"BEFAST" อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

13 Feb 2024

รู้หรือไม่? การรู้และการระวัง BEFAST สามารถช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ!

"BEFAST" อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดสมองนับว่าเป็นหนึ่งในอันดับหลักๆ ของความเสี่ยงในยุคปัจจุบัน เป็นเหตุที่ทำให้หลายคนต้องหันมาสนใจและระวังโรคนี้อย่างมากขึ้น เรามักคิดว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบมากในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเริ่มมีผู้ป่วยในวัยกลางคนหรือวัยทำงานเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับกรณีของนักร้องชื่อดัง "ต้าร์" จากวงมิสเตอร์ทีม (Mr.Team) ที่ต้องเข้ารับการรักษาเร่งด่วนเนื่องจากมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลันขณะแสดงคอนเสิร์ต ทุกคนคงตกใจกับเหตุการณ์นี้ ดังนั้นการรู้จักและความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อการป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากสมองขาดเลือดไปเลี้ยง โดยสาเหตุมาจากการอุดตันหรือการตีบของหลอดเลือด ทำให้เซลล์สมองเสียหายและมีผลต่อร่างกายโดยทั่วไป เป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เนื่องจากบางคนอาจไม่รู้สึกตัวว่าเป็นโรค และต้องรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการหนักขึ้น เพราะมักพบว่าอาการหนักๆ เช่นนี้มักต้องนำส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ดังนั้นการสังเกตความผิดปกติของร่างกายเองเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราป้องกันโรคนี้ได้

อย่าลืมว่าอาการ BEFAST เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการระบุอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันได้อย่างง่ายดาย

  • B = Balance (เวียนหัวและเดินเซ ทรงตัวไม่ได้)
  • E = Eyes (ตามัว มองไม่เห็น เฉียบพลัน)
  • F = Face (ปากเบี้ยว หรือมุมปากตก)
  • A = Arm (แขนหรือขาอ่อนแรงซีกเดียว)
  • S = Speech (พูดไม่ชัดเจนหรือพูดไม่ออก)
  • T = Time (เร่งรีบพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด)

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดจากความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างอย่างไรก็ตาม การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีส่วนร่วมในการเกิดโรคนี้ด้วย

นอกจากการสังเกตความผิดปกติของร่างกายแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปีและการรักษาความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่สำคัญ หากคุณพบว่ามีความดันโลหิตที่สูงกว่า 140/80 mmHg ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ

อย่าลืมว่าแม้บางครั้งอาการที่เกิดขึ้นอาจดีขึ้นได้เอง แต่อย่ามัวแต่นอนใจ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะการรักษาที่ทันเวลาจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ป่วย และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์หรือใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากขึ้นได้

สายด่วนสุขภาพโทร 0 2743 9999 ต่อ 2999Line Official : @ramhospital