อยากรู้ไหม?...ว่ากระดูกของคุณแข็งแรงแค่ไหน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

อยากรู้ไหม?...ว่ากระดูกของคุณแข็งแรงแค่ไหน

อยากรู้ไหม?...ว่ากระดูกของคุณแข็งแรงแค่ไหน

การตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณรู้ทันความเสี่ยงสามารถป้องกันรักษาได้ทันและลดอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone Densitometry) เป็นวิธีการตรวจสุขภาพกระดูกที่ได้รับความนิยม ใช้วัดปริมาณมวลของกระดูกในบริเวณที่สำคัญ เช่น กระดูกสันหลัง สะโพก และ ข้อมือ เพื่อประเมินความแข็งแรงและความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก

ทำไม "กระดูกพรุน" ถึงอันตราย?

  • กระดูกหักง่าย โดยเฉพาะสะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง
  • ไม่มีอาการเตือน จนกว่าจะล้มแล้วกระดูกหัก
  • เสี่ยงพิการ ทุพพลภาพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
  • ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ วัยรุ่น วัยทำงาน ก็เสี่ยงเป็นได้

ใครบ้าง?.. ที่ควรตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน, ประจำเดือนหมดก่อนอายุ 45 ปี หรือถูกตัดรังไข่ทั้งสองข้าง
  • ผู้ชายอายุยังไม่ถึง 50 ปี ที่มีภาวะขาดฮอร์โมนเพศชาย
  • มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่ต้องทานยาต่อเนื่องนาน เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรครูมาตอยด์ ฯลฯ
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • ไม่ค่อยโดนแดด ทำให้ขาดวิตามินดี
  • น้ำหนักตัวน้อยจากการขาดอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตามินดี
  • สูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำ

เมื่อตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกแล้วพบว่ามีความเสี่ยง แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองและทำการรักษาแต่เนิ่นๆ**

รู้หรือไม่? ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ อาจทำให้ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดไม่เพียงพอ (วิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กและรับวิตามินดีเสริมเพิ่มเติม...

วิตามินดี คืออะไร มีประโยชน์มากแค่ไหน คลิกอ่าน >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/289

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามคำแหง >> https://bit.ly/4bEFVIDโทร. 1512 ต่อ 1160, 1168,1169Line Official : @ramhospital


ข่าวo:member+o:healวันนี้

ไวรัสอีโบลา อันตรายแค่ไหน?

ไวรัสอีโบลา ระบาดรุนแรงในคองโก มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 136 ราย (ข้อมูลอัปเดต 19 พ.ค. 69) ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ บุน-ดิ-บู-โย (Bundibugyo ebolavirus) ข้ามแดนไปเสียชีวิตที่ยูกันดา ส่งผลให้องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ไวรัสอีโบลา อันตรายแค่ไหน? โรคอีโบลา (Ebola Hemorrhagic Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา โดยจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคไข้เลือดออกที่มีความรุนแรงสูง ซึ่งมีอัตราเสียชีวิตสูง 25-90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างก... กรมอนามัยปลุกพลังคนวัยทำงาน! ดัน Health Literacy - Lifestyle Medicine สู้ NCDs สร้าง 'สุขภาพดี ผลิตภาพสูง — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าสร้างกระแส ...

หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง... ไข้ ไข้ ไข้ ... หน้าฝนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันป่วยแบบนี้ เป็นอะไรกันแน่นะ? — หน้าฝน เปียกปอน เฉอะแฉะ อุณหภูมิที่เย็นลง ความชื้นในอากาศที่สูงขึ้น รวมทั้งแหล่...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจค... HL Hub เผย "ความรอบรู้โรค NCDs" เพิ่มส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดี ชี้ 6 ปัจจัยหลักส่งผลโรค NCDs — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประ...

รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจ... หยุดความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ด้วยเทคโนโลยี CT Calcium Score @รพ.หัวเฉียว — รู้ทัน.. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือด ...

เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได... เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง — เพราะ "การกลับมาเดินได้อีกครั้ง" คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งศูนย์ก้าวเดินมั่นคงด้วย...