อาการ อ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยในวัยทำงานและผู้สูงอายุ หากใครที่กำลังเผชิญกับอาการนี้ หรือรู้สึกอ่อนเพลียขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ บทความนี้เราชวนมาหาคำตอบว่าอาการนี้คืออะไร และจะสามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีใดบ้าง ติดตามกันได้เลย
อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง คืออะไร
อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome: CFS) หรือกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง คือกลุ่มอาการที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน โดยไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมหรือการออกกำลังกาย และไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยการพักผ่อน โดยอาการอื่น ๆ ที่พบร่วมกับอาการอ่อนเพลีย ได้แก่
- นอนหลับไม่สนิท
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- อ่อนแรง
- เหนื่อยล้าง่าย
- มีปัญหาในการจดจำและสมาธิ
- เจ็บคอ
- ปวดศีรษะ
- ต่อมน้ำเหลืองโต
สาเหตุของอาการอ่อนเพลียเรื้อรังยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน เช่น
- การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
- ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
- ความผิดปกติของระบบประสาท
- ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน
- ปัญหาสุขภาพจิต
ซึ่งในปัจุบันนี้ ต้องบอกว่าอาการอ่อนเพลียเรื้อรังยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นอาการ เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ อาจใช้ยาบางชนิดเพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาต้านอาการซึมเศร้า ซึ่งการบรรเทาด้วยยา ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ และต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อยามารับประทานเองได้ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้อาการอ่อนเพลียเรื้อรังรุนแรงมากกว่าเดิม และเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาด้วย ดังนั้น หากใครมีอาการอ่อนเพลียมาเป็นเวลานาน จนกระทบกับการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
วิธีบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรังเบื้องต้น
วิธีบรรเทาอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ โดยวิธีทั่วไปที่สามารถทำได้ ได้แก่
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน หากนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท อาจใช้ยานอนหลับหรือปรับพฤติกรรมการนอน เช่น เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับพลังงานและช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: รับประทานอาหารที่ครบหมู่และหลากหลาย เน้นผักและผลไม้สด หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นอาการ: หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการอ่อนเพลีย เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ การสูบุหรี่ การอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนหรือเย็นจัด
ข้อเข่าเสื่อม โรคฮิตในผู้สูงอายุ รักษาได้ด้วยยาและการผ่าตัด
โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวน "ฟังเสียงหัวใจ" ผ่านกิจกรรม LISTEN TO YOUR HEART ตอกย้ำความสำคัญของการป้องกันโรคหัวใจ
"กระดูกพรุน" ไม่เลือกวัย พฤติกรรมไหน?.. กำลังทำร้ายกระดูกคุณ
เนสกาแฟ เรดคัพ จัด "เนสกาแฟ รัน 2026" ปรากฏการณ์งานวิ่งครั้งแรกของเนสกาแฟในไทย
วิธีลดต้นขาใหญ่แบบไม่ต้องกินคลีน มนุษย์เงินเดือนทำตามได้
เฮอร์บาไลฟ์ ประเทศไทย จัด Running Club สุดคูล! ผสานเทรนด์ Ice Bath ฟื้นฟูร่างกายหลังวิ่ง พร้อมเคล็ดลับดูแลตัวเองฉบับไลฟ์สไตล์ใหม่ ของคนรักสุขภาพ
บลูไดมอนด์ชี้อัลมอนด์ "ไลฟ์สไตล์สแนค" ของว่างที่พร้อมเป็นตัวช่วยเติมพลังงาน ดีต่อสุขภาพในทุกวัน
พกพาความอร่อยไปได้ทุกที่ทุกเวลา กับ ถั่วซันคิสท์ ลดราคาที่ Jiffy