การ์ทเนอร์คาดการณ์ในอีก 2 ปี องค์กรข้ามชาติ 30% ได้รับผลกระทบรุนแรงจากความเสี่ยงของอธิปไตยทางดิจิทัลที่ไม่ได้จัดการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

การ์ทเนอร์คาดการณ์ ภายในปี 2568 ประมาณ 30% ขององค์กรธุรกิจข้ามชาติจะประสบกับการสูญเสียรายได้ ความเสียหายต่อแบรนด์หรือการดำเนินการทางด้านกฎหมาย อันเกิดจากความเสี่ยงอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereign Risk) ที่ไม่ได้รับการจัดการ

การ์ทเนอร์คาดการณ์ในอีก 2 ปี องค์กรข้ามชาติ 30% ได้รับผลกระทบรุนแรงจากความเสี่ยงของอธิปไตยทางดิจิทัลที่ไม่ได้จัดการ

ไบรอัน เพรนติส รองประธานฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ช่วง 30 ปีที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจข้ามชาติบริหารธุรกิจโดยประเมินความเสี่ยงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่เข้ามาเปิดกิจการ แต่ปัจจุบันองค์กรเหล่านี้จำเป็นต้องขยายความเสี่ยงด้านอธิปไตย (หรือ Sovereign Risk) ให้ครอบคลุมด้านดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากการใช้งานดิจิทัลแบบต่างคนต่างใช้และกระจัดกระจายมากขึ้นทั้งในระดับประเทศและในระดับภูมิภาค" การ์ทเนอร์คาดการณ์ในอีก 2 ปี องค์กรข้ามชาติ 30% ได้รับผลกระทบรุนแรงจากความเสี่ยงของอธิปไตยทางดิจิทัลที่ไม่ได้จัดการ

การ์ทเนอร์ระบุว่าอธิปไตยทางดิจิทัล (หรือ Digital Sovereignty) คือ ความสามารถรัฐบาลในการตระหนักถึงนโยบายที่ไม่เป็นอุปสรรคอันเกิดจากกฎระเบียบดิจิทัลของรัฐบาลต่างประเทศที่มีผลโดยตรงต่อพลเมืองและธุรกิจที่มีภูมิลำเนาอยู่ รวมถึงนโยบายที่ดำเนินการผ่านบริษัทดิจิทัลรายใหญ่ภายใต้การควบคุมของกฎระเบียบ

"ขณะที่หลากหลายประเทศดำเนินกลยุทธ์ Sovereign Digital มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือภาระผูกพันด้านกฎระเบียบข้ามเขตอำนาจศาล ข้อจำกัดด้านภาษี การห้ามนำเข้า/ส่งออก มาตรการทางเทคโนโลยีเฉพาะระดับประเทศและข้อกำหนดด้านเนื้อหาของท้องถิ่นที่ซับซ้อน เนื่องจากดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ผู้บริหารจึงต้องเข้าใจความเสี่ยงอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereign Risk) และผลกระทบต่อเงื่อนไขทางธุรกิจ"

การ์ทเนอร์ชูประเด็นสำคัญ 3 ประการที่ได้รับผลกระทบมาจาก Digital Sovereign Risk ซึ่งต้องจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้ ความเสียหายต่อแบรนด์ หรือการดำเนินการทางกฎหมาย ไว้ดังนี้

  1. ความเสี่ยงอธิปไตยทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อลูกค้าองค์กรข้ามชาติของผู้ให้บริการเทคโนโลยี

การหยุดชะงักส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกลยุทธ์ Sovereign Digital ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้ให้บริการเทคโนโลยี โดยการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกำลังส่งผลกระทบต่อภาคเทคโนโลยีและผู้ให้บริการเฉพาะ อาทิ ด้านข้อจำกัดของซัพพลายเออร์ 5G อย่าง Huawei หรือ Nokia ซึ่งอาจเป็นผลมาจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น เพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติ หรือรับมือต่อเหตุการณ์ฉับพลันทางภูมิรัฐศาสตร์

จากข้อมูลของการ์ทเนอร์ชี้ให้เห็นว่าวิธีการที่ผู้ให้บริการเทคโนโลยีรับมือกับความเสี่ยงอธิปไตยทางดิจิทัลจะสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจข้ามชาติ โดยองค์กรต้องพิจารณาผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่สำคัญไว้เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่กว้างขึ้น และประเมินแบบเชิงรุกพร้อมลดความเสี่ยงอธิปไตยทางดิจิทัล

  1. การสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลจะถูกขัดขวางหากไม่ได้รับการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อความมุ่งมั่นสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ความพยายามในการผลิตเทคโนโลยี/นวัตกรรมดิจิทัลจะผลักดันองค์กรต่าง ๆ ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัลแบบแยกส่วน ซึ่งตลาดที่เผชิญกับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเหล่านี้บ่อยครั้งจะมีผลกำไรและขาดทุน (Profit & Loss) เป็นของตนเอง หากพบตลาดที่อื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศต้นทางขององค์กร การ์ทเนอร์ขอแนะนำให้ใช้ขั้นตอนจัดการ Digital Sovereign Risk ที่เกี่ยวกับแต่ละผลิตภัณฑ์ดิจิทัล

จำเป็นต้องปรับแต่งผลิตภัณฑ์เป็นท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและปรับให้เข้ากับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ ควบคู่ไปกับด้านวัฒนธรรมและภาษาของลูกค้าในตลาดเฉพาะ เป็นไปในทิศทางที่ต่างกันตามมาตรฐานเทคโนโลยีในระดับประเทศ ระเบียบการที่รัฐสนับสนุน และกรอบการทำงานที่ภาครัฐฯ ส่งเสริม ซึ่งล้วนเพิ่มน้ำหนักการตัดสินใจที่จำเป็นในการผลิตผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่จะให้บริการในตลาดหลายแห่ง

  1. ธุรกิจดิจิทัลจะอยู่ในสถานการณ์ลำบากท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ดิจิทัล

ขณะที่องค์กรขยายเป้าหมายดิจิทัลและกลายเป็นธุรกิจดิจิทัล องค์กรจะต้องรับมือกับข้อขัดแย้งของตลาดเสรีดิจิทัลในวงกว้าง เช่นเดียวกับผู้ให้บริการเทคโนโลยี ทำให้อยู่ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ดิจิทัล ซึ่งกระทบต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจ

การ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้บริหารระดับสูงด้านความเสี่ยง (Chief Risk Officers หรือ CRO) ทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่เช่นนั้นจะประสบปัญหาในการขยายขอบเขต วัตถุประสงค์ และผลกระทบการดำเนินงานจากปัจจัยต่าง ๆ ของ Digital Sovereign Risk ที่มีต่อองค์กร

ติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตจาก Gartner for IT Executives ได้ทาง X และ LinkedIn โดยติดแฮชแท็ค #GartnerIT หรือเยี่ยมชม IT Newsroom สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม


ข่าวประเมินความเสี่ยง+การดำเนินการวันนี้

เต็ดตรา แพ้ค ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่ากว่าหนึ่งในสาม พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการรีไซเคิลในประเทศไทยร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น

เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับที่ 27 นำเสนอความคืบหน้าด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าและการดำเนินงานของบริษัท บริษัทได้พัฒนาและเปิดตัวการประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติแบบบูรณาการในปี 2568 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบอาหาร การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยได้รับการขยายผลผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่น ซึ่งเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วแปรรูปให้เป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน เต็ดตรา แพ้ค เปิด

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภัยเงียบที่... รู้ความเสี่ยงก่อน.. ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง — โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว และเป็นสาเหตุสำคัญของภาว...

รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจ... หยุดความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยเทคโนโลยี CT Calcium Score @รพ.หัวเฉียว — รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือด ...

ในโลกการแพทย์ยุคใหม่ การดูแลสุขภาพไม่ได้เ... Future Preventive Medicine เปิดมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงลึก ด้วย DNA, AI และ Functional Health Analysis — ในโลกการแพทย์ยุคใหม่ การดูแลสุขภาพไม่ได้เริ่ม...

ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลด้านการจัดกา... กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยรายแรก — ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลด้านการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของ AWS ระดับ Core ที่โรงงานปราจีน...