หากพูดถึงวันสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมก็มีมากมาย เพื่อย้ำเตือนให้คนเราไม่ว่าจะอยู่ประเทศไทย สัญชาติอะไรเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและตระหนักในการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และในเดือนตุลาคมนี้ก็มีวันเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอยู่หลายวันซึ่งหนึ่งในนั้นคือวันที่ใกล้ตัวเราเป็นอย่างมากนั้นก็คือ "World Ecolabel Day วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก" ซึ่งวันนี้สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและ มีส่วนร่วมในการริเริ่มฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่หนึ่งของไทย นั่นคือฉลากเขียว จึงขอพาทุกคนมารู้จัก World Ecolabel Day (วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก)
World Ecolabel Day (วันฉลากสิ่งแวดล้อมโลก) ถูกกำหนดไว้คือวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนตุลาคม ซึ่งในปีนี้ (2024) ตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม ดร.ถนอมลาภ ราชวัตร์ รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เรียบเรียงถึงความสำคัญว่า เป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองและตระหนักถึงความสำคัญของ ฉลากสิ่งแวดล้อม (Ecolabels) ในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดผลกระทบทางลบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการดำเนินโครงการ ฉลากเขียว (Green Label) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืนในประเทศ
"ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะในเรื่องการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน การที่ประเทศไทยใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมให้เกิดการบริโภคที่รับผิดชอบนั้นช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก ฉลากเขียว จะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงาน การลดของเสีย หรือการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตปรับปรุงกระบวนการผลิตและนวัตกรรมเพื่อให้สินค้ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย"
สำหรับอนาคตของฉลากสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย จะมีบทบาทที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการผลักดันให้เกิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน การขยายตัวของตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยงานฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้เรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมว่าวันฉลากสิ่งแวดล้อมเกิดจากการรวมตัวของเครือข่ายฉลากสิ่งแวดล้อมโลก (Global Eco-labelling Network) หรือ GEN เป็นเครือข่ายชั้นนำของฉลากสิ่งแวดล้อมที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐานสูงสุดในโลก และร่วมกันกำหนดมาตรฐานระดับโลกสำหรับความเป็นเลิศของฉลากคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเป้าหมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมผ่านการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ (Eco-label) ให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึง GEN ยังช่วยให้ผู้ตัดสินใจหลีกเลี่ยงการโฆษณาชวนเชื่อสีเขียว (Greenwash) ดังนั้นฉลากที่รับรองจากสมาชิกของ GEN จะพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และมักจะรวมถึงผลกระทบทางสังคมด้วยเช่นกัน ฉลากสิ่งแวดล้อมโลกจึงเป็นผลมาจากการรวมกันของการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ความต้องการของผู้บริโภค และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีมาตรฐานที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับแนวคิดการการพัฒนาฉลากสิ่งแวดล้อมในระดับโลก คือ
- การตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม: ในทศวรรษที่ 1960-1970 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณชน ส่งผลให้มีการจัดการประชุมและการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ
- การตั้งฉลากแรก: ฉลากสิ่งแวดล้อมแรก ๆ เช่น "Green Seal" ในสหรัฐอเมริกาและ "Blue Angel" ในเยอรมนี ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1970 เพื่อช่วยผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การสร้างมาตรฐานสากล: ในปี 1992 การประชุมสุดยอดโลกเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (Earth Summit) ที่ริโอเดจาเนโร ได้มีการสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก
- การก่อตั้งเครือข่ายการรับรองคุณภาพสิ่งแวดล้อม: ในปี 1994 เครือข่ายการรับรองคุณภาพสิ่งแวดล้อม (GEN) ก่อตั้งขึ้นเพื่อรวมกลุ่มฉลากสิ่งแวดล้อมที่มีความน่าเชื่อถือ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานสำหรับฉลากเหล่านี้
- การเพิ่มขึ้นของความต้องการตลาด: การเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทำให้มีการพัฒนาฉลากมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
- การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ: องค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติและองค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นการบริโภคอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน GEN มีองค์กรสมาชิกและพันธมิตรกระจายอยู่ใน 40 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่มีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรอง "ฉลากเขียว"และ ในโอกาส World Ecolabel Day นี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อมต่อไปเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในระดับประเทศและสนับสนุนให้ผู้บริโภคทั่วโลกเข้าใจถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ผ่านการส่งเสริมการใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม และการให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจากการผลิต ความสำเร็จในการเห็นความสำคัญของฉลากสิ่งแวดล้อมต้องเกิดจากการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ และจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่มีการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
TEI ร่วมกับ ARDA และภาคี จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนความร่วมมือ "เมืองคู่ขนานชายแดน" ยกระดับการจัดการหมอกควันข้ามแดนสู่ความยั่งยืน
"นิปปอนเพนต์" พิสูจน์พันธกิจองค์กรสีเพื่อโลกยั่งยืนอีกครั้ง เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติธุรกิจที่ได้รับรอง "ฉลากเขียว" ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมรับเกียรติบัตรฉลากเขียวประจำปี 2569 จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
TEI ถอดรหัส "มลพิษสิ่งแวดล้อมไทย" วิกฤติเรื้อรังที่สังคมต้องร่วมกันก้าวข้าม
วิกฤต "รั้วโลกพัง" TEI ถอดรหัสวิกฤติ Biodiversity Collapse: ธรรมชาติเสื่อมกับความเสี่ยงและการปรับตัว
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน
TEI ครบรอบ 33 ปี ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก - สิ่งแวดล้อมไทย ชวนภาคีทุกภาคส่วนร่วมกัน "ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis"
ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า…สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน "Driving Circularity Ecosystem"
Nature-based Solutions (NbS) เรื่องไม่ง่าย แต่ใกล้ตัว