กว่า 30 ปี ที่เครื่องหมาย "ฉลากเขียว" ได้การันตีและยืนยันถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป้องกันมลพิษต่อคนในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยในงาน "30 ปี TEI ก้าวไปกับภาคี สู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน" ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ได้มีการมอบโล่ฉลากเขียวให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้การรับรองฉลากเขียวมากกว่า 20 ปี และพิธีมอบเกียรติบัตรฉลากเขียวให้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการที่มิตรกับสิ่งแวดล้อมในปี 2565 -2566 อีกกว่า 50 บริษัท
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ฉลากเขียวของประเทศไทยริเริ่มขึ้นโดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development, TBCSD) เมื่อเดือนตุลาคม 2536 และได้รับความเห็นชอบและความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ปฏิบัติออกมาเป็นรูปธรรม จึงนับว่าเป็นฉลากสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างส่วนราชการ และองค์กรกลางต่าง ๆ โดยมีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยทำหน้าที่เป็นเลขานุการ ซึ่งปัจจุบัน ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2566 เรามีสินค้าและบริการที่ได้รับเครื่องหมาย "ฉลากเขียว" แล้วกว่า 865 รุ่น จำนวน 33 กลุ่มผลิตภัณฑ์/บริการ จาก 119 บริษัท
"ฉลากสิ่งแวดล้อม ถือเป็นทางรอดที่ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีวิถีปฏิบัติในการซื้อสินค้าและเลือกใช้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสินค้าและบริการเหล่านั้นจะต้องมีฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการบ่งชี้ว่ามีสินค้าหรือบริการเหล่านั้นมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน นอกเหนือจากนั้นการมีฉลากสิ่งแวดล้อมยังเป็นการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสทางการค้า เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ BCG ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อทำให้เกิดการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน ยกระดับการปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และจะเป็นทางรอดของโลกใบนี้"
ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวสรุปในหัวข้อ "นโยบายการจัดซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน สิ่งที่สำคัญคือ การยกระดับการผลิตให้มีมาตรฐาน เช่น ฉลากเขียว และมีการส่งเสริมให้เกิดการจัดซื้อสินค้าและพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยขั้นตอนจะเริ่มตั้งแต่กระทรวงการคลังมีการออก พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง และมีการกำหนดในกฎกระทรวง แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี 2565-2570 และให้กรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ประกาศ คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ในการขับเคลื่อนสู่ภาคการปฏิบัติจริง โดยมีเป้าหมายในเบื้องต้นคือ 30% ของมูลค่าจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งการจัดซื้อจากภาครัฐจะเป็นตัวเบิกทางที่จะส่งผลให้ภาคการผลิตมีต้นทุนที่ต่ำลง และจะส่งแรงกระเพื่อมไปสู่ภาคเอกชนต่อไปในการเลือกสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกันนี้ในส่วนของภาคเอกชนและผู้ส่งออก นายรัฏฐา ศรีเจริญ นักวิชาการมาตรฐานชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับผู้ประกอบการส่งออกสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือมาตรการระหว่างประเทศ เช่น CBAM, EU Green Deal, Circular Economy, Zero waste to land field สามารถอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้นำไปสู่เป้าหมายนั้นได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
ด้านการลงทุน ดร.เพชรมณี ดาวเวียง รองผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) กล่าวเสริมว่า สสว. มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านกลไกการสนับสนุน Business Development Service (BDS) หรือ SME ปัง ตังค์ได้คืน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยื่นขอฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันด้วยเช่นกัน
นายจอมไตร บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย กล่าวเสริมว่า ทิศทางการสนับสนุนทางการเงินซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญและขาดไม่ได้สำหรับการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจที่เป็นมิตรฯ อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่ม SMEs ซึ่งธนาคารกรุงเทพก็มีสินเชื่อหลายประเภทและเงื่อนไงที่เอื้อต่อกลุ่มธุรกิจที่มีแนวคิดในด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
โดยในส่วนของภาคประชาชนหรือผู้บริโภค ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง กรรมการนโยบายและประธานอนุกรรมการสินค้าและบริการทั่วไป สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า จากการสำรวจของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปี 2565 พบกว่า ผู้บริโภคมองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว กว่าร้อยละ 74 ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวที่สุดคือเรื่องของฝุ่นมลพิษ PM2.5 รองลงมาคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลสภาพภูมิอากาศ และภาวะโลกร้อน โดย 2 ใน 3 พร้อมสนับสนุนสินค้า Eco-Friendly ที่แพงกว่าสินค้าปกติไม่เกินร้อยละ 20
ทางด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการเสวนา"ฉลากสิ่งแวดล้อมกับการส่งเสริมธุรกิจเพื่อการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน" ว่า สสส. มีส่วนสำคัญในการสื่อสารการบริโภคสินค้าที่มีฉลากสิ่งแวดล้อมไปสู่ผู้บริโภค โดยปัจจุบัน สสส. ได้ให้การร่วมมือกับ TEI และอีกหลายหน่วยงานได้ช่วยผลักดันฉลากสิ่งแวดล้อมไปยังสินค้าจากชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้นำร่องไปแล้วในหลาย ๆ พื้นที่ นับเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้บริโภคและเป็นทางรอดของผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ที่อยู่ในชุมชน
"ทุกวันนี้สุขภาพเป็น 1 ใน 3 ของเรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด สุขภาพไม่ใช่เรื่องหมอหรือยาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทุก ๆ สิ่งที่อยู่รายรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน และทุก ๆ องค์ประกอบของสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสุขภาพของทุก ๆ คน ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันทั้งภาคประชาชนที่ต้องสร้างความตระหนักรู้และเลือกบริโภคสินค้าที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม ภาครัฐที่ต้องมีกฎระเบียบที่เข้มแข็งออกมาควบคุม และผู้ประกอบการที่จะต้องเดินตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด"
การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนถือเป็นก้าวย่างสำคัญสู่ทางรอดทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่จะต้องร่วมกันกู้วิกฤตยุค "โลกเดือด" และสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
"ฉลากสิ่งแวดล้อม" สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ ฝ่ายฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม โทร. 02-503-333 ต่อ 522 หรือ www.tei.or.th/greenlabel, FB: https://www.facebook.com/greenlabelthailand
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
"นิปปอนเพนต์" พิสูจน์พันธกิจองค์กรสีเพื่อโลกยั่งยืนอีกครั้ง เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติธุรกิจที่ได้รับรอง "ฉลากเขียว" ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมรับเกียรติบัตรฉลากเขียวประจำปี 2569 จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
TEI ถอดรหัส "มลพิษสิ่งแวดล้อมไทย" วิกฤติเรื้อรังที่สังคมต้องร่วมกันก้าวข้าม
วิกฤต "รั้วโลกพัง" TEI ถอดรหัสวิกฤติ Biodiversity Collapse: ธรรมชาติเสื่อมกับความเสี่ยงและการปรับตัว
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน
TEI ครบรอบ 33 ปี ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก - สิ่งแวดล้อมไทย ชวนภาคีทุกภาคส่วนร่วมกัน "ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis"
ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน "Driving Circularity Ecosystem"