นักวิชาการย้ำบทบาทวิชาเคมี หัวใจการพัฒนานวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ชูโครงการ “ห้องเรียนเคมีดาว” สร้างโอกาสเด็กไทยครบ 10 ปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นักวิชาการไทย-เทศ ประสานเสียง ตอกย้ำบทบาทวิชาเคมีต่อการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN’s SDGs) ในงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “พลังแห่งวิชาเคมีต่อการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน” ในประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านวิชาเคมี (International Conference on Chemistry Education: IUPAC) ครั้งที่ 27 ที่พัทยา โดยชูไทยเป็นตัวอย่างในการเผยแพร่ปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วน ซึ่งเปิดโอกาสเด็กไทยลงมือทำการทดลองจริง สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนักเคมีรุ่นใหม่เพื่อนำพาประเทศไทยสู่เส้นทางความยั่งยืน พร้อมการฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ “ห้องเรียนเคมีดาว

นักวิชาการย้ำบทบาทวิชาเคมี หัวใจการพัฒนานวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ชูโครงการ “ห้องเรียนเคมีดาว” สร้างโอกาสเด็กไทยครบ 10 ปี

ศาสตราจารย์แมรี่ การ์สัน รองประธานสหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์ระหว่างประเทศ (IUPAC) และศาสตราจารย์กิตติคุณของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า “วิทยาศาสตร์เคมีเป็นแขนงวิชาที่มีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (SDGs) หลายด้าน เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนในโลก เช่น ต้องการน้ำสะอาด ความปลอดภัยทางอาหาร รวมถึงนวัตกรรมและโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ” นักวิชาการย้ำบทบาทวิชาเคมี หัวใจการพัฒนานวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ชูโครงการ “ห้องเรียนเคมีดาว” สร้างโอกาสเด็กไทยครบ 10 ปี

“ที่ผ่านมา IUPAC ได้ดำเนินหลายโครงการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่และสนับสนุนการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านเคมี และในปี 2568 IUPAC จะประกาศหลักการเพื่อการปฏิบัติการด้านเคมีอย่างมีความรับผิดชอบ (Principles for the Responsible Practice of Chemistry) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย”

“วิชาเคมีคือกุญแจสู่ความยั่งยืน เพราะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโซลูชันเพื่อให้โลกบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน Dow ในฐานะบริษัทด้านวัสดุศาสตร์จึงมุ่งมั่นที่จะใช้ความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมต่าง ๆ โดยสินค้าด้านนวัตกรรมของ Dow มากกว่า 89% เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน ตัวอย่าง เช่น วัสดุความหนาแน่นต่ำเพื่อใช้ทดแทนชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากในรถยนต์ ช่วยให้รถมีน้ำหนักเบาลง ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งตรงกับเป้าหมายความยั่งยืนที่ 7 ของสหประชาชาติ คือ ทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาย่อมเยา และเป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นางภรณี กองอมรภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) กล่าวในเวทีเดียวกัน

นอกจากนี้ Dow ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุต่าง ๆ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ยังได้พัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ เช่น โซลูชันการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ ซิลิโคนคุณภาพสูงที่ช่วยให้อาคารประหยัดพลังงานมากขึ้น วัสดุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุแผงโซลาร์เซลล์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้

ขณะเดียวกัน Dow ยังส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนวิชาเคมีของนักเรียนและนักวิจัยทั่วโลก รวมทั้งโครงการ “ห้องเรียนเคมีดาว” (Dow Chemistry Classroom) ในประเทศไทยซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Dow กับสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพันธมิตรต่าง ๆ ซึ่งได้มีการดำเนินการต่อเนื่องมาครบ 10 ปีแล้ว   

“ตั้งแต่ปี 2546 Dow ได้ร่วมมือกับสมาคมเคมีฯ ยกระดับการเรียนเคมีในประเทศไทยด้วยเทคนิคการปฏิบัติการการทดลองเคมีแบบย่อส่วน (Small-Scale Chemistry Laboratory) ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้เรียนวิทยาศาสตร์อย่างสนุกและเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้ได้รับการยอมรับจากยูเนสโกว่าเป็นการทดลองเคมีที่ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดอุปสรรคในการเรียนวิทยาศาสตร์ ช่วยบ่มเพาะนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เพื่อมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาประเทศต่อไป”

การทดลองแบบย่อส่วนจะใช้สารเคมีน้อยกว่าการทดลองปกติ 100-1,000 เท่า จึงช่วยลดขยะที่เกิดจากการทดลองและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เป็นชุดทดลองขนาดเล็ก มีราคาถูก สามารถขนส่งได้ง่ายแม้แต่ในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบัน มีการใช้ชุดทดลองแบบนี้อย่างกว้างขวางในหลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ออสเตรีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม และไทย

ทั้งนี้โครงการห้องเรียนเคมีดาว ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำให้สามารถขยายแนวทางการเรียนการสอนเคมีแบบย่อส่วนนี้ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยได้สำเร็จ โดยตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้รวมกว่า 1,197 แห่ง มีการอบรมเพิ่มพูนทักษะความสามารถการสอนวิชาเคมีแก่ครูทั่วประเทศไปแล้วมากกว่า 2,100 คน พร้อมปลุกปั้นครูวิทยาศาสตร์ต้นแบบกว่า 150 คน เพื่อให้ความรู้และสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่วงการการศึกษา โครงการนี้ส่งเสริมให้นักเรียนกว่า 470,000 คนได้เรียนวิชาเคมีอย่างมีคุณภาพด้วยการทำการทดลองจริง และกำลังขยายต่อไปเรื่อย ๆ

ด้าน ดร.เกศรา อมรวุฒิวร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงโครงการการศึกษาของครูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Teacher Education Program: SEA-TEP) ว่า เป็นการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอนในภูมิภาคนี้ โดยปัจจุบันดำเนินโครงการใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย คาซัคสถาน อินโดนีเซีย กัมพูชา และมาเลเซีย และมีความร่วมมือกับแชมเปี้ยนในมหาวิทยาลัยในประเทศดังกล่าว

“นักการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบ 3 มิติ ที่ผู้เรียนเข้าใจแนวคิดหลักของวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ สามารถตั้งคำถาม ระบุปัญหา และอธิบายปรากฏการณ์ที่มีความซับซ้อนต่าง ๆ ได้”

นายลี ทาน เหวิน ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการโรงเรียนลอว์เรนซ์ เอส. ถิง (Lawrence S. Ting School) ประเทศเวียดนาม กล่าวถึงประโยชน์ของการทดลองเคมีแบบย่อส่วนว่า เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำการทดลองจริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเรียนวิชาเคมี

“ครูไม่สามารถทำให้นักเรียนทุกคนทำการทดลองเคมีในขนาดปกติในห้องเรียนได้ เนื่องจากขาดเครื่องมืออุปกรณ์ แต่เมื่อใช้ชุดทดลองเคมีแบบย่อส่วน นักเรียนแต่ละคนสามารถทำการทดลองได้เอง ครูสามารถจัดกิจกรรมให้เหมาะกับลักษณะการเรียนรู้และระดับความรู้ความสามารถของนักเรียนแต่ละคนได้”

นอกจากนี้ การทดลองเคมีแบบย่อส่วนยังสามารถช่วยปลูกฝังให้นักเรียนรักสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะชุดทดลองดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ยังลดปริมาณสารอันตรายที่จะอาจจะเข้าสู่ร่างกายด้วย

นายเหวินกล่าวทิ้งท้ายว่า การฝึกอบรมครูผู้สอนเกี่ยวกับวิธีการสอนและการปรับหลักสูตรการเรียนวิทยาศาสตร์และวิชาเคมีเป็นสิ่งที่ดี และควรส่งเสริมความร่วมมือและแบ่งปันองค์ความรู้ที่ดีระหว่างครูผู้สอนทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติด้วย เนื่องจากความร่วมมือกันเป็นกุญแจสำคัญต่อการเดินหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน

หลังจบการเสวนา โครงการห้องเรียนเคมีดาว ยังได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนในประเทศไทย 2 ท่าน ได้แก่ ศ.ดร. ศุภวรรณ ตันตยานนท์ ผู้อำนวยการโครงการห้องเรียนเคมีดาว และ รศ.ดร.สุภกร บุญยืน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติการเคมีแบบย่อส่วนตามแนวทางของ “ห้องเรียนเคมีดาว” ได้ที่เว็บไซต์ www.DowChemistryClassroom.com


ข่าวการพัฒนาที่ยั่งยืน+ห้องเรียนเคมีดาววันนี้

ม.พะเยา จับมือ ม.หนานหัว ไต้หวัน (Nanhua University) ผนึกกำลังเครือข่ายมหาวิทยาลัยโลก จัดประชุมวิชาการนานาชาติ 2026 มุ่งเป้าสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

มหาวิทยาลัยพะเยาเข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติ "2026 International Symposium on Global University Partnership for Promoting Health and Environmental Sustainability" โดยมหาวิทยาลัยหนานหัว (Nanhua University) ร่วมกับสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTC) และภาคีเครือข่ายทางการศึกษา จัดงานเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของมหาวิทยาลัย นับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก รองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speech)

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เดินห... กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประชุม 6 เมืองต้นแบบ พลิกวัฒนธรรมสู่พลังขับเคลื่อนเมือง — กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองไทยสู่...

ในยุคที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐ... วว. สร้างเครือข่ายตอบโจทย์เชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน — ในยุคที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการดำ...

กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนา... กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร — กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ทุกมิติ ...

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กา... SCGP Recycle นำเครือข่าย 22 พันธมิตร สู่การรับรอง LESS ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืน — องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ...