หยุด "ไขมันพอกตับ" ก่อนตับจะพา "ดับ" ด้วยมะเร็ง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ปัจจุบันผู้คนสามารถเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายขึ้น ยิ่งโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ยิ่งพบเจอได้ง่าย เวลาตรวจสุขภาพต้องมานั่งลุ้นว่า คอเลสเตอรอลจะเกินไหม ไตรกลีเซอไรด์จะพุ่งหรือไม่ โดยเฉพาะค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลให้เกิดความเสี่ยงสารพัดโรค ซึ่งนอกจากโรคเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้กัน คือ ไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานแล้วไปใช้ได้หมด จนทำให้เกิดการสะสมอยู่ที่ตับ

หยุด "ไขมันพอกตับ" ก่อนตับจะพา "ดับ" ด้วยมะเร็ง

แพทย์หญิงปิติญา รุ่งภูวภัทร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า "ไขมันพอกตับเป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ มักตรวจพบและได้รับการวินิจฉัยเมื่อมาตรวจสุขภาพประจำปี อาจมีอาการอ่อนเพลียควบคู่ไปด้วย มีอาการจุกแน่นบริเวณชายโครงขวา หยุด "ไขมันพอกตับ" ก่อนตับจะพา "ดับ" ด้วยมะเร็ง

โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) หรือไขมันเกาะตับ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับมากเกินปกติ โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ชอบรับประทานอาหารหวาน ไม่ออกกำลังกาย และโดยส่วนใหญ่ไขมันพอกตับระยะแรกมักไม่มีอาการ มักตรวจพบจากการตรวจเลือดประจำปี หรืออัลตร้าซาวด์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา ระยะการดำเนินโรคสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก เป็นระยะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ
  • ระยะที่สอง เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ หากไม่ควบคุมดูแล และปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อย ๆ เกินกว่า 6 เดือนอาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
  • ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรงต่อเนื่องเกิดพังผืด (brosis) สะสมในตับ เซลล์ตับค่อยๆ ถูกทำลายลงแทนที่ด้วยพังผืด
  • ระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ทำให้เกิดตับแข็งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ

ที่สำคัญหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้กลายเป็นตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเกิดเป็นมะเร็งตับในที่สุด"

ในขณะที่ แพทย์หญิงปิติญา กล่าวต่อว่า "ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับพบความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่มีอาการ จึงอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะไขมันพอกตับ ดังนั้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีหรือทุก 6 เดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติของตับได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะไขมันพอกตับสามารถตรวจเจอในระยะแรกๆ สามารถตรวจพบได้ผ่านการตรวจเลือด อัลตร้าซาวด์ หรือการตรวจด้วยเครื่อง FibroScan

"ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคไขมันพอกตับโดยเฉพาะ แต่สามารถใช้วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันไขมันพอกตับ ดังนี้

  1. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือทุก 6 เดือน
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หรือ อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น เนื้อติดมัน เบคอน แฮม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เบเกอรี่ ครีมเทียม
  3. หลีกเลี่ยงน้ำตาลฟรุกโตส เช่น เครื่องดื่มที่มีรสหวาน คุกกี้ ลูกอม น้ำผลไม้ ควรรับประทานผลไม้ทั้งผลมากกว่า
  4. ควรรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วต่างๆ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
  5. ลดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงต่อวัน
  6. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที
  7. หากท่านใดอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรลดน้ำหนักตัวและควรปรึกษาแพทย์
  8. กรณีตรวจพบอาการของโรค ควรพบแพทย์เป็นประจำ เพื่อติดตามการดำเนินของโรค"

ท่านสามารถศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงและสัญญาณเตือนของโรคเพิ่มเติมได้ที่ www.praram9.com/fatty-liver หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร. 1270 หรือ www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และทาง Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital


ข่าวปิติญา รุ่งภูวภัทร+ระบบทางเดินอาหารวันนี้

BDMS เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน เปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองระบบทางเดินอาหาร "BDMS Gastro & Colonoscopy Package"

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าส่งเสริมแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) ด้วยการเปิดตัวโปรแกรมตรวจคัดกรองโรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่ ภายใต้แพ็กเกจ Gastro & Colonoscopy Package กับแนวคิด "Check Early Be Sure ส่องกล้องตรวจชัด สกัดความเสี่ยง ระบบทางเดินอาหาร" เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โรคในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วย

บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด นำโดย ดร. ... อินโนบิก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ "แมกนีเซียม บิส พลัส" ในงานประชุมใหญ่สมาคมร้านยารวมใจไทย 2569 — บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด นำโดย ดร. ณัฐ อธิวิทวัส กรรมการผ...

เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมดุลระบบทางเดินอาหารใน... ดานอน ขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความตระหนักรู้ — เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมดุลระบบทางเดินอาหารในเด็กผ่าคลอด จากการผ่าคลอดในประเทศไทยที่เพิ่มสูง ดานอ...

ลูกปวดท้องบ่อย อาเจียนเรื้อรัง…อาจไม่ใช่แ... การส่องกล้องทางเดินอาหารสำหรับเด็ก ช่วยตรวจหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ได้ — ลูกปวดท้องบ่อย อาเจียนเรื้อรัง…อาจไม่ใช่แค่เรื่องเล็ก ๆ ที่ปล่อยผ่านได้ หลายครอบครัวยั...

โรงพยาบาลกรุงเทพแนะ ส่องกล้องช่วยการป้องก... รู้ก่อน รอดก่อน! คนไทยเสี่ยงโรคทางเดินอาหาร-ตับอ่อน-ท่อน้ำดี — โรงพยาบาลกรุงเทพแนะ ส่องกล้องช่วยการป้องกัน อย่ารอจนมีอาการผิดปกติแล้ว อาจสายไป "โรคระบบทาง...

ส่องกล้องทางเดินอาหาร ง่าย ไม่เจ็บ ตรวจพบ... ส่องกล้องทางเดินอาหาร ง่าย ไม่เจ็บ ตรวจพบตัดออกทันที — ส่องกล้องทางเดินอาหาร ง่าย ไม่เจ็บ ตรวจพบตัดออกทันที หลายครั้งที่ความผิดปกติภายในระบบทางเดินอาหารแล...

โดย พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร อายุรแพทย์โรคทา... ไขมันพอก ภัยเงียบ กว่าจะรู้ตัวอาจสายเกินไป — โดย พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร อายุรแพทย์โรคทางเดินอาหาร และโรคตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า ปัจจุบันผู้คนสามารถเกิด...