JSP ฮอตเว่อร์ "เมธา สิมะวรา" ขึ้นแท่นผถห.เบอร์ใหญ่ มั่นใจผลงานโตเกินต้าน คาดสตอรี่ปีนี้โต 20-30%

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กระแสแรงดีไม่มีหยุด หุ้นน้ำดีอีกรายที่ต้องจับตา "JSP หรือ บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย)" ล่าสุดได้ข่าวแว่วๆ มาว่า "เมธา สิมะวรา" นักธุรกิจรายใหญ่ในวงการสมุนไพร เจ้าของแบรนด์ เอนน่าเฮิร์บ พ่วงด้วยตำแหน่งนายกสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้ามาถือหุ้น JSP ในสัดส่วนราว 5% ขึ้นแท่นติดอันดับ 1 ใน 10 ผู้ถือหุ้นใหญ่ ทันที หลังมองเห็นศักยภาพ กลยุทธ์การเติบโต และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของทีมผู้บริหาร JSP นำโดย "ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ" ซีอีโอ ที่มุ่งมั่น ปักธงมุ่งสู่การเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ผลิตยา, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง ด้วยประสบการณ์มากกว่า 40 ปี พร้อมตั้งสตอรี่เร่งเครื่องแบบติดเทอร์โบ ขยายกลุ่มลูกค้า หาพันธมิตรทางธุรกิจต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง

JSP ฮอตเว่อร์ "เมธา สิมะวรา" ขึ้นแท่นผถห.เบอร์ใหญ่ มั่นใจผลงานโตเกินต้าน คาดสตอรี่ปีนี้โต 20-30%

โดยในปีนี้ JSP ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไว้ราว 20-30% ยังไม่นับรวมออเดอร์ใหม่จากลูกค้าทั้งปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ที่ทยอยส่งคำสั่งซื้อไม่อั้น ล่าสุดยังเตรียมรับข่าวดีจากไลน์การผลิตอาหารเสริมสัตว์ และเตรียมกดปุ่มผลิตโปรดักส์ใหม่ กัมมี่เยลลี่ คาดเดินเครื่องผลิตกลางปีนี้ โดยทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์จะเป็นธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้บริษัทฯ โตเกินต้าน เรียกได้ว่าปีนี้ JSP เดินหน้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ได้ลงทุนในปีที่ผ่านมา อย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว โกยกำไรเข้ากระเป๋าแน่น JSP ฮอตเว่อร์ "เมธา สิมะวรา" ขึ้นแท่นผถห.เบอร์ใหญ่ มั่นใจผลงานโตเกินต้าน คาดสตอรี่ปีนี้โต 20-30%


ข่าวโรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี+สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวันนี้

JSP เผยราคายาทั่วโลกพุ่ง10.4%เอเชียแปซิฟิกคว้าแชมป์พุ่ง12.3% หนุนเทรนด์ดูแลสุขภาพตัวเองก่อนป่วยเติบโตทั่วโลกดันยอดขายอาหารเสริมปีนี้แตะ 1,000ลบ.

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (JSP) เปิดเผยว่า ราคายาและค่ารักษาพยาบาลโดยรวมในหลายประเทศในปี 2025 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจของฝ่ายวิจัยพบว่า ราคายาทั่วโลกปรับขึ้นจากปี 2024 ประมาณ 10.4% โดยราคายาในสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นประมาณ 4.5% 5.0% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่ต่ำกว่า 10% เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายควบคุมราคาในสหรัฐฯ ขณะที่ราคายาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ราคายาเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 12.3% ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีแนว