บล.ทิสโก้คาดเงินทุนต่างชาติจ่อไหลเข้าหลังเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยปรับขึ้นระยะสั้นข้าม 1350 ประเมินรอบนี้ได้รัฐบาลใหม่เร็ว ชี้หากภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตลาดจะตอบสนองเชิงบวกมากที่สุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า หลังการเลือกตั้ง บล.ทิสโก้มองการเมืองในประเทศจะมีความชัดเจน โดยไม่คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้เวลานานเหมือนการจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงที่ตลาดหุ้นไทยจะตอบสนองเชิงบวก (Post-election Rally) อิงจากสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า SET Index ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง มักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยอยู่ที่ +1.2% ถึง +2.3% และมีโอกาสในการปรับขึ้นราว 67-80% ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักปรับขึ้นและ Outperform ตลาดหลังการเลือกตั้ง คือ กลุ่ม FIN, MEDIA, PROP และ CONS
ทิศทางเงินทุนต่างชาติเริ่มมีสัญญาณบวก ซื้อสุทธิ 2 เดือนติดต่อกัน นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ความไม่แน่นอนต่างๆ ของทรัมป์ และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หนุนกระแสเงินทุนต่างประเทศโยกกลับเข้ามาในตลาดภูมิภาคเอเชีย บล.ทิสโก้มองมีโอกาสจะไหลเข้าหุ้นไทยต่อเนื่อง จาก (1) หุ้นไทยยัง Laggard หุ้นต่างประเทศมาก ขณะที่ระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยไม่แพง และมีปันผลที่ดี 4% (2) ผลการเลือกตั้งคาดจะสร้างความชัดเจนทางการเมือง มีรัฐบาลใหม่เข้ามาเดินหน้าประเทศต่อ หนุนความเชื่อมั่น และ (3) ความกังวลเกี่ยวกับ MSCI ที่อาจลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดออกจากดัชนี MSCI Emerging Markets และอาจปรับลดสถานะหุ้นอินโดนีเซียสู่ตลาดชายขอบ (Frontier Market) อาจหนุนให้มีเม็ดเงินทุนต่างประเทศเบนเข็มออกจากหุ้นอินโดนีเซียเข้ามาในหุ้นไทย
สำหรับฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025F ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ แม้ภาพรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเกือบเท่าตัว YoY แต่หลัก ๆ มาจากฐานกำไรที่ต่ำในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เพราะหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวมีรายการพิเศษกดดัน ขณะที่ QoQ คาดกำไรโดยรวมแค่ทรงตัว ทำให้การประกาศผลประกอบการไตรมาสนี้ไม่น่าตื่นเต้น ด้านแนวโน้ม SET EPS ยังมีทิศทางปรับลงอยู่และทำจุดต่ำใหม่ ล่าสุดตลาดประเมินอยู่ 90.1 บาท และ 94.5 บาทสำหรับปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ ถึงแม้บล.ทิสโก้ไม่คาดว่า SET EPS จะมี Downside จากระดับปัจจุบันมากนัก แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นแนวโน้ม SET EPS อยู่ในทิศทางปรับขึ้น Upside ของตลาดหุ้นไทยก็คงไม่ได้ไปไกลกว่าระดับ 1,400 จุดได้มากนัก
อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นปันผลยังฝากความหวังได้ จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มปันผลสูง (SETHD) ในช่วงเดือน ก.พ. ของทุกปีมักจะ Outperform ตลาดโดยมีความเป็นไปได้สูงถึง 82% และให้ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยดีกว่า SET Index +1.3% (Max. = +3.8%, Min. = -1.6%)
ด้วยบล.ทิสโก้มองตลาดหุ้นไทยจะค่อย ๆ ตอบรับเชิงบวกเมื่อภาพการเมืองหลังการเลือกตั้งมีความชัดเจน ผสานกับเงินต่างชาติมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของทรัมป์ บล.ทิสโก้มอง 3 ธีมหุ้นน่าสนใจในระยะสั้น คือ (1) หุ้นเก็งผลเลือกตั้งรับรัฐบาลใหม่ แนะนำ BJC, MTC, STECON, WHA (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาอยู่ในโซนต่ำรับกระแสเงินทุนไหลเข้า แนะนำ CRC, TRUE และ (3) กลุ่มหุ้นปันผลดี (SETHD) ชอบ AP, BBL ดังนั้น หุ้นเด่นที่บล.ทิสโก้แนะนำในเดือน กุมภาพันธ์ คือ AP, BBL, BJC, CRC, MTC, STECON, TRUE และ WHA ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,280-1,300 จุด และแนวต้านสำคัญที่ 1,350 จุด และ 1,380-1,400 จุด ตามลำดับ
ฉากทัศน์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งและทิศทางการตอบสนองของตลาด
กรณี รายละเอียด ประเมินการตอบสนองของตลาด พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง และสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่สำเร็จ (ให้น้ำหนักปานกลาง) แม้พรรคประชาชนจะชนะเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงมากที่สุด แต่ไม่ถึง 250 เสียง ทำให้ต้องจับมือกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยจะใช้เวลาต่อรองช้าหรือเร็วจะขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงของแต่ละพรรคการเมือง แม้ผลการเลือกตั้งชัดเจนแล้ว แต่ตลาดอาจไม่ตอบสนองทางบวกมากนัก เนื่องจากนโยบายของพรรคประชาชนส่วนใหญ่เน้นการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งแนวทางเป็นรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า จะเพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบายจากภาครัฐ และภาระหนี้สาธารณะ รวมทั้งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้การจัดทำงบประมาณปี FY27 มีความล่าช้า เพิ่มแรงกดดันให้ตลาดอาจกลับมาผันผวนได้ง่าย (2) พรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ (ให้น้ำหนักมากที่สุด) คาดพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 2 อย่างพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแทน และน่าจะจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้ง่ายกว่า คาดตลาดจะตอบสนองในทางบวกมากกว่ากรณีที่ (1) คาดหวังความต่อเนื่องของโนบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ขณะที่การจัดทำงบประมาณปี FY27 ที่อาจล่าช้าน่าจะบริหารจัดการได้ให้มีความล่าช้าไม่น่าเกิน 3 เดือน (3) พรรคภูมิใจไทยพลิกล็อกชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (ให้น้ำหนักน้อยที่สุด) คาดจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลมีความราบรื่น จับขั้วได้ง่าย ทำให้ได้รัฐบาลใหม่ภายใน Q2 คาดกรณีนี้ตลาดจะตอบสนองทางบวกมากที่สุด เพราะนอกจากจะมีความต่อเนื่องของนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว รัฐบาลน่าจะมีเสถียรภาพมากด้วย นอกจากนี้ โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีน่าจะออกมาโดยคำนึงถึงการทำงานตามนโยบายมากกว่าโควต้าของพรรคการเมือง
ที่มา : TISCO Research
บล.ทิสโก้เคาะ จังหวะนี้เหมาะ "ทยอยสะสม" หุ้นไทย ชี้ มูลค่าหุ้นลงมาถูกใกล้ช่วง COVID-19 - ปันผลน่าสนใจ
บล.ทิสโก้ปรับเป้าหุ้นไทยปี 68 เป็น 1,334 จุด รับอานิงส์รัฐบาลใหม่ - กนง.ลดดอกเบี้ยหุ้นไทยฟื้นตัว
บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ย.ผันผวน ชี้เป็นจังหวะ "ซื้อ" หุ้นรับดอกเบี้ยขาลง - หุ้นที่มีโอกาสปรับกำไรขึ้น
บล.ทิสโก้ชี้ หุ้นไทยเดือน ส.ค. เริ่มมีสัญญาณบวก แต่ต้องระวังปัจจัยการเมืองฉุดความเชื่อมั่น
บล.ทิสโก้ ปรับเป้าดัชนีปี 68 เหลือ 1,208 จุด รับความเสี่ยงการเมืองในประเทศ - สงครามการค้าสหรัฐฯ
บล.ทิสโก้คาดหุ้นไทยฟื้นแตะ 1,200 จุด แนะใช้จังหวะนี้เน้นขายมากกว่าซื้อ - เทรดหมุนรอบเร็วขึ้น
บล.ทิสโก้ชี้ หุ้นไทยปี 68 เจอแรงกดดันเพียบ ! แนะเลือกลงทุน "เน้นปลอดภัย - ทนต่อปัจจัยกดดัน"
บล.ทิสโก้คาด ดัชนีหุ้นไทยเดือน ธ.ค. เด้งรับเงิน TESG ไหลเข้า เตือนปี 68 น่าห่วง เหตุทรัมป์ลุยนโยบายเข้ม - แรงขาย LTF