กรมอนามัยร่วมแถลงข่าว ความสำเร็จของความร่วมมือในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาล "โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสีย"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย ดร. ชานัน ติรณะรัต ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ศาสตราจารย์ ดร. วันชัย ยอดสุดใจ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายแพทย์ สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว ความสำเร็จของความร่วมมือในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาล "โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสีย" โดยมี นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย นางณีรนุช อาภาจรัส ผู้อำนวยการสำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ สุขเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ผู้บริหาร บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กรมควบคุมมลพิษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมงาน

กรมอนามัยร่วมแถลงข่าว ความสำเร็จของความร่วมมือในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาล "โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสีย"

5 หน่วยงานหลักประกอบด้วย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พาชมต้นแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นกลุ่มยาหลักของยาต้านจุลชีพในน้ำเสีย ณ ระบบบำบัดน้ำเสีย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กรมอนามัยร่วมแถลงข่าว ความสำเร็จของความร่วมมือในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาล "โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้นวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสีย"

การดื้อยาต้านจุลชีพ ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ภัยคุกคามต่อสุขภาพโลก เป็นประเด็นท้าทายเพราะเป็นวิกฤติร่วมของทุกประเทศทั่วโลก ในปี 2562 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพสูงถึง 4.95 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพประมาณปีละ 1.27 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ในปี 2558 สมัชชาอนามัยโลกได้รับรองแผนปฏิบัติการ "การดื้อยาต้านจุลชีพ" และขอให้ประเทศสมาชิกจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพ ในปี 2563 องค์การสหประชาชาติได้บรรจุเรื่องการดื้อยาต้านจุลชีพให้เป็นตัวชี้วัดภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือที่ SDG (Sustainable Development Goal) ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่แผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งในแผนฯ การดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทย หมายถึง การดื้อยาต้านจุลชีพของเชื้อแบคทีเรีย หรือยาต้านแบคทีเรีย หรือยาปฏิชีวนะ

กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงร่วมมือกันและมอบให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาโครงการ"การบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาลโดยใช้กระบวนการร่วมระหว่างโอโซนและถ่านกัมมันต์ที่ดัดแปรพื้นผิว" งานวิจัยได้พัฒนาระบบนวัตกรรมต้นแบบการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสีย โดยติดตั้งระบบต้นแบบที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดทางชีวภาพ เข้าสู่ระบบโอโซนและถังกรองถ่านกัมมันต์ที่ดัดแปรพื้นผิว รองรับน้ำเสียได้สูงสุด 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สามารถลดการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะออกสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าร้อยละ 90 ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 4 บาทต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้นักวิจัยได้พัฒนาวิธีในการวิเคราะห์ยาปฏิชีวนะแต่ละกลุ่มทำให้การตรวจสอบได้ง่ายและราคาไม่แพง

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า "กรมอนามัยจึงเห็นความสำคัญของการจัดการต้นทาง คือ การลดการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ จะทำให้เชื้อดื้อยาจุลชีพลดลง ซึ่งส่งผลต่อการติดเชื้อลดลง ลดอัตราการตาย ลดค่ารักษาพยาบาล ประชาชนมีสุขภาพดี ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น"

ดร. ชานัน ติรณะรัต ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า "กลุ่มยาต้านแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะมีหลายประเภทและแต่ละประเภทมีสารเคมีหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ ระบบบำบัดทางชีวภาพสามารถบำบัดได้เพียงบางส่วน จึงปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม การวิจัยถึงวิธีการบำบัดยาปฏิชีวนะน้ำเสียจึงสำคัญโดยเฉพาะน้ำเสียจากโรงพยาบาล"

ศาสตราจารย์ ดร. วันชัย ยอดสุดใจ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า "คณะวิศวกรรมศาสตร์ เราได้คิดค้นเทคโนโลยีสำหรับน้ำเสียโรงพยาบาลที่สามารถบำบัดยาปฏิชีวนะได้มากกว่าร้อยละ 90 ดูแลง่าย และราคาไม่แพง นับเป็นนวัตกรรมที่มีความปลอดภัยสามารถขยายผลงานวิจัยเชิงปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี"

นายแพทย์ สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กล่าวว่า "โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน และพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้นวัตกรรมต้นแบบการบำบัดยาปฏิชีวนะให้แก่สถานพยาบาลทั่วประเทศ"

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า "เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพเป็นวิกฤติร่วมของทุกประเทศ การพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบำบัดยาปฏิชีวนะถือเป็นก้าวแรกของความร่วมมือในการบำบัดยาปฏิชีวนะในน้ำเสียโรงพยาบาล เพื่อลดเชื้อดื้อยาจุลชีพในสิ่งแวดล้อม"


ข่าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์+โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าวันนี้

แอร์บัสผนึกกำลังมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย สร้างบุคลากรการบินสู่เวทีโลก

แอร์บัสได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยจำนวน 2 แห่ง เพื่อขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยกระดับการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการบิน บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ดังกล่าว ได้รับการลงนามภายในงาน Singapore Airshow โดยมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าพบผู้แทนของแอร์บัส เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี แอร์บัส

บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรื... ก๊าซหุงต้มพีที ร่วมงานเกษตรแฟร์ 2569 ชวนชิม ช้อป ตลอด 9 วันเต็ม — บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ผู้ผลิตและจำหน่ายก๊าซหุงต้มพีที เข้าร่ว...

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธ... เซ็นทาราร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย — ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำก... บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไท...

เร่งพัฒนา "บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล" รองรั... BINANCE TH ร่วมกับ GULF ลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — เร่งพัฒนา "บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล" รองรับการเติบโตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและเป็นศูนย์กลาง Digi...

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและน... วว. ผนึกกำลัง ม.เกษตรฯ ยกระดับงานวิจัยด้าน วทน. เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย — กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ผศ.ดร.ว...