บล.ทิสโก้แนะทยอยสะสมหุ้นไทย - ขายทำกำไรต้นปี 67 หวังเม็ดเงินงบรัฐฯ อัดฉีดเงินดิจิทัลเข้าเศรษฐกิจ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บล.ทิสโก้ชี้ไตรมาสที่เหลือของปี 2566 เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นไทยเพื่อหวังผลการลงทุนขายทำกำไรต้นปี 2567 คาดหุ้นขึ้นรับข่าวรัฐอัดฉีดงบจากที่ล่าช้าและเดินหน้าแจกเงินดิจิทัลเข้าเศรษฐกิจ พร้อมปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2566 เป็น 1,535 จุด จากเดิม 1,496 จุด ผลบวกจากประมาณการกำไร บจ.ไทยปรับขึ้น 3% พร้อมให้เป้าหุ้นไทยปี 2567 ที่ 1,640 จุด

บล.ทิสโก้แนะทยอยสะสมหุ้นไทย - ขายทำกำไรต้นปี 67 หวังเม็ดเงินงบรัฐฯ อัดฉีดเงินดิจิทัลเข้าเศรษฐกิจ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) จะปรับตัวลงมามากในเดือนที่แล้ว แต่ยังขาดปัจจัยขับเคลื่อนที่มีนัยสำคัญในระยะสั้น โดยเฉพาะบรรยากาศการลงทุนในปัจจุบันยังถูกปกคลุมด้วยความกังวลทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจอยู่ระดับสูงนาน ทำให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Bond Yields) และ US Dollar Index ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงรอยต่อของงบประมาณปี 2567 ที่มาความล่าช้า ทำให้ขาดเม็ดเงินในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ดังนั้น จึงคาดหวังการลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ได้ไม่มากนัก แต่มองเป็นจังหวะทยอยสะสม - ตั้งรับหุ้น เพื่อขายทำกำไรในช่วงครึ่งแรกของปีหน้าเมื่อมีเม็ดเงินงบประมาณและการแจกเงินดิจิทัลไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การลงทุนระยะสั้นในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ บล.ทิสโก้แนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นที่คาดงบไตรมาส 3/2566 จะออกมาดีเป็นสำคัญ และเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ หุ้นเด่นที่บล.ทิสโก้แนะนำในเดือนตุลาคมคือ BBL, BEM, CENTEL, COM7, CPALL, RBF, SPA และ TOP ด้านแนวรับสำคัญของดัชนีหุ้นไทย เดือนตุลาคมอยู่ที่ 1,450 - 1,460 และแนวรับถัดไปที่ 1,420 - 1,430 จุด และต้านสำคัญอยู่ที่ 1,500-1,505 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,530 จุด ตามลำดับ

นายอภิชาติกล่าวอีกว่า บล.ทิสโก้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ขึ้นเล็กน้อยจากเดิม 1,496 จุด เป็น 1,535 จุด จากการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2567 ขึ้น 3% สำหรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีหน้า บล.ทิสโก้ปรับลงจากเดิม 1,735 จุด เป็น 1,640 จุด จากความเสี่ยงการขาดดุลแฝดพร้อมกัน (Twin Deficits) ทั้งจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการขาดดุลงบประมาณ โดยแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เช่น สหรัฐฯ และจีน จะกระทบต่อการส่งออก และการใช้จ่ายเงินจำนวนมากตามนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลจะกระทบต่อฐานะการคลังหากไม่สามารถปลุกเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับมุมมองตลาดหุ้นโลกนั้น ตลาดหุ้นโลกในเดือนกันยายนที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนแย่สุดในรอบ 1 ปี ปรับตัวลงไปมากกว่า -4% ถูกกดดันจาก Bond Yields ทั่วโลกเดินหน้าขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบมากกว่าทศวรรษ หลัง Dot Plot ของ FED ล่าสุดในเดือนกันยายนตอกย้ำทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ระดับสูงนาน (Higher for Longer)

บล.ทิสโก้เป็นห่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี จะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อสหรัฐฯ กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันต่อเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) สหรัฐฯ พบว่ามีความสัมพันธ์ในทางบวก โดยมีค่า Correlation สูงถึง +0.81 และ +0.75 ตามลำดับ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้ตลาดปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสุดท้าย (Terminal Rate) ขึ้นจากปัจจุบันที่ 5.25-5.50% เป็น 5.50-5.75% ให้เทียบเท่า Dot Plot ล่าสุดของ FED ส่งผลให้ตลาดหุ้นแกว่งไม่ไปไหนจนกว่าจะซึมซับปัจจัยดังกล่าวเต็มที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ Terminal Rate อาจเลื่อนออกไปเป็นการประชุม 2 ครั้งที่เหลือของ FED ในปีนี้จากเดิมที่ตลาดมองว่า FED ได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับสูงสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่บล.ทิสโก้ยังคงย้ำว่า จะขยับออกไปเป็นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะถึงนี้เท่านั้น ดังนั้น Bond Yields ที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันจะกดดันตลาดหุ้นได้อีกไม่นาน เพราะโดยปกติหลังจากที่ FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะระดับสูงสุดแล้ว Bond Yields มักจะกลับมาปรับตัวลง 50-150 bps ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้น หาก FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งจริงตาม Dot Plot ในปีนี้ คาด Bond Yields จะมีทิศทางกลับมาเป็นขาลงในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า จะเป็นบวกต่อตลาด


ข่าวอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล+หลักทรัพย์ ทิสโก้วันนี้

บล.ทิสโก้ แนะขายทำกำไรหุ้นไทยที่ดัชนี 1,500 จุดคาดดัชนีขึ้นได้จำกัด จากแรงกดดัน Sell in May และ MSCI ปรับลดน้ำหนัก

บล.ทิสโก้ชี้ ดัชนีหุ้นไทยเดือนพฤษภาคมอาจไปไหนไม่ได้ไกล จากปัจจัยกดดัน 3 เรื่อง คือ 1.การขายปรับพอร์ตจากแนวคิด "Sell in May and Go Away" 2. แรงขายทำกำไรหุ้นหลังจากได้รับสิทธิเงินปันผลแล้ว กดดันให้เงินบาทอ่อนค่า และ 3.หุ้นไทยจ่อถูก MSCI ปรับลดน้ำหนักคาดเงินไหลออกกว่า 7,000 ล้านบาท แนะให้ขายทำกำไรเมื่อดัชนีพุ่งเกิน 1,500 จุด นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังเกิดสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน แนวโน้มกระแสเงินลงทุนต่างชาติ

บล.ทิสโก้คาดเงินทุนต่างชาติจ่อไหลเข้าหลัง... บล.ทิสโก้ คาดเงินทุนต่างชาติจ่อไหลเข้าหลังเลือกตั้งหนุนหุ้นไทยขยับขึ้นข้าม 1,350 จุด — บล.ทิสโก้คาดเงินทุนต่างชาติจ่อไหลเข้าหลังเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยปรับข...

บล.ทิสโก้มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2569 ท... บล.ทิสโก้ให้เป้าดัชนีหุ้นไทยปี 69 ที่ 1,388 จุด คาดเลือกตั้งดีต่อ SET ในระยะสั้น — บล.ทิสโก้มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2569 ที่ 1,388 จุด คิดเป็น Upside จา...

บล.ทิสโก้มีมุมมอง "บวกอย่างระมัดระวัง" ต่... บล.ทิสโก้ชี้ หุ้นไทยเดือน ส.ค. เริ่มมีสัญญาณบวก แต่ต้องระวังปัจจัยการเมืองฉุดความเชื่อมั่น — บล.ทิสโก้มีมุมมอง "บวกอย่างระมัดระวัง" ต่อการลงทุนในหุ้นไทยเด...

บล.ทิสโก้คาดระยะสั้นหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นต... บล.ทิสโก้คาดหุ้นไทยฟื้นแตะ 1,200 จุด แนะใช้จังหวะนี้เน้นขายมากกว่าซื้อ - เทรดหมุนรอบเร็วขึ้น — บล.ทิสโก้คาดระยะสั้นหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแตะ 1,200 จุด รั...

บล.ทิสโก้เปิดข้อมูลหุ้นไทยปี 2567 ให้ผลตอ... บล.ทิสโก้ชี้ หุ้นไทยปี 68 เจอแรงกดดันเพียบ ! แนะเลือกลงทุน "เน้นปลอดภัย - ทนต่อปัจจัยกดดัน" — บล.ทิสโก้เปิดข้อมูลหุ้นไทยปี 2567 ให้ผลตอบแทนติดลบสองปีซ้อนค...