่ม Post-War Plays รับโอกาสหลังความขัดแย้งคลี่คลาย
เวที KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ย้ำนักลงทุนต้องอ่านเกมภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง
"โกลเบล็ก" ชี้หุ้นไทย Sideway Up รับอานิสงส์ความขัดแย้งตะวันออกกลางคลี่คลาย
KTAM เปิดมุมมองกลยุทธ์ครึ่งหลังปี 2026 แนะจัดพอร์ตสมดุลรับเทรนด์ AI Supercycle
เมย์แบงก์ จัดโปรโมชัน "เทรดทอง ได้ทอง" สำหรับนักลงทุน TFEX รายใหม่
B-SELECT กองทุนแนะนำจาก BBLAM ชวนจับจังหวะลงทุนครึ่งปีหลัง ด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง พร้อมมองหาโอกาสจากเทรนด์เศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยี
TSFC ช่วยเสริมศักยภาพนักลงทุนไทย มอบดอกเบี้ยพิเศษ 4.75% เพิ่มโอกาสการลงทุน และบริหารพอร์ตได้หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อเปิดบัญชีวันนี้ จนถึง 31 ก.ค. 2569